[Fic Haikyuu] Kuro Neko (Kuroo x Kenma)


Title: Kuro Neko
Author: Yaoyuay
Fandom: Haikyuu
Pairing: Kuroo x Kenma
Rating: PG
Warning: Yaoi
 
 
 
 
ฝนเพิ่งตกหนักซู่ใหญ่เมื่อชั่วโมงก่อนหน้านี้ พื้นถนนที่มองผ่านกระจกห้องเรียนถูกบังด้วยหยดฝนแต่ก็ยังพอมองเห็นเป็นหยดน้ำเล็กๆ กระเด็นขึ้นจากทางเดินเปียกน้ำเมื่อลมแรงกับฝนเม็ดใหญ่ที่มาพร้อมก้อนเมฆสีเทาทำให้ตอนเย็นที่เคยเป็นสีส้มมืดครึ้มเป็นสีเทาหมอง ต้นไม้ใหญ่ใกล้รั้วโรงเรียนไหวโอนเอนแล้วใบไม้ก็ปลิวหลุดลอยออกมาอยู่ในอากาศถูกน้ำหยดใหญ่จากฟ้ากระทบซ้ำๆ จนเปียกแล้วตกลงพื้นที่นองไปด้วยน้ำ
 
 
 
…ฝนตกหนักใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เครื่องเกมพกพาของเขาจนหมด…
 
 
 
ทาบหน้าผากลงกับกระจกห้องเรียนเย็นชื้นเพราะอุณหภูมิอากาศที่เปลี่ยน หลับตาลงถอนหายใจออกมาเบาพอแค่ได้ยินคนเดียวแล้วก็เดินกลับไปทางโต๊ะเรียนที่เขานั่งเล่นเกมอยู่จนไฟสถานะเครื่องกระพริบเป็นสีแดงก่อนต้องจำใจปิดเครื่องให้ภาพการต่อสู้กับมอนสเตอร์กลายเป็นสีดำเมื่อแบตเตอรี่ร้องประท้วงไม่ให้เขาเก็บค่าประสบการณ์ได้อีก เครื่องเล่นเกมสีน้ำเงินเลยถูกวางอยู่บนโต๊ะเรียนอย่างหมดหน้าที่
 
ฝนเริ่มซาลงแล้ว ร่มคันยาวที่พกมาน่าจะพอช่วยกันไม่ให้ฝนเปียกส่วนอื่นนอกจากรองเท้ากับปลายขากางเกงได้บ้าง เครื่องเล่นเกมถูกเก็บลงกระเป๋านักเรียนก่อนจะได้ทำหน้าที่ใหม่อีกครั้งเมื่อกลับถึงบ้าน เวลานี้คงต้องยกความสำคัญราวกับเป็นแรร์ไอเทมในเกมระหว่างที่เขากำลังจะเดินพ้นจากอาคารเรียน ออกไปสู่พื้นที่โล่งด้านนอกให้กับร่มในมือแทน
 
เหยียดแขนออกจนสุด ดันคันร่มกางออกดีดน้ำฝนหยดเล็กที่ยังคงตกลงมาถี่ๆ ให้กระทบพื้นพาสติกใสแล้วไหลลงตามขอบพื้นผิวโค้งลงสู่พื้น ยกหน้าที่กำบังฝนเป็นพื้นที่ปลอดภัยเหมือนกางบาเรียให้กับร่มที่ตอนนี้ถ้าสมมติให้เป็นโล่ก็คงได้ พอมือหนึ่งไม่ว่างอยู่แบบนี้เลยจับอาวุธสองมือไม่ได้
 
 
 
…ไม่ใช่สิ…
 
 
 
เลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นตอนเดินกลับบ้านไม่ได้ ภาพที่เห็นจนชินตาของเกมบนหน้าจอโทรศัพท์เลยถูกแทนที่ด้วยภาพของทางเดินกลับบ้านทั้งสองข้างทางที่พอหันมองต้นไม้ เนินหญ้า แม่น้ำที่อยู่ไกลๆ แล้วก็เหมือนกับเขามาเดินอยู่ในสถานที่ใหม่ที่ไม่ใช่แมพเก็บเลเวล
 
 
 
 
พื้นรองเท้าเหยียบลงบนถนนเปียกน้ำชะลอจนในที่สุดก็หยุดลง เสียงเปาะแปะของเม็ดฝนที่กระทบร่มด้านบนศีรษะก่อนหน้าเริ่มเว้นระยะห่างจนไม่ได้ยินเสียงอีก สายฝนที่มองภาพหยดน้ำไม่ทันเริ่มซาลงจนมองเห็นทางเดินตรงหน้าเป็นอากาศแบบปกติที่ไม่มีน้ำฝนแทรกผ่านลงมา พอยื่นมืออีกข้างที่ว่างอยู่ออกไปพ้นจากปลายด้านหนึ่งของร่มแล้วมีเพียงหยดน้ำค้างอยู่บนใบไม้ร่วงหล่นใส่เท่านั้น ก็ตัดสินใจหุบร่มลง
 
สองเท้ายังไม่ได้ก้าวเดินต่อ เมื่อลองหมุนตัวหันมองรอบๆ ต้นไม้ เนินหญ้า แม่น้ำ ท้องฟ้า เห็นก้อนเมฆสีเทาบนฟ้าเปลี่ยนเป็นสีขาวมัวรวมตัวกันอยู่ตรงสุดสายตาของแม่น้ำสายเล็กขนาบอยู่ข้างเนินหญ้า สักพักสีขาวขุ่นมัวที่เพิ่งเปลี่ยนจากสีเทาของก้อนเมฆเริ่มมีสีส้มจางซึมผ่านจากด้านหลังช้าๆ โดยไม่ทันสังเกต ลมเย็นพัดพาความชื้นจากพื้นดินและต้นไม้ให้อยากสูดหายใจยาวซ้ำอีกหลายที แล้วก้อนเมฆที่เคยบังสีฟ้าของท้องฟ้าอยู่ก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากกัน สีส้มที่เห็นผ่านก้อนเมฆไล่สีกลืนไปกับท้องฟ้า พระอาทิตย์ดวงใหญ่กำลังจะตกลงไปในแม่น้ำตอนเย็น
 
 
 
“เมี้ยว~”
 
 
 
…เอ๋!?…
 
 
 
ความคิดแรกที่แว้บเข้ามาคือพระอาทิตย์ร้องเหมียว? ถึงตอนนั้นตรรกะของความเป็นจริงจะค้านอยู่ว่าเป็นไปไม่ได้แต่ขณะที่เขากำลังมองพระอาทิตย์สีส้มดวงใหญ่แล้วอยู่ๆ ก็มีเสียงเมี้ยวขึ้นมาในจังหวะพอดีถ้าพระอาทิตย์ไม่ร้องเหมียว แล้วจะร้องว่าอะไร
 
เคนมะทำตัวลีบ กดคอห่อไหล่ลงแบบพยายามทำตัวเองให้เล็กที่สุดแล้วค่อยๆ ก้าวถอยหลัง ถ้าให้เลือกความสามารถของฮีโร่ในเกมได้หนึ่งอย่างเขาคงไม่เลือกพลังโจมตีรุนแรงที่สุด หรือพลังป้องกันแน่นหนาที่สุด แต่จะเลือกพลังในการหายตัวไปจากที่ตรงนี้เดี๋ยวนี้เลย
 
เพราะไม่ค่อยถูกกับสัตว์เลยไม่ค่อยอยากเข้าใกล้แล้วก็ไม่ค่อยอยากให้มาเข้าใกล้ พระอาทิตย์ไม่ได้ร้องว่าเหมียว แล้วก็ไม่เคยได้ยินเสียงพระอาทิตย์ร้อง แต่สิ่งที่ส่งเสียงร้องว่าเหมียวออกมาได้ คือ
 
 
 
…แมว…
 
 
 
เจ้าตัวเล็กสีดำเปียกน้ำจนขนลีบ ตั้งแต่หูตั้งๆ ลงมาที่หน้าผาก ขนตรงแก้ม คอ และหน้าอก จับตัวเป็นก้อนจนลีบติดกับลำตัว แม้แต่ปลายขาทั้งสี่ข้างยังจมอยู่ในแอ่งน้ำบนพื้นเปียก มีแต่หนวดตรงสองข้างแก้มเท่านั้นที่ยังชี้ตั้งออกข้างตัว นอกนั้นตั้งแต่ขนยาวๆ ตรงหน้าผากที่เปียกลู่ลงมาจนเกือบปิดตาข้างหนึ่ง ไล่ไปจนถึงหางยาวๆ สีดำก็เปียกน้ำจนแฉะไปทั้งตัว
 
เจ้าแมวดำยืนอยู่ห่างไม่มาก แต่ก็มากพอให้เขากำลังก้าวถอยหลังช้าๆ อยู่ตอนนี้ ไม่ค่อยคุ้นเคยกับสิ่งมีชีวิตที่อ่านการเคลื่อนไหวไม่ออก เดาใจไม่ได้ ถ้าให้เลือกอยู่ใกล้เขาขอเลือกไม่อยู่ใกล้จะดีกว่า
 
ถอยหลังก้าวสุดท้าย หมุนตัวเตรียมออกวิ่งเท่าที่จะเร็วได้ แต่ก็ดูเหมือนจะช้าไป พอก้าวขาออกวิ่งแค่ก้าวเดียวขาที่เคยเป็นอิสระก็ถูกคว้ากอดเอาไว้ด้วยขาลีบๆ ที่มีขนเปียกน้ำ คล้ายกับการเคลื่อนย้ายพริบตา พอก้าวขาอีกข้างก็โดนกระโดดตะครุบมากอดอีก แมวดำตัวเล็กกำลังคลอเคลียกอดขาเขาเอาไว้ไม่ให้เดินหนี พอจะก้าวขาอีกข้างหนีก็โดนยืดตัวยาวเหยียดเอาขาข้างหน้ามาคว้ากอดไว้อีก จะก้าวขาหนีอีกกี่ครั้งก็ไม่พ้นเมื่อเจ้าตัวเล็กยังตามมากอดขาเขาเอาไว้ตลอดทาง
 
ถอนหายใจเบาๆ แบบยอมแพ้ เลิกก้าวหนีแล้วเปลี่ยนเป็นหยุดยืนเฉยก้มดูเจ้าแมวดำคลอเคลียอยู่ตรงขาแบบยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดรักเขาง่ายๆ เมื่อตอนนี้เริ่มเปลี่ยนเป็นเอาหน้ามาซุกสลับเอาแก้มเปียกๆ ทั้งสองข้างไถขากางเกงเขาไปมาไม่เลิก บางครั้งก็ยังเงยหน้าเอาตาหรี่ๆ สองข้างขึ้นมาจ้อง ทั้งที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกแต่ถ้าจะติดเขาขนาดนี้ก็คงได้แต่ยอม
 
 
 
 
ไม่รู้ว่าถอนหายใจกี่ครั้ง ขณะที่เสื้อนักเรียนตรงอกเปียกจนแฉะซึมเข้าไปถึงหน้าท้องด้านในไม่พอ แขนทั้งสองข้างที่ตอนแรกปลอดภัยดีอยู่ในร่มก็ชื้นไปด้วยฝนเปียกๆ จากขนของเจ้าตัวปัญหา ทั้งถอนหายใจทั้งเหม่อมองทางข้างหน้าแบบไม่รู้อารมณ์ตัวเอง แต่ความสุขทั้งหมดในโลกใบนี้ตอนนี้อาจรวมกันอยู่ที่เจ้าแมวดำที่เขาตั้งชื่อเรียกเอาง่ายๆ ตามสีว่าคุโระ
 
พอตัดสินใจอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก้มลงอุ้มขึ้นมาจากขาก็ได้ยินเสียงร้องเหมียวซ้ำอีก แล้วการคลอเคลียแบบที่เอาแก้มถูก็เปลี่ยนเป้าหมายจากขากางเกงมาเป็นแขนตอนที่เขาอุ้มคุโระขึ้นมา ไม่รู้ว่าต้องจับแบบไหนถึงจะดี แล้วต้องอุ้มท่าไหนถึงจะทำให้แมวสีดำเปียกฝนตัวนี้ยอมอยู่เฉยมากกว่าพยายามจะเงยหน้าขึ้นมาหาเขา ถ้าจะบอกว่าตอนนี้ เขากำลังเอาแขนกอดรัดคุโระอยู่ทั้งตัวเพื่อให้เจ้าแมวดำตัวนี้อยู่เฉยก็คงได้
 
 
 
 
ในที่สุดก็พามาถึงบ้าน ใจอ่อนตั้งแต่ยอมอุ้มเจ้าแมวดำขึ้นจากขาแล้วเอามากอดไว้จนตัวเขาแทบจะเปียกตามคุโระไปด้วย ไม่รู้ว่าตากฝนจนตัวเปียกขนาดนี้จะทำให้แมวเป็นหวัดแบบเดียวกับคนหรือเปล่า ทางที่ดีเขาควรรีบทำให้คุโระตัวแห้งเร็วที่สุดก่อนจะได้ยินเสียงแมวร้องฮัดชิ้ว
 
พอวางคุโระลงบนโซฟาก็รีบวางกระเป๋านักเรียนแล้วไปหยิบผ้าขนหนูมาแบบที่ลืมไปเลยว่าพอกลับถึงบ้านจะต้องชาร์จแบตเตอรี่เครื่องเกมเพื่อเก็บเลเวลต่อ เครื่องเล่นเกมสีน้ำเงินถูกเก็บลืมอยู่ในกระเป๋าชั่วคราวขณะที่แมวดำเปียกน้ำฝนตัวนี้ยังร้องเหมียวๆ อยู่ตลอดเวลาตั้งแต่เขาเดินไปหยิบผ้าขนหนู จนกระทั่งกลับมาคุกเข่าลงตรงหน้าโซฟา
 
ขนาดกอดมากับเสื้อแล้วตัวยังไม่เปียกน้อยลงเลย ไม่รู้ว่าตากฝนอยู่นานขนาดไหนก่อนจะเจอเขา แต่ขนเปียกๆ ที่จับตัวกันเป็นก้อนลีบลงมาปิดหน้า หรือขนตรงแก้มกับช่วงคอตรงอกที่ชื้นน้ำจนเปียกชุ่มก็พอจะบอกได้ว่าตั้งแต่ที่ลมแรงพัดมาให้ฝนเม็ดใหญ่กระหน่ำจากก้อนเมฆผ่านอากาศลงมา คุโระก็อาจจะเดินตากฝนอยู่ข้างนอกตลอด
 
 
 
…เฮ้อ…
 
 
 
 
 
 
เคนมะดูรีบร้อนตอนที่กลับมาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนใหญ่ ทั้งที่เสื้อนักเรียนของตัวเองก็เปียกไม่น้อยไปกว่าเขาแต่ก็ยังปล่อยให้เสื้อเชิ้ตสีขาวแนบเนื้ออยู่ตรงแถวหน้าอกตอนคุกเข่าลงตรงหน้า คิ้วตรงแถวๆ หน้าผากใกล้กับผมสีพุดดิ้งขมวดเข้าหากันแบบไม่รู้จะเริ่มจัดการตัวเขาที่เปียกตั้งแต่ผมลงไปยันปลายเท้าอย่างไร สองมือเก้กังอยู่กับผ้าขนหนูอยู่นานก่อนจะมีเสียงถอนหายใจเบาๆ กับตัวเองแล้วเริ่มวางผ้าขนหนูลงบนผมเปียกน้ำของเขาเบาๆ
 
น้ำหนักจากปลายนิ้วมือค่อยๆ กดลงให้ผ้าขนหนูซับน้ำช้าๆ ดวงตาสีทองมองมาคล้ายกำลังถามว่าตัวเองทำถูกหรือเปล่า ขยับตัวเข้ามาใกล้โน้มลงมาหามากขึ้นเมื่อนิ้วมือเริ่มเกลี่ยไปมาให้ผ้าขนหนูสัมผัสกับเส้นผมจนทั่ว สัมผัสทั้งหนักเบาเริ่มทำให้ดวงตาของเขาปรือลงเกินกว่าจะจ้องมองทุกการกระทำของคนตรงหน้า แม้ว่ากระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวตรงอกจะเย้ายวนให้เอื้อมมือไปหาแล้วปลดออก แต่การนั่งอยู่เฉยๆ แล้วปล่อยให้เคนมะเป็นคนจัดการกลับรู้สึกดีกว่ากันอย่างน่าประหลาด
 
ผ้าขนหนูเริ่มไล่ลงมาซับน้ำตรงใบหน้า ผ้าผืนนุ่มถูกกดลงซ้ำๆ ตรงแถวแก้มแล้วไล่ลงไปที่คอ นิ้วเย็นๆ ที่ผ่านการเดินอยู่ข้างนอกตอนฝนตกเหมือนกันไล่มาจับที่ปลายคางให้เขาเงยหน้าขึ้น ก่อนผ้าขนหนูจะไล่ต่ำลงไปถึงหน้าอก ปลดกระดุมเสื้อบางเม็ดเพื่อให้น้ำที่เปียกตัวอยู่ถูกซับออก
 
 
 
 
สักพักจนกระทั่งผมที่เปียกน้ำเริ่มชื้นจนใกล้แห้ง แต่ผ้าขนหนูผืนนุ่มกับเจ้าของผมสีพุดดิ้งก็ยังไม่หยุดวนเวียนอยู่แถวเส้นผม ลำคอ และแผ่นอกของเขา แรงกดจากปลายนิ้วและฝ่ามือยังย้ำอยู่ให้รู้สึกดีจนอยากเข้าไปคลอเคลียใกล้ขึ้น ร่างที่โน้มเข้ามาหาอย่างไม่ระวังตัวเพราะความสนใจทั้งหมดอยู่กับหยดน้ำตามร่างกายเขามากกว่าลมหายใจที่แทบจะแลกเป่ารดกันใส่ร่างกาย
 
ในขณะที่สายตามองเลยไปยังเส้นผมข้างใบหู และปลายนิ้วยังสัมผัสวนเวียนอยู่ตรงแผ่นอก แค่ยื่นหน้าออกไปหานิดเดียวปลายจมูกก็แตะโดนแก้มนิ่มให้คนเป็นเจ้าของสะดุ้งแล้วถอยห่างออกไปโดยอัตโนมัติ ท่าทางเหมือนกับตอนเจอกันครั้งแรก หรือถูกเขาซบลงบนแขนตอนที่แตะตัว จะต่างก็คือสีหน้าปั้นยากของคนตรงหน้าเขาตอนนี้กำลังบอกไม่ถูกเลยว่าเจ้าตัวรู้สึกอย่างไร
 
ถ้าจะจู่โจมซ้ำก็ต้องตอนที่ชะงัก โน้มตัวเข้าไปหายื่นหน้าเข้าใกล้อีกจนทั้งจมูกและริมฝีปากได้สัมผัสลงบนแก้มข้างเดิมอย่างตั้งใจ ถูจมูกไถไปมาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะให้ปลายลิ้นได้ทำหน้าที่แสดงความรักอย่างเปิดเผยโดยการสัมผัสลงอีกครั้งพร้อมริมฝีปาก
 
เท่านั้นแหละคนใจดีที่เช็ดตัวให้เขาอยู่ก็ถอยกรูดหนีห่างออกไปอย่างรวดเร็วแบบที่ปล่อยทั้งเขาและผ้าขนหนูเอาไว้บนโซฟา ยกแขนขึ้นตั้งการ์ดป้องกันในท่าที่คิดว่าน่าจะช่วยไม่ให้เขาจู่โจมซ้ำลงที่เดิมหรือที่อื่น สีหน้าปั้นยากแบบอ่านอารมณ์ไม่ออกกลับมาอีกครั้ง บางทีคนตรงหน้าเขาตอนนี้อาจจะอยากกลับไปเล่นเกมแบบเดิมมากกว่าเช็ดตัวให้แมวเสียแล้ว
 
 
 
“ค..คุโระ..!!”
 
 
 
“เมี้ยว~”
 
 
 
 

– E N D –

 
 
 
 

x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x

 
เขียนจากรีเควสของพิริซังตอนเพจมาถึง 333 Likes ค่ะ
ได้รีเควสว่าเคนมะเจอกับแมวเหมียวคุโระถูกทิ้ง แล้วสุดท้ายก็เก็บมาเลี้ยง เลยออกมาเป็นคุโระแมวเหมียวกับหนุ่มน้อยเคนมะแบบที่ถึงต่อให้เป็นแมวก็ยังให้คุโระลวนลามเคนมะจนได้ล่ะค่ะ !! //ซับ – , . – ) ชอบตอนเอาผ้าขนหนูเช็ดตัวแมวจังเลยยยย ❤❤

Thank you for your comment ♥

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s