[Fic Haikyuu] Cat’s Paw (Kuroo x Kenma)


Title: Cat’s Paw
Author: Yaoyuay
Fandom: Haikyuu
Pairing: Kuroo x Kenma
Rating: PG
Warning: Yaoi

…ช่วงนี้ คุโระไม่ค่อยว่าง…

“นายกลับไปก่อนได้เลยนะเคนมะ”

พอสะพายกระเป๋าเสร็จก็ได้ยินเสียงคุโระจากด้านหลัง หันกลับไปมองเห็นเสื้อยืดสีดำตรงคอเสื้อก่อนถึงจะเงยขึ้นมองหน้า คนยืนมองเขาจากมุมสูงกว่ายิ้มมุมปากนิดๆ กลับมาให้แล้วคิ้วข้างที่ไม่โดนผมด้านหน้าบังก็เลิกสูงขึ้นไป

“รีบด้วยล่ะเดี๋…”

ได้ยินเสียงคุโระพูดต่อ แต่อยู่ๆ เสียงครืนก็ดังมาจากทางด้านนอกหน้าต่างลั่นก้องท้องฟ้าจนทำให้เสียงคุโระหายไปในเสียงดังสะเทือนจนถึงพื้น พอมองตามเสียงออกไปถึงได้เห็นว่าแสงแดดตอนเย็นเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหายไปแล้ว ท้องฟ้ากลายเป็นสีเทามืดเพราะฝนกำลังมา

“…เดี๋ยวฝนตกรีบกลับล่ะ”

ประโยคที่หายไปในเสียงฟ้าร้องเมื่อกี้ถูกพูดใหม่จนจบ พร้อมกับที่หัวโดนกดแล้วบีบเบาๆ ด้วยมือที่ยกขึ้นมาจับอย่างรวดเร็ว โดนแกล้งขยี้ผมเล่นอยู่สักพักจนพอคุโระเอามือออกไปพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างพอใจตรงมุมปากสองข้าง ผมตรงด้านหน้าก็กระเซิงพองขึ้นมา

ไม่ได้ตอบอะไรนอกจากถอนหายใจเบาๆ ตอนคุโระเดินไปแล้ว ทั้งที่ไม่ค่อยอยากทำเท่าไหร่แต่ผมข้างหน้ายังยุ่งเหยิงอยู่จากมือใหญ่ของคนที่บอกให้กลับบ้านก่อนแล้วเดินหายไปแล้ว ลำบากใจจนไม่รู้ว่าจะทำหน้าแบบไหน หรือต้องทำยังไงดีแต่ก็ค่อยๆ ยกมือสองข้างขึ้นเก้ๆ กังๆ แตะลงบนผมที่พองขึ้นค่อยๆ ลูบหรือบางทีก็ต้องใช้นิ้วจับปัดให้กลับเป็นเหมือนเดิม ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะรู้สึกว่าผมน่าจะกลับเป็นเหมือนเดิม ถ้าคุโระแอบมองอยู่คงกำลังหัวเราะสนุกอยู่แน่ ไหนบอกให้รีบกลับไง

ไม่ได้เดินกลับบ้านพร้อมกันหลายวันแล้ว พอซ้อมเสร็จคุโระก็เดินมาบอกให้กลับก่อนเลยช่วงนี้ต้องจัดการเรื่องซ้อมแข่งกับทีมคาราสุโนะ พอถึงช่วงโกลเด้นวีคก็ต้องเดินทางไปมิยางิ ยังไม่อยากคิดเรื่องเกี่ยวกับซ้อมแข่งหรือทีมคาราสุโนะตอนนี้เท่าไหร่ ยังไม่รู้ว่าเป็นทีมแบบไหนหรือแข่งด้วยแล้วจะรู้สึกว่าวอลเลย์บอลสนุกขึ้นมาหรือเปล่า แต่ถ้าทุกคนไป คุโระไป เขาก็ไป

มีเสียงคำรามอยู่บนท้องฟ้าอีกแล้วตอนเดินออกจากโรงยิม เมฆสีเทาเข้มเริ่มรวมกันอยู่ตรงท้องฟ้าข้างบนเป็นกลุ่มเมฆก้อนใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเหมือนกับทุกครั้ง ปกติก็คือเหมือนกับวันนี้ พอเดินออกมาได้ไม่กี่ก้าวก็ปลดสายกระเป๋าออกมารูดซิปเปิดข้างใน นอกจากรองเท้าวอลเลย์บอล ผ้าขนหนู ชุดนักเรียน สิ่งที่ขาดไม่ได้รองจากโทรศัพท์มือถือคือเครื่องเล่นเกมพกพาเพลย์สเตชันพอร์เทเบิลที่เคยเป็นเพื่อนของเขาเพียงอย่างเดียวก่อนหน้าคุโระ

หยิบเครื่องเกมมาถือไว้ น้ำหนักที่คุ้นเคยในมือเหมือนกับเวลาถือลูกวอลเลย์บอลแล้วเสิร์ฟหรือเซ็ตส่งไป แต่ความสบายใจเมื่อไม่ต้องสนใจว่าจะมีสายตาของใครมองมาหรือเปล่ากลับรู้สึกดีมากกว่าเมื่อได้ก้มลงมองหน้าจอ พอเปิดเครื่องเสร็จ ก็รีบโหลดเซฟเกมต่อจากเล่นค้างไว้เมื่อพักกลางวัน คุโระไม่เคยว่าถึงแม้จะกินข้าวอยู่หรือเดินไปเล่นเกมไป สองขาก้าวไปบนพื้นถนนเดินตามทางไปเรื่อยๆ จึงไม่จำเป็นเลยที่ทั้งสองมือจะต้องปล่อยว่างหรือตาทั้งสองข้างต้องมองข้างหน้า ขอแค่มีเครื่องเกมอยู่ก็พอแล้ว คุโระไม่อยู่ด้วยตอนนี้ก็ไม่เป็นไร

มอนสเตอร์โผล่ออกมากอย่างไม่ทันตั้งตัว หน้าจอเปลี่ยนเข้าฉากต่อรู้รับเควสใหม่รวบรวมของดรอปจากมอนสเตอร์ระดับเอ เรียกใช้ทหารรับจ้างคอยรับดาเมจอยู่ด้านหน้าระหว่างตัวละครหลักที่เป็นจอมเวทย์กำลังร่ายมนต์ใช้สกิล เวทย์มนต์แรกถูกโจมตีออกไปสร้างดาเมจได้ยังไม่ถึงจุดพอจะวางใจ เตรียมตั้งการ์ดรับการโจมตีที่กำลังจะสวนกลับมาทันทีเมื่อการกระโดดบินหายขึ้นไปบนท้องฟ้าของมังกรตรงหน้าสิ้นสุดลงตามด้วยการสั่นสะเทือนของพื้นดินเป็นการโจมตี

สะดุ้ง เมื่อความเย็นหล่นมาโดนตรงปลายจมูก หยดน้ำเย็นจากบนฟ้าเริ่มตกลงมาเป็นหยดฝนบางๆ นอกจากโดนจมูกก็เป็นหลังมือ ทำให้ต้องทิ้งการต่อสู้ในหน้าจอเกมเงยหน้าขึ้นบนฟ้า ไม่มีมังกรอยู่แต่มีน้ำฝนหล่นลงมาใส่หน้าอีกสองสามหยด และหยดที่สามทำให้ต้องกระพริบตาเมื่อตกใส่

ฮู้ดสีขาวด้านหลังเลยถึงคราวจำเป็น เอื้อมมือผ่านไหล่ไปตรงหลังคอคว้าเนื้อผ้านุ่มด้านหลังมาคลุมศีรษะไว้หลวมๆ พอแค่กันไม่ให้ฝนตกลงมาใส่ สองขาที่ก้าวอยู่จากไม่อยากออกแรงวิ่งแต่ก็เลี่ยงไม่ได้ต้องก้าวยาวและเร็วขึ้น หลบชิดข้างทางเพื่อให้กิ่งต้นไม้เล็กๆ พอจะช่วยบังฝนได้บ้างระหว่างที่ฉากต่อสู้ในหน้าจอยังดำเนินต่อไป

กลับสู่หน้าจอเกมอีกครั้ง การโจมตีสวนกลับตอนเผลอเงยมองท้องฟ้าของจริงทำให้พลังชีวิตหายไปเยอะ แต่มานายังเหลืออยู่เลยพอจะฮีลรักษาตัวเองกับทหารรับจ้างให้พลังชีวิตกลับคืนมา พอรักษาอาการบาดเจ็บของปาร์ตี้ฝั่งตัวเองเรียบร้อย เทิร์นต่อไปเลยต้องรับดาเมจจากการโจมตีของมังกรระดับเออีกครั้ง เปิดฉากด้วยการบินขึ้นไปบนฟ้าเหมือนเดิม

แล้วฝนก็หยดลงมาบนหน้าจอเครื่องเกม

เงยหน้าขึ้นมองฟ้าอีกครั้ง คราวนี้ต้องกระพริบตาหลายครั้งเมื่อฝนตกลงมาหนักมากขึ้นจนไหลเข้าตา ยกมือขึ้นเช็ดน้ำบนหน้าออกแล้วแต่เครื่องเกมไม่ได้กันน้ำ พอใช้แขนเสื้อเช็ดหยดน้ำบนหน้าจอออกก็รีบเอาซ่อนไว้ใต้เสื้อวอร์ม ดึงฮู้ดคลุมศีรษะให้กระชับแล้วเริ่มมองรอบตัวหาที่พอจะหลบไม่ให้เปียกฝน แต่นอกจากต้นไม้ที่ตอนนี้พื้นด้านล่างเริ่มเปียกไปแล้ว มองไปอีกด้านก็เหลือแค่เสาไฟฟ้ากับกำแพง เพราะอย่างนี้คุโระถึงบอกให้รีบกลับสินะ

หันกลับไปด้านหลังมองผ่านเม็ดฝนที่ตกลงมาหนักขึ้นยังเห็นตึกเรียนอยู่ห่างออกไปไม่ไกล ถ้ารีบวิ่งกลับไปให้เร็วเท่าที่ทำได้คงเปียกน้อยกว่ารีบวิ่งไปให้ถึงบ้าน ไม่ปกติเลย นอกจากในสนามแข่งบนพื้นที่คอร์ตฝั่งตัวเองที่กว้างแค่ไม่กี่เมตรก็ไม่เคยต้องรีบวิ่งขนาดนี้ ตอนนี้เขากำลังวิ่งเร็วมากกว่าตามลูกวอลเลย์บอลอีก ทำไมเครื่องเกมถึงไม่กันน้ำนะ

มาถึงแล้วอาคารเรียนของมัธยมต้น บันไดยกพื้นตรงริมระเบียงไม่มีคนเลยเข้าไปหลบฝนได้ เสื้อวอร์มของชมรมเปียกฝนจนชื้นเลยต้องถอดออกวางพาดไว้บนกระเป๋าสะพาย กางเกงวอร์มขายาวก็ชื้นฝนเหมือนกัน แต่โชคดีที่เครื่องเกมไม่เป็นอะไรหน้าจอต่อสู้กับมังกรยังเปิดติดรอเป็นเทิร์นของเขาอยู่

นั่งลงบนบันไดขั้นบนสุด เริ่มกดปุ่มเลือกเวทย์มนต์ใช้สกิลร่ายเวทย์ต่อ การต่อสู้ของเควสครั้งนี้เดิมพันด้วยการโจมตีครั้งสุดท้ายกับพลังชีวิตของมังกรที่เหลือ ไม่ถึงครึ่งเทิร์นนี้ต้องได้ลุ้นไอเทมเควสแน่ ทหารรับจ้างเปิดเทิร์นโจมตีก่อนด้วยคริติคอลดาเมจระหว่างเวทย์มนต์บทใหญ่ยังถูกร่ายอยู่ มังกรเริ่มอ่อนแอจนทรุดล้มบนพื้นรอการโจมตีจากมหาเวทย์ที่กำลังจะร่ายจบ

…ฟุ่บ…

ไม่มีการโจมตีครั้งสุดท้าย ไม่มีมังกร ไม่มีจอมเวทย์ เสียงดนตรีเร้าใจในฉากสู้เงียบหายไปพร้อมกับนิ้วโป้งสองข้างของเขายังยกค้างไว้ตรงปุ่มคอนโทรล อยู่ๆ ทุกอย่างก็หายไปพร้อมกับแสงสว่างตรงหน้าที่ทำให้ภาพทุกอย่างกลายเป็นสีดำเหลือแต่เงาสะท้อนเป็นภาพหน้าของตัวเอง เมื่อเครื่องเกมดับลงต่อหน้าต่อตา

“เอ๋…”

กดปุ่มคอนโทรลย้ำๆ หวังจะให้หน้าจอติดกลับขึ้นมาก่อนจะลองกดปุ่มพาวเวอร์ต่ออีกหลายครั้ง แต่เพื่อนเพียงอย่างเดียวของเขาตอนนี้กลับนอนหลับสนิทไปพร้อมกับฝนแล้ว มั่นใจว่าไม่ได้โดนฝนจนเสียเพราะพอลองนึกดูดีๆ เมื่อคืนเขาคงลืมชาร์จแบตเตอรี่

เก็บเครื่องเกมลงกระเป๋าเหมือนเดิม ชันเข่าทั้งสองข้างขึ้นมากอดไว้แล้วเอาคางเกยลงไป ฝนตกหนักมากขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ พอไม่ได้มองหน้าจอเครื่องเกมก็ได้เห็นภาพโรงเรียนกลายเป็นขีดสีขาวของเม็ดฝนกับกลิ่นชื้นของดินที่ได้กลิ่นอยู่ตลอดเวลา ระหว่างแบตเตอรี่ของเครื่องเกมหมดไปแล้ว ความเงียบที่พอไม่มีเสียงดนตรีกับซาวด์เอฟเฟคของเกมก็ได้ยินแต่เสียงฝนตกลงบนพื้นกับใบไม้ปลิวโดนกันเพราะลมพัด นั่งอยู่เฉยๆ เงียบขนาดนี้เลยเหรอ

…คุโระ ทำอะไรอยู่…

“นายกลับไปก่อนได้เลยนะเคนมะ”

พอวันนี้ต้องพูดประโยคคล้ายๆ เดิมอีก คนฟังที่ปกติมีสีหน้าแค่ไม่กี่แบบก็ยังทำหน้าแบบเดิม แต่สังเกตเห็นนิดหนึ่งว่าวันนี้ทำตาหงอยแปลกๆ ตอนเงยหน้าขึ้นมามอง

พยากรณ์อากาศบอกว่าฝนจะตกตอนหกโมงเย็น แล้วเมฆสีเทาก็กำลังรวมกันอยู่ข้างนอก เสียงฟ้าร้องดังสะเทือนตอนบอกให้คนที่เป็นห่วงมาหลายวันต้องเดินกลับบ้านคนเดียวเป็นวันที่อีกไม่กี่วันก็ครบอาทิตย์หนึ่งพอดี

“…เดี๋ยวฝนตกรีบกลับล่ะ”

เห็นหน้านิ่งกับตาหงอยๆ ยังมองมาอยู่หลังจากหันออกไปมองเสียงฟ้าร้องนอกหน้าต่างพร้อมกับเขา อดทนไม่ไหวเลยยกมือขึ้นจับหัวแกล้งบีบไว้เบาๆ พักนึงด้วยมือข้างเดียวก่อนจะขยี้เส้นผมสีทองที่อุตส่าห์ย้อมแต่ก็ปล่อยให้ตรงโคนยาวออกมาเป็นสีดำของผมเดิม นายนี่ทำให้ผมตัวเองดูเหมือนพุดดิ้งชะมัดเลยเคนมะ

คนโดนเขาขยี้ผมเล่นจนพอใจไม่ได้บ่นหรือโวยวาย แค่หลับตาทำหน้ายู่นิดหน่อยระหว่างที่เขาขยับมือเร็วๆ ไปมาบนผมสีพุดดิ้ง แกล้งขยี้เล่นจนผมฟูอยากจะให้หายซึม พอเอามือออกเลยส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้อีกทีทั้งที่ยังไม่หายมันเขี้ยวเลย

ไม่ได้พูดอะไรต่อหลังจากบอกให้รีบกลับ เพราะถ้าเขายังมัวโอ้เอ้หรือหันกลับไปมองอีกทีคงต้องขออนุญาตโค้ชแล้วเดินกลับบ้านพร้อมกับเคนมะแน่ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเด็กผู้ชายตัวเล็กนั่งเงียบอยู่กับเครื่องเล่นเกมคนเดียวก็สัญญากับตัวเองตั้งแต่ครั้งนั้นว่าจะไม่ปล่อยคนๆ นี้ให้ต้องอยู่คนเดียวอีก การเตรียมงานซ้อมแข่งกับคาราสุโนะในวันนี้เลยเสร็จเร็วกว่าทุกวัน ต้องเป็นเพราะสายตาหงอยนั่นแน่ๆ

หลังเสร็จงาน แม้ว่าจะมืดแล้วแต่ฝนยังตกไม่หยุดตอนกำลังจะเดินออกมาจากโรงยิม พอเห็นเขายืนเงยหน้ามองฝนอยู่หน้าประตูโค้ชเลยให้ยืมร่มกลับมาด้วยหนึ่งคัน ไม่รู้ว่าป่านนี้เด็กชายพุดดิ้งจะกลับถึงบ้านหรือยัง ถ้าฟังที่เขาบอกแล้วรีบเดินโดยไม่เล่นเกมไปด้วยระหว่างทางก็คงดี แต่เชื่อได้เลยว่ายิ่งไม่มีเขาเดินอยู่ข้างๆ หมอนั่นยิ่งขาดเกมไม่ได้แน่

ฟ้ายังร้องครืนเป็นเสียงคำรามอยู่ด้านบนเบาๆ ระหว่างที่เขาเดินย่ำน้ำออกมาจากโรงยิม ฝนยังลงเม็ดตกลงมากระทบร่มที่ถืออยู่เป็นเสียงถี่ตอนหยุดยืนเงยหน้าขึ้นมองผ่านร่มใส ท้องฟ้ายังเป็นสีแดงมืดฉ่ำน้ำบอกว่าฝนยังคงตกไม่หยุดไปอีกสักพัก ดูท่าว่าคืนนี้คงจะตกไปอีกทั้งคืน

ระหว่างก้าวเท้าเบาๆ เดินต่อไปบนพื้นทางเดินเปียกน้ำโดยมีแสงสว่างแค่จากเสาไฟในโรงเรียน ทุกตึกเรียนปิดไฟมืดจนเกือบหมดแล้วเมื่อถึงเวลาค่ำ แต่ก็ยังไม่ลืมมองไปรอบๆ ผ่านความมืดที่มีแสงสว่างเหลืออยู่แค่นิดเดียว ทั้งที่อยากจะเชื่อว่าป่านนี้เคนมะคงกลับถึงบ้านแล้ว แต่คงเป็นเพราะรู้จักกันมานานมากกว่าจะเชื่อว่าตัวเองคิดถูกพอมองไปตรงอาคารเรียนของมัธยมต้น ตรงบันไดยกพื้นริมระเบียง แสงสว่างจากเสาไฟที่อยู่ใกล้ส่องให้เห็นว่าคนที่เขาบอกให้รีบกลับบ้านยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น ถ้าไม่ตาฝาดไป

รีบจนลืมไปว่าน้ำจะกระเด็ดขึ้นมาเปียกกางเกงวอร์ม สองขาก้าวยาวออกวิ่งผ่านเม็ดฝนไปพร้อมกับร่มในมือ ทั้งที่บอกให้รีบกลับแต่ทำไมยังนั่งตากละอองฝนอยู่ ตรงนี้ พอวิ่งเข้ามาใกล้เลยเห็นว่านั่งฟุบหน้าลงไปกับเข่า แล้วที่เขาวิ่งย่ำน้ำมาหาเสียงดังขนาดนี้ทำไมยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา

“เคนมะ..!!”

เรียกชื่อทีแรกแต่ยังไม่มีสัญญาณตอบรับ เลยส่งเสียงเรียกอีกครั้งให้ดังกว่าเม็ดฝนที่กำลังตกลงมากระทบหลังคาตึกเรียน พื้น หรือว่าร่มในมือ กำลังจะเอื้อมมือไปจับไหล่แล้วเขย่าแต่ก็พอดีกับการขยับร่างกายเบาๆ นั้นทำให้เขายั้งมือไว้เมื่อใบหน้าที่ฟุบอยู่กับเข่าค่อยๆ รู้สึกตัวแล้วเงยขึ้นมอง

“คุโระ..”

ดวงตาสีน้ำตาลทองเหมือนแมวหรี่มองเมื่อเงยหน้าจนสุดคอ กระพริบตาอยู่สองสามครั้งกว่าหน้าตาแบบเคนมะตอนปกติจะกลับมาเมื่ออาการสะลึมสะลือหายไป

“ทำไมยังไม่กลับบ้าน”

คนที่เขาเพิ่งเจอไม่ได้ตอบคำถามในทันที หันไปหยิบเสื้อวอร์มของชมรมที่ถอดวางไว้บนกระเป๋าสะพายมาถือไว้ก่อน ยังยืนมองรอระหว่างเคนมะกำลังสอดมือเข้าไปในแขนเสื้อจนกระทั่งใส่เสื้อวอร์มทับกับเสื้อฮู้ดสีขาวไว้เหมือนเดิม

“ไม่ได้รอคุโระ”

“รู้แล้ว ทำไมมานั่งตรงนี้”

นั่งยองลงตรงหน้าคนเพิ่งตื่นทั้งที่ถือร่มอยู่ เพราะเคนมะนั่งอยู่บนบันไดขั้นสูงกว่าเลยได้มองหน้าอยู่ในระดับเดียวกัน แต่โดนจ้องตาได้แค่แป๊ปเดียวคนโดนถามก็รีบหันหน้าหนีไปหากระเป๋าสะพายบนพื้น

“ฝนตก…ไม่มีร่ม”

เอื้อมหยิบกระเป๋ามาก่อนจะสอดแขนเข้ากับสายแล้วสะพายเข้าด้านหลัง เคนมะหันกลับมามองหน้าเขาแล้วก็รีบก้มหลบลงมองพื้น กระพริบตาอีกสองทีแล้วถึงเงยกลับขึ้นมามองหน้า

“มัวแต่เดินเล่นเกมจนฝนตกลงมาก่อนใช่ไหม นายเนี่ยนะ~ เอ้า! กลับกันเถอะ”

ลุกขึ้นยืนก่อนคนนั่งอยู่ก่อนจะลุกขึ้นตาม ขยับตัวยื่นร่มออกไปแบ่งให้พอจะเข้ามายืนอยู่ใต้ร่มคันเดียวกันได้ทั้งสองคน เพราะเป็นร่มคันเล็กสำหรับคนเดียวเลยต้องเบียดกันหน่อย แขนอีกข้างของเขาเลยยื่นออกนอกร่มเปียกโดนฝนไปครึ่งหนึ่ง แต่ขอแค่อีกคนที่เพิ่งเข้ามาในร่มไม่โดนฝนก็พอ

ฝนยังตกลงกระทบร่มที่ถืออยู่ในมือเหมือนกับที่เดินออกมาจากโรงยิม สองขายังก้าวไปบนพื้นเปียกน้ำอย่างที่บางครั้งก็กระเด็นขึ้นมาเปียกขากางเกง คนเดินข้างเขาเริ่มยกมือขึ้นมาถูจมูกสูดหายใจดังฟุดฟิดทำท่าเหมือนเตรียมจะเป็นหวัด เลยเอื้อมมืออีกข้างที่ไม่ได้ถือร่มอ้อมไปจับฮู้ดด้านหลังมาคลุมศีรษะให้กันละอองฝนอีกที

“เมื่อเย็นตากฝนใช่ไหม”

“อือ…”

เคนมะยกมือสองข้างขึ้นดึงฮู้ดลงมาคลุมมากขึ้นจนบังใบหน้าด้านข้าง หันไปมองพยายามจะเห็นว่าคนซ่อนใบหน้าตัวเองกับฮู้ดตอนนี้จะมีสีหน้าแบบอื่นที่เขาไม่เคยเห็นหรือเปล่า แต่เนื้อผ้าสีขาวของฮู้ดก็ยังบังให้เห็นแค่ปลายผมสีทองอยู่ดี

“ไม่เล่นเกมเหรอ”

เพิ่งสังเกตได้ถึงความไม่ปกตินอกจากความเงียบก่อนหน้า ถึงแม้จะยังมีเสียงฝนตกอยู่ก็ตามแต่เสียงดนตรีและซาวด์เอฟเฟคของเกมที่เคนมะเคยเล่นหายไป

“แบตหมดแล้ว…”

“หือ..?”

เพราะอย่างนี้สินะถึงได้เห็นคนติดฝนอยู่ตรงตึกเรียนฟุบหน้าหลับกับเข่าตัวเองแทนที่จะก้มหน้าลงหาเครื่องเกมเหมือนทุกครั้ง พอเคนมะไม่มีเกมก็ยังเงียบเหมือนเดิม เงียบกว่าด้วยซ้ำเพราะไม่มีเสียงของเกมดังเหมือนทุกครั้งเวลาเดินกลับบ้านด้วยกัน

ความเงียบของเสียงพูดกลับมาพร้อมเสียงฝนตกอีกครั้งเมื่อบทสนทนาหายไป ฮู้ดสีขาวที่เขาเป็นคนยกขึ้นมาคลุมให้เองยังบังหน้าของคนเดินข้างเขาอยู่ขณะที่การก้าวเดินดูเหมือนจะช้าลงเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเงียบกลับมา หรือเพราะไม่ได้เดินคนเดียวแต่มีอีกคนกำลังก้าวเดินช้าๆ ไปพร้อมกับเขาอยู่เลยไม่อยากให้การก้าวเท้าและเวลาในตอนนี้เดินเร็วเกินไป ถึงแม้ฝนจะยังตกลงมาเปียกแขนแต่ก็ยังอยากให้เวลาในตอนนี้เดินวนอยู่เรื่อยๆ ต่อไป

จากแขนข้างที่อยู่ใกล้กันถือร่มเอาไว้ เลยเปลี่ยนเป็นให้แขนอีกข้างที่เปียกฝนไปแล้วจับด้ามร่มเอาไว้แทน อาศัยจังหวะของการเปลี่ยนอย่างรวดเร็วรีบเอื้อมมือไปโอบดึงตัวคนที่เดินห่างอยู่ด้านข้างให้เข้ามาชิดมากขึ้น ไหล่ที่เขาเอื้อมแขนไปโอบจับสะดุ้ง แต่ใบหน้าใต้ฮู้ดก็ไม่ได้หันมามอง

ปล่อยมือจากไหล่เมื่อเข้ามาเบียดชิดกันอยู่ในร่มแล้ว แขนแตะโดนกันรวมถึงหลังมือเย็นที่ชื้นเพราะฝนก็สัมผัสถูกกันอยู่ เพราะเคนมะไม่ได้ถือเครื่องเกมมือทั้งสองข้างตอนนี้เลยว่างอยู่ แล้วเพราะไม่ได้เล่นเกมสมาธิทั้งหมดเลยไม่ถูกดึงไป ประสาทสัมผัสรวมถึงการสังเกตสิ่งรอบตัวของเคนมะเลยรู้ว่าเขากำลังจะทำอะไร
แต่ถึงอย่างนั้นหลังมือที่แตะชิดกันอยู่ก็ไม่ได้เคลื่อนออกห่าง แล้วพอเขาขยับอีกนิดเดียวก็เกี่ยวนิ้วมือของคนข้างๆ เอาไว้ได้ เป็นการสัมผัสถูกกันเป็นครั้งแรกก่อนเขาจะเปลี่ยนเป็นกุมเอาไว้ทั้งฝ่ามือทันทีอย่างรวดเร็ว

สักพักจนมือที่เย็นเพราะฝนเริ่มอุ่นขึ้น จากที่เป็นฝ่ายกุมมืออีกคนเอาไว้ก่อนก็เริ่มรู้สึกถึงการขยับน้อยๆ แล้วมือเล็กในฝ่ามือของเขาก็ค่อยๆ กุมตอบกลับมา

…ฮู้ดสีขาวยังบังไม่ให้เห็นหน้าของคนข้างๆ
ฝนยังตกกระทบลงบนร่มในมือที่ถือไว้
พื้นทางเดินยังเปียกน้ำตอนที่ขาสองข้างค่อยๆ ก้าวเดินไป
และมืออีกข้างก็ยังคงกุมกันเอาไว้ ไม่ปล่อย…

– E N D –

 

x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x

ฟรีเปเปอร์งาน Haikyuu Only Event คุโระเคนครั้งแรกของเราค่ะ !! XD
ชอบคุโระกับเคนมะคุงมากๆ แต่ยังไม่เคยเขียนฟิคคู่นี้เลยสักที
พอจู่ๆ พล็อตแว้บเข้ามาเลยไม่เขียนไม่ได้แล้ววววว~~~~~!!

เคนมะเป็นคาแรคเตอร์เด็กผู้ชายถือ PSP ที่เราชอบมากเลยค่ะ อ่ออออวววว
ไหล่ห่อๆ พูดน้อยๆ ช้าๆ ฮรืออออ >/////<) อิจฉาคุโระที่ได้คอยดูแลเคนมะชะมัดเลยยยย!!

Thank you for your comment ♥

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s