[Fic Haikyuu] Moon Knight (Tsukishima x Nishinoya)


Title: Moon Knight
Author: Yaoyuay
Fandom: Haikyuu
Pairing: Tsukishima x Nishinoya
Rating: PG
Warning: Yaoi
 
 
Spoil Alert: ฟิคสปอยล์เนื้อหาตอนคาราสึโนะแข่งกับชิราโทริซาวะนะคะ
 
 
 
 
 
แสงแดดฤดูหนาวกลางเดือนธันวาคม ท้องฟ้าเป็นสีฟ้า ต้นไม้ที่มองเห็นอยู่มีแค่กิ่ง น้ำพุตรงลานกว้างมีเด็กประถมวิ่งเล่นไล่จับ ถัดไปใกล้ๆ มีคุณลุงจูงสุนัขมา คู่รักเดินจับมือ ละอองน้ำพุกระเด็นร่วงหล่นเป็นเม็ดฟอง ก้อนเมฆจางๆ สีขาว ความเย็นตรงปลายจมูก ผ้าหนาของถุงมือระหว่างนิ้ว และเสียงเพลงจากเฮดโฟน
 
ทั้งหมดนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของวันธรรมดาก่อนหน้าที่เขาจะเข้ามาอยู่ในชมรมวอลเลย์บอล แล้วหลังจากนั้นคำว่าธรรมดาก็เปลี่ยนความเคยชินกลายเป็นทางเดินพื้นปูน ประตูเหล็กสีเทา พื้นโรงยิมขัดมัน เน็ต เสียงตะโกน และลูกวอลเลย์ ชีวิตประจำวันทั้งหมดถูกคำว่าปกติเปลี่ยนเป็นการซ้อม การแข่ง การฝึกเทคนิคต่างๆ ร่วมกับคนในทีมทุกวัน ทุกวัน จนในที่สุดก็เริ่มมีความรู้สึกของเขารวมเข้าไปกับคำว่าชมรม
 
 
…พวกเราได้ไประดับประเทศ…
 
 
นั่นคือความจริง ที่เกิดขึ้นพร้อมความรู้สึกมายมายที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ทั้งแรงกดดัน เสียงเชียร์ ขาที่ก้าวออกไปบนพื้นสนาม แรงของลูกบอล สายตาของคู่แข่ง ความรู้สึกเจ็บแปลบไปทั้งฝ่ามือ หรือแม้แต่ตอนที่ความดีใจวิ่งแล่นไปทั่วทั้งตัวในจังหวะนั้น นั่นคือความจริง
 
 
…พวกเราได้เข้าร่วมทัวนาเมนต์ฤดูใบไม้ผลิ…
 
 
สึกิชิมะปล่อยลมหายใจ ให้ความมืดตอนหลับตาช่วยผ่อนคลายเรื่องราวทุกอย่างไปพร้อมกับเสียงดนตรีที่ดังเป็นทำนองชัดขึ้นเมื่อภาพที่คอยดึงความสนใจทั้งหมดมืดลง ปล่อยให้เหลือเพียงแค่เสียงเพลง ความเย็นของอากาศ ลมหายใจที่ถูกสูดเข้าออก และสีหน้าของใครบางคนตอนนั้น
 
ตอนเกือบจะปล่อยให้บรรยากาศของทั้งสนามและตัวเขาถูกปกคลุมไปด้วยคู่แข่ง ตอนดีใจว่าตัวเขาไม่ต้องรับลูกเสิร์ฟ ไม่ต้องสู้กับสิ่งไร้สาระ ตอนแน่ใจแล้วว่ายังไงก็คงเสียเซ็ตหนึ่งไป
 
 
…ตอนหันกลับไปมองด้านหลัง ตอนนั้น…
 
 
“..มะ…ชิมะ….สึกิชิมะ!!”
 
 
จังหวะทำนองเพลงหยุดลง ทั้งที่ยังสวมเฮดโฟนอยู่ ทุกสิ่งหยุดนิ่งในความเงียบ ไม่รู้ว่าถูกเรียกอยู่นานแค่ไหนแล้ว ไม่ใช่แค่ตกใจ หัวใจเต้นดังโครมไม่เป็นจังหวะเลยด้วยตอนสะดุ้งลืมตาขึ้นมาเพราะเสียงเรียกชื่อดังแทรกเสียงเพลงจากเฮดโฟน ถึงตอนนี้จะไม่ได้ทำหน้าแบบตอนนั้นในสนามแข่ง ไม่ได้จ้องมองไปที่อีกฝั่งหนึ่งของเน็ต ไม่ได้แสดงความจริงจังมุ่งมั่นออกทางสีหน้ากับแววตา และไม่ได้อยู่แค่ในความคิดของเขา คนที่พักนี้มักเผลอนึกถึงทุกทีกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขา
 
 
…ตรงนี้ ตอนนี้…
 
 
“อ้ะ!!?”
 
ทำนองเพลงค่อยๆ ดังขึ้นมาใหม่อีกครั้ง จ้องหน้ากระพริบตาอย่างไม่เป็นปกติและไม่เป็นตัวเอง สายตาที่มองกลับมาเลยดูแปลกใจปนสงสัย แล้วสุดท้ายเขาก็ปล่อยให้รุ่นพี่ในชมรมถอดเฮดโฟนออกคล้องที่คอเขาได้ยังไงไม่รู้
 
 
“โดดชมรมหรือไงฮึ?”
 
หน้าคนถามยื่นเข้ามาใกล้ เสียงบรรยากาศของสวนสาธารณะกลับมาอีกครั้งพร้อมกับรุ่นพี่นิชิโนะยะที่แทบจะถูกผ้าพันคอผืนหนากับที่ปิดหูกันหนาวทำให้ตัวเล็กลงกว่าเดิมอีก จากที่ปล่อยลมหายใจเย็นๆ เข้าออกอยู่หลายทีระหว่างมองหน้าก็เพิ่งสังเกตเห็นทรงผมวันนี้ไม่ได้เซ็ตตั้งชี้ขึ้นเหมือนทุกวัน แต่ถูกปล่อยให้ปรกลงมาตามธรรมชาติ เจลเซ็ตผมหมดหรือไงฮึ?
 
 
“ไม่ได้โดด..ครับ”
 
มั่นใจว่าสีหน้ายังเป็นปกติอยู่ และการขยับร่างกายทุกส่วนของเขาไม่ได้ดูมีพิรุธ ถึงจะแอบแซวในใจเรื่องเจลเซ็ตผม แต่ก็ยังอยากแอบมองผมที่ลงมาปรกอยู่ตรงหน้าผาก ปลายจมูกที่อยู่ชิดกับผ้าพันคอ หรือแม้แต่แก้มที่ขึ้นสีแดงเพราะความหนาวตรงข้างที่ปิดหู
 
“ถ้าผมโดดนิชิโนะยะซังก็โดดเหมือนกันนี่ครับ”
 
 
“ฮ่าฮ่าฮ่า! นั่นสินะ วันหยุดมาทำอะไรน่ะ”
 
ปล่อยให้เขาได้แอบมองอยู่ได้ไม่นาน ไม่ใช่แค่การรับลูกวอลเลย์ที่ดูเป็นธรรมชาติ แม้แต่ตอนที่อยู่ๆ ก็นั่งลงบนม้านั่งข้างเขาก็ทำได้อย่างเป็นธรรมชาติเหมือนกัน สงสัยว่ารุ่นพี่คนนี้จะสนิทกับทุกคนได้อย่างเป็นธรรมชาติหรือเปล่า
 
 
“ไม่ได้ทำอะไรครับ..”
 
 
“ไม่จริง!! เมื่อกี้นายนั่งฟังเพลงอยู่นี่ ออกมานั่งเล่นสินะ”
 
พูดสวนกลับมาแทบจะทันทีเลย รุ่นพี่คนข้างๆ ตอบคำถามให้เสร็จแล้วก็นั่งแกว่งขาในอากาศอย่างสบายใจ คนที่ถามเองตอบเองมีอยู่จริงสินะ
 
“ว่าแต่กินอะไรหรือยังน่ะฮึ?”
 
ไม่ปล่อยให้เกิดเดธแอร์เลย ปกติเขาคุยแบบนี้กับทุกคนหรือเปล่า
 
 
“…ยังครับ”
 
 
“งั้นไปหาของอร่อยสุดยอดกินกัน!!”
 
นิชิโนะยะซังลุกขึ้นจากเก้าอี้ในท่ากระโดด หันกลับมาพยักหน้าซอยขาอยู่กับที่เร่งให้เขาลุกขึ้นตามอย่างรวดเร็ว
 
 
ถ้าบอกว่าเป็นเด็ก ม.ต้น เหมือนกับเจ้าโง่ฮินาตะก็คงเชื่อ แต่ถ้าบอกว่าคนที่ทำหน้าขึงขังเอาจริงในสนามแข่ง คนที่รับบอลแล้วหนุนกลับขึ้นมา คนที่คอยเป็นพลังให้กับทุกคนในสถานการณ์เกือบแย่ที่สุด คนที่ทำให้เขาอยากเอาจริงกับวอลเลย์บอลขึ้นมาบ้าง คนนั้นในตอนนั้นกับคนนี้ที่รอไม่ไหวจนต้องดึงแขนเขาให้ลุกขึ้นจากม้านั่งในตอนนี้ เป็นคนเดียวกัน
 
 
…ก็ยังไม่ค่อยอยากเชื่อเท่าไหร่…
 
 
 
 
 
 
แล้วคุณเชื่อในจังหวะไหมครับ? ไม่ใช่จังหวะตอนกระโดดเสิร์ฟ ไม่ใช่จังหวะตอนรับลูก บล็อกลูก หรือตบลูกวอลเลย์ข้ามเน็ต แต่เป็นจังหวะที่คุณได้เจอกับใครบางคน
 
 
…ในตอนที่ไม่อยากเจอ…
 
 
“อุชิวากะ!!!”
 
นั่นไง รุ่นพี่ที่มากับเขาเรียกเสียงดังเลย ต่อให้เป็นเพื่อนร่วมทีม คนรู้จัก หรือคู่แข่ง ถ้าเป็นเขาจะแค่มองหน้าแล้วเดินเลี่ยงไปอีกทาง ไม่จำเป็นต้องเรียกชื่อเพื่อเริ่มบทสนทนา
 
 
“…นิชิโนะยะ”
คนตรงหน้าก้มสายตาลงมอง ทั้งที่เป็นการเจอกันแบบไม่ตั้งใจในสถานที่ที่ไม่น่าเจอกันได้ แต่พญาอินทรีย์กลับไม่แสดงสีหน้าแปลกใจออกมาให้เห็นนอกจากมองคนตัวเล็กกว่าอย่างไม่ยอมเลิกเสียที ในขณะที่รุ่นพี่ข้างเขาทั้งยิ้มและแยกเขี้ยวแสดงการทักทายอย่างไม่เป็นมิตรตามปกติ
 
หลังจากมองหน้านิชิโนะยะซังจนพอใจ คนที่เคยเจอแต่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของเน็ตก็หันมามองหน้าเขา เป็นสีหน้าแบบเดียวกับตอนลูกตบถูกเขาบล็อกในแต้มสุดท้าย สีหน้าแสดงความแปลกใจแต่ยังมั่นใจในความเหนือชั้นกว่าของตัวเอง สีหน้าที่คิดว่าเขามาอยู่กับนิชิโนะยะซังตอนนี้ก็แค่ฟลุ๊ค
 
ประสานสายตาอยู่นานแบบไม่มีใครคิดจะพูดอะไรขึ้นมาก่อน และดูเหมือนอุชิจิมะซังเองก็พร้อมจะมีเวลาให้กับพวกเขาอีกนานตรงทางเดินในสถานีเซ็นได แต่ถ้าปล่อยให้ความเงียบอยู่กับพวกเขาต่ออีกสักพักรุ่นพี่ตัวเล็กข้างๆ เขาต้องเป็นฝ่ายทำลายมันก่อนแน่
 
 
“ขอโทษทีนะครับ…”
 
พูดขึ้นอย่างสุภาพขัดกับดวงตาที่เริ่มหรี่ลงและคิ้วเลิกสูงขึ้น ก้าวขาขยับเข้าไปจนมั่นใจว่าแผ่นหลังของคนตัวเล็กอยู่ชิดกับเขาอย่างไม่มีช่องว่างพอให้ใครเข้ามาแทรก ไม่มีความลังเลตอนเอื้อมมือออกไป ถ้าจะแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจนก็คงไม่ใช่แค่ฝ่ามือหรือต้นแขน แต่เป็นไหล่เล็กๆ ที่เขายกแขนขึ้นโอบไว้
 
“พอดีพวกผมกำลังรีบจะไปทานมื้อกลางวันด้วยกัน ขอตัวนะครับ”
 
กระตุกริมฝีปากข้างหนึ่งเหมือนทุกครั้งที่พูดเย้ยหยัน แต่ครั้งนี้ตามที่คิดเอาเองเขายังพยายามทำให้สุภาพอยู่บ้าง ในระหว่างที่ไม่ได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นเลยตอนพาคนตัวเล็กกว่ามากเดินเลี่ยงจากอุชิจิมะซังมาด้วยกัน
 
 
 
 
 
 
“เฮ้! เฮ้! สึกิชิมะ นายกล้าเผชิญหน้ากับอุชิวากะด้วยเหรอ”
 
นิชิโนะยะซังถามขึ้นมาหลังจากเขาปล่อยไหล่เล็กๆ ให้เป็นอิสระแล้วก้มศีรษะนิดหนึ่งเป็นการขอโทษแต่ดูเหมือนว่ารุ่นพี่คนนี้จะไม่ถือสาอะไร จะมีก็แต่เขาที่ยังสนใจแต่กับขนาดของไหล่ผอมๆ ตอนได้โอบเอาไว้ ถ้าหากไม่มีเสื้อโค้ทตัวหนาหรือเนื้อผ้าของเสื้อตัวที่สวมอยู่ปิดไว้ กระดูกตรงหัวไหล่จะมีกล้ามเนื้อแบบไหนให้เห็นนะ
 
 
“ไม่ได้กลัวนี่ครับ”
 
ตอบคำถามเรื่องที่ตรงข้ามกับสิ่งที่คิดอยู่ได้อย่างง่ายดายระหว่างกำลังพลิกดูเมนูข้าวหน้าเนื้อของร้านที่นิชิโนะยะซังบอกว่าอร่อยสุดยอด
 
 
“เยี่ยมมาก!! ต้องอย่างนี้”
 
ตบมาแรงๆ ตรงกลางหลังแบบที่เคยโดนจนชิน ลิเบอโร่ของทีมใส่แรงมาไม่เคยยั้งมือเวลาเปลี่ยนตัวกับเขาตรงเส้นขอบสนาม ถ้าไม่ชกไหล่ก็ตบหลังส่งต่อพลังให้เขาก่อนลงไปสู้แทนตัวเองตอนหมุนตำแหน่ง
 
“ถ้าได้เจอกับอุชิวากะอีกครั้งหน้า นายบล็อกหมอนั่นให้จังๆ เลยนะ แบบว่าปัง! ตู้ม!”
 
รุ่นพี่คนนี้มีวิธีการพูดไม่ต่างจากเจ้าบ้าฮินาตะเลยแฮะ เพราะมานั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์เลยเบาเสียงพูดลงบ้างแต่ก็ยังใส่พลังมาอย่างไม่ยั้งอยู่ดี ต่อให้ถอดผ้าพันคอกับที่ปิดหูออกแล้วแต่ก็ยังไม่ทำให้ตัวโตขึ้นเหมือนเด็ก ม.ปลาย อยู่ดี
 
 
 
ไม่นานข้าวหน้าเนื้อแบบที่เหมือนกันสองชามถูกวางเสิร์ฟบนโต๊ะ พลังกระตือรือร้นของนิชิโนะยะซังมีอยู่ตลอดเวลาแม้แต่ตอนหยิบตะเกียบขึ้นประกบมือบอกทานแล้วนะครับ พอข้าวเข้าปากได้หนึ่งคำก็ร้องขึ้นมาว่าอร่อยมากจนเขาต้องหันไปมองรอบข้างทันทีว่ามีใครหันมามองทางนี้ด้วยสายตาแปลกประหลาดบ้างไหม ถ้าลิเบอโร่คนนี้จะทำตัวสมเป็น ม.ปลาย ปีสองขึ้นมาอีกนิดจะได้รับเชิญไปค่ายเก็บตัวบ้างคงไม่แปลก
 
 
…อร่อย…
 
 
ไม่รู้ว่าเพราะโดนสะกดจิตตั้งแต่เดินมาด้วยกันตลอดทาง บรรยากาศในร้าน วัตถุดิบ การปรุงรส หรือความหิว ข้าวหน้าเนื้อชามนี้อร่อยอย่างที่รุ่นพี่คนนี้โม้ไว้จนอดสงสัยไม่ได้ว่าถ้ามากินครั้งหน้าโดยไม่มีคนข้างๆ นั่งอยู่ด้วยจะอร่อยแบบนี้ไหม
 
 
“ขอแบบนี้อีกชามหนึ่งครับ!”
 
 
หมดแล้วต่อชามสองเลยเหรอ กินเยอะกว่าตัวอีกแฮะ ว่าแต่กินขนาดนี้ทำไมถึงไม่โตล่ะ เผลอหันไปมองหน้าด้านข้างแล้วดันเป็นจังหวะพอดีกับนิชิโนะยะซังหันมามองฉีกยิ้มแฮ่ส่งให้จนเขาต้องรีบหันกลับมาก้มมองชามข้าวหน้าเนื้อว่างเปล่าของตัวเอง
 
 
ไม่กล้าหันไปมองอีกเลยจนข้าวหน้าเนื้อชามใหม่ถูกเสิร์ฟ มีเสียงชามวางลงบนโต๊ะไม้หนึ่งครั้ง และอีกครั้งคือชามถูกยกมาวางตรงหน้าเขาโดยรุ่นพี่คนที่ขอข้าวเพิ่มกำลังฉีกยิ้มแบบเมื่อกี้ให้เขา
 
“อะนี่ เอาไปอีกชาม”
 
 
หา!!?
 
ตอนนี้ลืมเรื่องเขินรอยยิ้มกว้างสุดขีดนั้นไปแล้ว เลือกจะจ้องหน้าแทนคำถามว่าข้าวหน้าเนื้ออีกชามที่สั่งอยู่ดีๆ ก็ยกให้โดยไม่ถามสุขภาพท้องของเขาคืออะไร
 
 
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกน่าเดี๋ยวรุ่นพี่คนนี้เลี้ยงเอง วัยกำลังโตต้องกินเข้าไปเยอะๆ นะ!”
 
ถามหรือยัง นี่ถามเขาหรือยัง? ตัวเองมากกว่าหรือเปล่าน่ะที่ต้องกินเยอะๆ ระหว่างสมองกำลังประมวลผลหาวิธีปฏิเสธอย่างปลอดภัย ทางด้านหลังของนิชิโนะยะซัง ถัดไปตรงที่นั่งว่าง ใครคนที่เขาเพิ่งพาคู่กินข้าวเมื้อกลางวันเดินหนีมา ใครคนที่เขาไม่อยากเจอเอาเสียเลย ใครคนที่เขารู้ดีว่ามีความรู้สึกต่อนิชิโนะยะซังเหมือนเขา
 
 
…อุชิจิมะซัง…
 
 
คำปฏิเสธข้าวหน้าเนื้อชามโตถูกกลืนลงพร้อมกับข้าวคำใหญ่ เจ้าของราคาอาหารหัวเราะชอบใจแล้วชกแขนเขาเล่นอยู่หลายที เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่ไม่อยากให้นิชิโนะยะซังหยุดตอนได้อวดให้คู่แข่งตรงหน้าเห็นถึงความสนิทสนมแบบที่อีกฝ่ายไม่มีทางได้รับ
 
 
อาจเพราะเห็นว่าสายตาเขามองเลยข้ามไหล่ไป หรืออาจเพราะเห็นว่าเขาส่งสายตาท้าทายไปทางด้านหลังบ่อย รุ่นพี่คนที่เขาไม่อยากให้หันไปมองอีกด้านมากที่สุดก็หันไปมอง
 
“อุชิวากะ!! มากินข้าวเหรอ?”
 
ก็เห็นอยู่ว่ามานั่งร้านข้าวก็ต้องกินข้าวสิ จะชวนเขาคุยทำไมโนะยะซัง!
 
 
โชคดีที่บทสนทนาหยุดอยู่แค่นั้น และอุชิจิมะซังก็ไม่ได้ตอบคำถามเพื่อต่อบทสนทนา บรรยากาศในร้านระหว่างเก้าอี้สามตัวเงียบลงเกิดเป็นความมาคุในขณะที่ข้าวหน้าเนื้อในชามตรงหน้าเขาค่อยๆ ลดลง และข้าวหน้าเนื้ออีกชามยังไม่ถูกเสิร์ฟ
 
 
“จะกินก็กินได้นี่”
 
ในที่สุดนิชิโนะยะซังก็พูดขึ้นมาระหว่างนั่งเอียงด้านข้างมาทางเขา เท้าคางด้วยมือสองข้างมองข้าวทุกคำที่เขาส่งเข้าปาก
 
 
ไม่ได้ตอบอะไรเพราะกำลังเคี้ยว แต่ก็ไม่ลืมเหลือบสายตามองไปทางซ้ายที่อุชิจิมะซังนั่งอยู่ เขาจะบล็อกลูกตบของคนๆ นี้ได้ครั้งเดียวโดยไม่ให้ผ่านมาถึงลิเบอโร่ได้ไหมนะ
 
 
ข้าวหน้าเนื้ออีกชามถูกเสิร์ฟ เป็นแบบเดียวกันกับที่นิชิโนะยะซังบอกว่าอร่อยสุดยอด คนๆ นี้ตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจจะกวนประสาทกันนะ ข้าวหน้าเนื้อถึงฝืดคอได้ขนาดนี้
 
 
“ขอโชยุหน่อย”
 
 
เฮ้ย!! ทำอะไรน่ะ!
 
คิ้วสองข้างวิ่งเข้ามาขมวดติดกันเป็นปม รู้ตัวว่าไม่เคยโมโหมากขนาดนี้ ถึงแม้จะโดนเรียกชื่อที่ไม่ชอบให้เรียก โดนกวนประสาทด้วยใครต่อใครก็ตามผ่านช่องว่างระหว่างเน็ตตอนแข่ง หรือใครอีกก็ตามที่ไม่ชอบหน้า ก็ไม่เคยสัมผัสถึงความร้อนแล่นผ่านจากช่องท้องมารวมอยู่ตรงอก ความร้อนที่แทบแผดเผาหัวใจจนระเบิดฉีดเลือดให้ขึ้นมารวมบนหน้า ลมหายใจถูกสูดเข้าและปล่อยออกอย่างแรงตอนกระแทกแก้วน้ำลงบนโต๊ะเสียงดัง
 
ไม่อนุญาตให้เอื้อมมือมา ไม่อนุญาตให้แขนข้างนั้นเฉียดเข้ามาใกล้ ไม่อนุญาตให้แผ่นอกขยับเข้ามาจนชิดกับไหล่ ไม่อนุญาตให้ใบหน้าและสายตามองมาที่คนข้างเขา
 
 
…ไม่อนุญาตให้ทำอะไรทั้งนั้น…
 
 
“อิ่มแล้วครับ!!”
 
ส่งเสียงดังเรียกความสนใจแทนที่ขวดซอส ลุกขึ้นยืนก้มลงหยิบกระเป๋าที่วางไว้ด้านล่างขึ้นมาสะพายอย่างรวดเร็ว ไม่ลืมหยิบของคนที่มาด้วยกันส่งให้ คว้าใบรายการอาหารบนโต๊ะมากำไว้อย่างเร่งรีบในขณะอีกมือหนึ่งหยิบเฮดโฟนออกมาจากกระเป๋า
 
 
“อ้ะ? จะไปแล้วหรอ”
 
มีเสียงทักท้วงหน่อยๆ ดังมาจากคนเป็นรุ่นพี่ แต่นิชิโนะยะซังเองก็ลุกขึ้นยืนรวดเร็วพร้อมกับเขา
 
 
 
ครั้งนี้เป็นมือเอื้อมออกไปคว้าต้นแขนดึงให้เข้ามาใกล้จนเกือบจะยืนซ้อนกัน โชคดีที่คนตัวเล็กว่าง่ายเลยถืออภิสิทธิ์วางมือไว้บนหัวไหล่ทั้งสองข้างอย่างประกาศสิทธิ์ แสดงความเป็นเจ้าของมากขึ้นด้วยการใช้มือข้างหนึ่งมาโอบไว้ทั้งตัวของนิชิโนะยะซังจากด้านหลัง ก้มใบหน้าลงพอให้ปลายคางแตะโดนเส้นผม โดยไม่ยอมละสายตาจากคนเป็นคู่แข่ง
 
“ครั้งหน้าผมก็จะชนะคุณอีก”
 
เป็นคำพูดที่พูดกับอุชิจิมะซังแต่ยอมให้คนที่เขากอดอยู่ได้ยินเพียงเท่านี้ เฮดโฟนที่หยิบเตรียมออกมาไว้แต่แรกถูกนำมาครอบแทนที่ปิดหูกันหนาวให้รุ่นพี่ตัวเล็ก ด้วยเพลงเดียวกันกับในสวนสาธารณะ เป็นเสียงดนตรีที่ดังพอจะทำให้คำพูดต่อจากนี้ของเขามีเพียงอุชิจิมะซังได้ยินเพียงคนเดียว
 
“…ทั้งเรื่องวอลเลย์บอล และเรื่องของนิชิโนะยะซัง”
 
 
 

– E N D –

 
 
 

x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x

 
อ่านแมทช์แข่งกับชิราโทริซาวะจบแล้วพีคมากเลยค่ะ! ชอบสึกกี้มากๆ เอาไปล้านใจ XD
กรี้ดดดดสึกกี้ในที่สุดนายก็เอาจริงขึ้นมาบ้างแล้ว สึกกี้นายเท่มว้ากกกก! สึกกี้~~~~
นายมีใจหันกลับไปบล็อกลูกอีกครั้งเพราะสีหน้าของรุ่นพี่ลิเบอโร่คนที่อยู่ด้านหลังหรือเปล่า สึกกี้~~~~
ด้วยความที่คิดแบบนี้เลยรู้สึกว่าแมทช์นี้น่ะ สึกกี้→โนะยะ←อุชิวากะ สุดๆ ไปเลยค่ะ
 
และด้วยความที่อ่านด้วยความคิดแบบนี้ตลอดทั้งฟูลเซ็ตนั้นก็เลยทนไม่ไหวจนต้องเขียนเป็นฟิคออกมาให้สึกกี้หวงโนะยะซังมากมายขนาดนี้ทั้งที่จริงๆ แล้วอุชิวากะเขาก็ไม่ได้รุกเท่าไหร่(!?)
คิดว่าถ้าแบบสึกกี้ชอบใครสักคนแล้วคงจะทั้งชอบทั้งแอบบ่นเขาในใจ แล้วก็คงจะเป็นประเภทถ้าจะโดนแย่งคงยิ่งแสดงออกชัดเจนว่าฉันเป็นเจ้าของคนๆ นี้นะ แล้วก็หวงแรงด้วย แต่ก็ไม่บอกว่าชอบเขาหรอก โอ้ยยสึกกี้นายนี่มัน @#$@@$#@%$$
 
ทรยศต่อคุณอาซาฮิอีกแล้วล่ะค่ะ ฮึ่ก!! TT q TT)
 
ป.ล. ชื่อเรื่อง Moon Knight มาจากที่เห็นสึกกี้ต่อสู้กับอุชิวากะในแมทช์ชิราโทริซาวะแล้ว สึกกี้นายเท่มว้ากกกก!!!!!! แล้วฟิคนี้สึกกี้ก็กำลังต่อสู้กับอุชิวากะอยู่ด้วยเหมือนกันค่ะ #$@$#@@@$#@%$$

Thank you for your comment ♥

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s