[AU Fic The Maze Runner] Across The Railway – Final (Minho x Newt)


Title: Across The Railway
Chapter : 1 | 2 | 3 | 4 | 5
Author: Yaoyuay
Fandom: The Maze Runner
Pairing: Minho x Newt
Rating: PG-13
Warning: Yaoi
 
 
 
 
 
หิมะตกหนักทั้งคืน พื้นถนนตอนเช้าจึงถูกปูไปด้วยหิมะสีขาวตลอดทางเดินไปสถานีรถไฟ ถึงแม้จะเริ่มมีแดดอ่อนๆ จากท้องฟ้าสีฟ้าหม่น แต่อากาศก็ยังเย็นจัดจนต้องรีบเดินเร็วๆ ไปบนพื้นหิมะ ทำให้แต่ละก้าวของเขาคล้ายกับเสียการทรงตัวเมื่อเหยียบลงบนเกล็ดน้ำแข็งนุ่ม โคนต้นไม้สูงข้างทางถูกคลุมด้วยหิมะสีขาว กิ่งไม้ไร้ใบยื่นออกแผ่กิ่งก้านถูกแต้มด้วยหิมะขาวตัดกับสีน้ำตาลเดิม รั้วไม้เตี้ยหน้าบ้านหลังที่เขาเดินผ่านจมอยู่ในหิมะเกือบครึ่ง เสาไฟที่เคยส่องแสงสว่างทุกคืนระหว่างทางกลับบ้านมีหิมะเย็นๆ เกาะอยู่ตามความสูงของเสาไปจนถึงด้านบน สีของภาพแบบที่เคยเห็นตอนนี้ถูกย้อมไปด้วยสีขาวบริสุทธิ์ของหิมะฤดูหนาว
 
 
 
 
ผ่านมาเกือบสามสัปดาห์หลังจากหิมะฤดูหนาวร่วงหล่นจากท้องฟ้าในคืนที่เขาไม่ได้เดินกลับบ้านคนเดียว คนเคยยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของชานชาลายังยืนอยู่ฝั่งเดิมทุกเช้า การทักทายคือได้มองหน้าและส่งยิ้มให้ เพียงแต่เมื่อถึงกลางคืน บ่อยกว่าเดินกลับบ้านคนเดียวถ้าเขามานั่งรอที่ฝั่งเดิมกับตอนเช้าแล้วไม่เจอ คือได้เดินกลับบ้านพร้อมกันหลังจากนิวท์เดินออกมาจากรถไฟสามขบวนแรก
 
 
 
 
เริ่มจากความเงียบเหมือนวันแรกๆ แต่พอได้เดินด้วยกันบ่อยขึ้น ระยะห่างที่เป็นช่องว่างตรงกลางตอนเดินข้างกันก็เริ่มแคบลง ความยาวของทางเดินเหมือนยืดยาวขึ้นเมื่อต่างก้าวเดินไปข้างกันช้าๆ แม้อากาศจะหนาวแต่กลับไม่ต้องการความอบอุ่นจากสิ่งอื่นนอกจากเสื้อผ้าหนาที่สวมใส่หรือบทสนทนาที่เกิดขึ้นระหว่างทาง
 
 
 
 
 
 
สถานีรถไฟกลายเป็นสีขาวไม่ต่างจากระหว่างทางที่มินโฮเดินผ่านมา พื้นชานชาลากลายเป็นสีขาวจนมองไม่เห็นพื้นสีเดิม ต้นไม้ไร้ใบฝั่งตรงข้ามสถานีเป็นภาพเดียวกันกับต้นไม้ที่เขาเห็นเป็นสีน้ำตาลสลับขาว และพื้นดินตรงเนินเขาก็กลายเป็นสีของหิมะไม่ต่างจากพื้นสถานี รางรถไฟยังกลายเป็นสีขาวเกือบทั้งหมดยกเว้นรางเหล็กสีเทาที่หิมะถูกลบออกไปหลังจากขบวนรถวิ่งผ่านไปแล้ว
 
 
 
 
ภาพบรรยากาศสีหิมะถูกซึมซับผ่านสายตาได้ไม่นาน เสียงย่ำหิมะดังขึ้นข้างตัวเขาเมื่อคุณลุงคนเดิมเดินเข้ามาใกล้ๆ ก่อนจะส่งยิ้มทักทายพร้อมหนังสือพิมพ์ฉบับเช้า ทุกสิ่งเกิดขึ้นเหมือนเดิมทุกวัน ต่างออกไปเพียงรายละเอียดเล็กน้อย อย่างเนื้อหาข่าวในหนังสือพิมพ์ ตำแหน่งของเข็มนาฬิกาเรือนใหญ่บนเสาชานชาลา อุณหภูมิของอากาศ หรือเสื้อโค้ทของคนที่เดินมาหยุดยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม
 
 
 
 
 
 วันนี้เสื้อโค้ทของนิวท์เป็นสีดำ เสื้อด้านในเป็นไหมพรมคอเต่าเลยไม่มีผ้าพันคอพันรอบปกเสื้อ ดูทะมัดทะแมงด้วยเสื้อผ้าสีเข้มแปลกตา แต่สีบลอนด์ของทรงผมก็ยังทำให้ใบหน้าที่มองกลับมาดูอ่อนหวานเสมอ
 
 
 
 
นิวท์ยิ้มตอบเมื่อเขายิ้มให้ ตั้งใจขยับตัวอย่างเป็นธรรมชาติ ก้าวขาออกด้านข้างขนานไปกับความยาวของชานชาลา เคลื่อนที่อย่างแนบเนียนไม่ให้เพื่อนรอรถไฟฝั่งเดียวกันจับสังเกตได้ เมื่อเขากำลังพยายามขยับ เพื่อให้ยืนอยู่ตรงข้ามกับนิวท์พอดี
 
 
 
 
รอยยิ้มบางของคนอยู่ห่างออกไปกว้างขึ้นอีกเมื่อเจ้าตัวสังเกตเห็นความพยายามของเขา ตอนหยุดยืนอยู่ตรงข้ามกันแล้วนิวท์จึงเหมือนก้มหน้าลงแอบหัวเราะกับพื้นหิมะสีขาว เพราะไม่มีผ้าพันคอพื้นหนาพันอยู่รอบ เขาถึงมองเห็นรอยยิ้มกว้างของคนที่ทำให้หัวใจข้างในอกพองตัวขึ้นมา
 
 
 
 
หัวใจเต้นถี่รัวน้อยลงแล้วเมื่อได้เข้าใกล้และพูดคุยอย่างไม่ติดขัด เริ่มกลายเป็นความสนิทสนมเมื่อพบเจอบ่อยขึ้นและคุ้นเคย จากตื่นเต้นกระวนกระวาย กลายเป็นมีความสุขข้างในหัวใจตลอดเวลาแค่เพียงเห็นหน้า แม้ไม่ได้พูดคุย เมื่อนิวท์ยิ้ม และรอยยิ้มนั้นส่งมาให้เขาภาพเบื้องหน้าก็เหมือนกลายเป็นโลกทั้งใบ
 
 
 
 
 
 
มือข้างหนึ่งยกขึ้นไม่สูงกว่าไหล่ โบกทักทายคนฝั่งตรงข้ามน้อยๆ เพียงขยับแค่ข้อมือ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกำมือชี้นิ้วลงพื้นขยับข้อมืออีกสองสามทีแล้วถึงเปลี่ยนไปชี้นาฬิกาข้อมือตัวเอง มินโฮสบตากับคนยืนอยู่อีกฟากของชานชาลาสักพักจนแน่ใจว่าเข้าใจสิ่งที่เขาต้องการสื่อสารจึงเริ่มเปลี่ยนเป็นขยับร่างกายมากขึ้น คือขยับแขนและขาพร้อมกันเป็นท่าเดินเช้าๆ อย่างระวังไม่ให้คุณลุงข้างๆ สังเกตเห็นผ่านสายตาที่น่าจะก้มอ่านหนังสือพิมพ์อยู่
 
 
 
 
จนการสื่อสารครบสมบูรณ์ นิวท์เริ่มจากยิ้มมุมปากสองข้าง แล้วก็ต้องรีบเม้มเข้าเมื่อรอยยิ้มนั้นกว้างออกกว่าเดิม คนเข้าใจการส่งข้อความด้วยท่าทางของเขาหลบสายตาลงแล้วแอบยิ้ม ถึงแม้จะก้มหน้าลงแต่ก็ยังเห็นริมฝีปากนั้นเม้มรอยยิ้มเอาไว้อยู่ เป็นรอยยิ้มของนิวท์แบบที่เขาชอบที่สุด
 
 
 
 
…วันนี้ จะรอที่นี่เหมือนเดิม แล้วเดินกลับด้วยกัน…
 
 
 
 
 
 
 
 
แสงไฟสีเหลืองสะท้อนบนพื้นที่มีหิมะยังละลายไม่หมด หลังจากก้าวลงจากขบวนรถไฟพร้อมเสียงเคลื่อนที่ของขบวนรถดังห่างออกไป มินโฮก็พาตัวเองมายืนอยู่ชานชาลาฝั่งเดียวกับที่เขาเคยยืนเมื่อเช้า ภาพแสงแดดอ่อนเปลี่ยนเป็นความมืดของค่ำคืน ท้องฟ้าที่เคยเป็นสีฟ้าโทนหลากหลายกลายเป็นสีดำแต้มด้วยแสงของดาว ต้นไม้และเนินเขาที่เคยได้เห็นกลายเป็นสีเดียวกับความมืดเมื่อมองจากระยะไกล แม้ว่ากลางคืนจะต่างจากตอนเช้า แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังเป็นภาพที่เขาชอบมอง
 
 
 
 
…โดยเฉพาะระหว่างรอเจอใครบางคน…
 
 
 
 
มินโฮทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ยาวพร้อมเสียงรถไฟเคลื่อนผ่านไปขบวนหนึ่ง มีแค่เด็กผู้ชายตัวเล็กในชุดกันหนาวสวมหมวกไหมพรมและที่ปิดหูกันหนาวเดินมากับหญิงสาวผ่านหน้าไป แล้วก็ไม่มีใครเดินลงจากรถไฟขบวนที่เพิ่งผ่านไปอีกเลย แต่ยังเหลืออีกสองขบวนระหว่างรอคอยให้คนที่เขาอยากเจอกลับมา
 
 
 
 
 
 
นอกจากรางรถไฟ ท้องฟ้า หรือภาพรางๆ ของกิ่งต้นไม้ พื้นชานชาลาก็เป็นอีกอย่างที่ทำให้เขาเผลอก้มมอง มินโฮโน้มตัวท้าวแขนกับต้นขา ประสานมือไว้ระหว่างสายตามองไล่จากพื้นไปจนถึงรางรถไฟ ความเงียบทิ้งตัวลงมายาวนานเสมอระหว่างจดจ่อกับการรอคอย ปล่อยลมหายใจเย็นให้เข้าออกผ่านปลายจมูกช้าๆ บางครั้งก็ก้มหน้าซุกปลายจมูกกับผ้าพันคอให้อุ่นขึ้น แม้ว่าแก้มทั้งสองข้างจะยังชาอยู่ก็ตาม
 
 
 
 
เสียงเคลื่อนของขบวนรถไฟดังแว่วมาอีกได้ยินชัดเจนหลังจากเวลาของการเฝ้ารอเนิ่นนานได้ผ่านไป รถไฟหยุดลงตรงหน้าครอบครองพื้นที่ริมชานชาลาแทบทั้งหมด แต่มินโฮยังไม่ยันตัวขึ้น ทอดสายตาไปในระดับต่ำก้มมองประตูของขบวนรถที่เปิดออกตรงหน้า ไม่มีการขยับก้าวขาออกมาจากด้านในขบวนรถที่เปิดโล่ง ได้แต่คิดเอาเองคนเดียวว่านิวท์อาจออกมาจากโบกี้อื่น หรืออาจโดยสารมาพร้อมกับรถไฟขบวนถัดไปซึ่งเป็นขบวนที่สามตามสัญญา
 
 
 
 
รถไฟขบวนสีเงินเคลื่อนผ่านทิ้งความมืดลงบนรางรถไฟตรงหน้าอีกครั้ง ลมหายใจยาวถูกระบายออกผ่านผ้าพันคอผืนหนา อากาศเย็นทำให้ยิ่งต้องประสานมือสองข้างเข้าหากันไว้แน่น แต่ยังไม่ทันยืดตัวขึ้นมองหาคนที่อาจยืนอยู่มุมหนึ่งของชานชาลาหรือกำลังเดินมา เสียงฝีเท้าก้าวที่เข้ามาใกล้อย่างนุ่มนวลก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าให้เขาได้เงยขึ้นมอง
 
 
 
 
คนที่เขาเห็นยืนตรงกันข้ามตอนเช้ากลับมายืนอยู่ด้านหน้าอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มแบบเดิม แต่ที่แตกต่างคือเป็นด้านหน้าในฝั่งเดียวกัน ใกล้จนสามารถคว้าแขนหรือมืออีกคนไว้ได้ถ้ามือสองข้างของเขาแยกออกจากประสานกันแล้วยื่นออกไป หรือสูดหายใจเข้าลึกกว่าเดิม หลายครั้งกว่าเดิม นิ้วมือเย็นอาจจะได้สัมผัสกันแทนที่จะเป็นเนื้อผ้าในกระเป๋าเสื้อโค้ทหลังจากเขาเปลี่ยนเป็นซุกมือลงข้างในแทนเมื่อลุกยืน
 
 
 
 
“รอนานหรือเปล่า”
 
นิวท์ไม่ได้ขยับหนีแม้ว่าเขาจะลุกขึ้นยืนจนทำให้ช่องว่างจากความต่างของความสูงในตอนแรกกลายเป็นเข้าใกล้มากกว่าปกติจนเหมือนยืนชิดกัน คล้ายกับตอนทักทายครั้งแรกที่นิวท์ขยับเข้ามาชิดตอนขบวนรถกำลังจะเคลื่อนออกไป เพียงแต่ครั้งนี้ระยะห่างยังมากพอไม่ให้ลมหายใจอุ่นเป่ารดผ่านมา
 
 
 
 
“ไม่เกินสามขบวน”
 
ส่งยิ้มมุมปากเน้นคำพูดเป็นการย้ำเตือนสัญญา หลังจากผ่านมาได้อาทิตย์กว่า พอเจอนิวท์บ่อยขึ้นเขาก็เริ่มบันทึกเวลาทั้งเข็มยาวและสั้นบนนาฬิกาข้อมือตัวเองตอนออกจากที่ทำงาน หรือเวลาบนนาฬิกาเรือนใหญ่บนเสาชานชาลาตอนมานั่งรอ กะเวลาให้ใกล้เคียงกันทุกวันเพียงไม่นานก่อนรถไฟขบวนที่สามเคลื่อนผ่านไป นิวท์ก็จะกลับมา และถ้าไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองมากไป คนมาถึงทีหลังเองก็พยายามให้เวลาการมาถึงเป็นเวลาเดียวกันทุกวันเหมือนเขา
 
“กลับเลยมั้ย”
 
 
 
 
นิวท์พยักหน้า ขยับตัวเตรียมจะเดินไปข้างกันระหว่างยกสองมือขึ้นกุมจมูกและริมฝีปาก อากาศเย็นกำลังทำให้คนเพิ่งออกจากด้านในขบวนรถไฟอุ่นต้องปรับอุณหภูมิให้ชิน หลังจากพ่นลมหายใจใส่ฝ่ามือสองสามครั้ง เงยหน้าสูดหายใจลึกแล้วนิวท์ก็ลดมือลงไว้ข้างตัวเหมือนเดิม
 
 
 
 
นั่นถึงทำให้เขารู้ตัวว่าเผลอหันมองทุกการขยับเคลื่อนไหวของคนข้างๆ โดยคนถูกมองรู้ตัวตลอดเวลา เพราะเมื่อชินกับอากาศหนาวแล้ว นิวท์ก็หันมามองหน้าเขาตรงๆ คล้ายกำลังถามว่ามีอะไร
 
 
 
 
รีบสุดที่ทำได้คือหันหนีมามองทางข้างหน้าแล้วเกร็งคอไว้ ไม่ให้หันไปด้านข้างอีกตลอดทางเดินออกจากสถานีรถไฟที่หัวใจกลับมาเต้นดังเหมือนตอนเดินข้างกันครั้งแรก
 
 
 
 
 
 
 
 
ภาพข้างหน้าเปลี่ยนจากแสงไฟสีส้มอ่อนเป็นทางเดินสีขาวดำ เมื่อหิมะตอนเช้ายังรวมตัวหนาอยู่ทั้งสองฝั่งของทางเดิน โดยเฉพาะตรงโคนต้นไม้ กลายเป็นเนินเล็กๆ สีขาวเมื่อหิมะถูกกวาดไปรวมกันไว้เพื่อเว้นพื้นที่ให้กับทางเดินตรงกลาง ตามกิ่งไม้สีใหญ่น้ำตาลด้านบนยังมีปุยหนาของหิมะหลงเหลืออยู่ แสงแดดตอนเช้าทำให้หิมะละลายไปเพียงบางแค่บางส่วนเท่านั้น เพราะเมื่อถึงตอนสายท้องฟ้าสีเทาก็กลับมาก่อนดวงอาทิตย์ในฤดูหนาวจะหายไปอีกครั้ง
 
 
 
 
แสงไฟสีขาวส่องผ่านกิ่งต้นไม้ลงมาตลอดทางเดิน เงาของกิ่งก้านสีดำทอดลงบนถนนที่หิมะสีขาวหลงเหลือเพียงเบาบาง ฝีเท้าสองคู่ย่ำลงเกือบจะพร้อมกันในจังหวะการก้าวเดินไปข้างกันช้าๆ อากาศเย็นทำให้ส่วนที่โผล่พ้นเสื้อผ้าหนาเริ่มต้องการความอบอุ่น จมูกซุกลงกับผ้าพันคอแล้วแต่มือกลับไม่ต้องการความอุ่นในกระเป๋าเสื้อโค้ท แม้ว่าอากาศที่หนาวขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้ต้องขยับมือไปมาทั้งกำและแบอยู่ข้างตัว หรือปลายนิ้วจะชาจนเริ่มไม่รู้สึก แต่กลับเป็นว่าความกระวนกระวายมารวมอยู่ตรงฝ่ามือเมื่อความอบอุ่นที่ต้องการอยู่กับมือของอีกคนที่แนบอยู่ข้างตัว ไม่ได้ซุกในกระเป๋าเสื้อโค้ท และอาจเย็นไม่แพ้กัน
 
 
 
 
 
 
สองขาเดินตามทางเดินเหมือนเดิมทุกวันจนมาถึงแยกที่สอง ปลายนิ้วเริ่มชาจนแดงเพราะอากาศหนาว ก้มลงเหลือบมองด้านข้างเป็นห่วงมือของคนที่ไม่ยอมทำให้มือตัวเองอบอุ่น สังเกตเห็นความเย็นเริ่มทำให้ปลายนิ้วชาจนแดงไม่ต่างกัน
 
 
 
 
ไม่รู้ตอนไหนที่ช่องว่างระยะห่างข้างกันหายไป กลายเป็นตัวเขาเองเริ่มเช้าใกล้นิวท์ช้าๆ เริ่มจากร้อนวาบในท้องก่อนจะเป็นหัวใจเต้นหนักรัวขึ้นมา เนื้อผ้าของเสื้อโค้ทตรงไหล่สัมผัสโดนกันก่อนความเย็นตรงหลังมือจะได้แลกเปลี่ยนกันเพียงไม่ถึงวินาที แม้มือจะชาแต่ก็สัมผัสได้ แม้อากาศหนาวจะทำให้มือเย็นไม่ต่างกัน แต่กลับเป็นความอุ่นแปลกเกิดขึ้น ตรงที่สัมผัสโดน
 
 
 
 
 
 
เสียงรถไฟเคลื่อนผ่านข้างตัวในความเงียบเป็นเสียงห่างไกล นอกจากเสียงย่ำเท้า หรือหิมะบนกิ่งไม้หล่นลงพื้น นิวท์ก็ยังเพียงแต่เดินข้างเขาโดยไม่พูดอะไร แม้ไม่มีบทสนทนาแต่กลับเป็นความเงียบที่ไม่เคยทำให้อึดอัด ตรงกันข้ามกับเป็นความเงียบที่ทำให้เขาได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองชัดเจน จนอยากได้ยินเสียงหัวใจของอีกคน เข้าใจความต้องการของตัวเองชัดเจน จนอยากถามความต้องการของคนที่เดินผ่านอากาศหนาวอยู่ข้างกัน เมื่อระยะห่างที่เคยมีได้หายไป
 
 
 
 
…ความรู้สึกจะเหมือนกันไหม…
 
 
 
 
“นิวท์..”
 
เป็นปลายนิ้วเย็นเกี่ยวโดนเบาๆ เริ่มจากสัมผัสเพียงครู่เดียวอย่างรวดเร็วแล้วปล่อยออก สัมผัสกระทันหันก่อนหน้านี้คล้ายขออนุญาต และปลายนิ้วก็คือการขอครั้งที่สอง นิวท์ไม่ได้ขยับมือหนี ปลายนิ้วทั้งหมดที่เหลือเลยถูกเขารวบแล้วกุมไว้หลวมๆ ถึงได้รู้ว่ามือของคนข้างเขาเย็นกว่ามาก เย็นจนเหมือนหิมะ
 
“ขอผมรู้จักคุณมากกว่านี้ได้มั้ย”
 
 
 
 
นิ้วมือของนิวท์ขยับ เป็นอาการเล็กน้อยเพราะเขากุมมือไว้อยู่ถึงรู้สึก ไม่ใช่การขยับเพื่อดึงมือออก แต่เป็นการขยับเหมือนตกใจ
 
 
 
 
มีเสียงสูดหายใจผ่านอากาศหนาว แล้วคนข้างเขาก็ยังไม่ตอบอะไร ปล่อยความเงียบให้เกิดขึ้นต่อระหว่างยังคงเดินช้าๆ ย่ำผ่านหิมะบางบนทางเดินไปพร้อมกัน อากาศเหมือนจะเย็นลงมากขึ้นเมื่อเวลายิ่งผ่านไป เริ่มจากเย็นตรงปลายนิ้วมือที่ยังคงสัมผัสกัน ชาจากแขนไล่ไปจนถึงด้านในท้อง เมื่อคำถามของเขาถูกทิ้งเอาไว้ตรงทางที่เพิ่งเดินผ่านมา
 
 
 
 
คงเป็นคำถามที่ไม่ได้รับคำตอบ และเขาก็คงไม่มีความกล้ามากพอจะย้อนกลับไปหยิบคำถามขึ้นมาถามซ้ำอีก ก่อนทางเดินจะสิ้นสุดลงเมื่อถึงแยกที่สามและคนข้างเขาจะปล่อยมือเพื่อเดินแยกไปคนละทาง แรงตึงของแขนเพราะมือที่เกี่ยวกันไว้ทำให้มินโฮต้องหันกลับมา เมื่อคนยังกุมมือเขาไว้อยู่หยุดเดิน
 
 
 
 
แขนข้างที่จับมือกันไว้ถูกดึงตึงเมื่อระยะห่างของสองคนมากกว่าที่เดินข้างกัน แต่มินโฮก็ยังไม่ปล่อยมือ เหมือนกับที่นิวท์เองก็ยังไม่ปล่อยมือ เป็นการประสานสายตาที่ยาวนาน แต่กลับแตกต่างจากการสบตากันครั้งแรก หรือมองตากันครั้งอื่น มีเสียงปล่อยลมหายใจช้าๆ ก่อนนิวท์จะสูดหายใจเข้าอีกครั้ง ถ้าคำพูดต่อจากนี้คือการปฏิเสธ เขาก็เตรียมใจเอาไว้ได้นิดหนึ่งแล้ว
 
 
 
 
“ผมอนุญาตตั้งแต่คุณขอเดินกลับด้วยกันแล้ว”
 
 
 
 
ยิ่งกว่าตอนได้เจอครั้งแรกที่สถานีรถไฟ สบตา หรือได้ทักทาย มากกว่ายืนชิดกัน ขอเดินกลับด้วยกัน เดินข้างกัน หรือจับมือกัน คือคำตอบรับที่บอกว่ารู้สึกเหมือนกัน
 
 
 
 
จากทีแรกที่ความเศร้าลงไปรวมกันอยู่ในท้องถูกเปลี่ยนกลายเป็นความดีใจผสมรวมกับความสุข จังหวะการเต้นของหัวใจอัดแน่นด้านในอกรัวดังอยู่ในหู ความกล้าที่ไม่รู้ว่าไปเอามาจากไหนส่งผลให้ออกแรงตรงข้อมือ ดึงให้คนที่อยู่ห่างออกไปเพียงความยาวแขนขยับเข้ามา
 
 
 
 
ไม่มีความรู้สึกใดต้องปิดบังอีกแล้ว มินโฮฉีกยิ้มกว้าง กว้างจนตาเรียวหรี่เป็นเส้นโค้ง รอยยิ้มเปิดเผยส่งให้กับคนตรงหน้าที่ถูกดึงมายืนจนใกล้ แล้วคนที่มองกลับมาก็กำลังส่งยิ้มกว้างไม่แพ้กันมาให้เขา
 
 
 
 
มือข้างที่จับอยู่ยังกุมกันเอาไว้แน่น แต่มืออีกข้างของเขาค่อยๆ ยกขึ้นสัมผัสเรือนผมสีบลอนด์ที่เคยเห็นจนชินตาอย่างเบามือ สัมผัสช้าๆ ไล่ตั้งแต่ปรอยผมด้านหน้า เกลี่ยนิ้วไปในเส้นผมนุ่มจนถึงศีรษะด้านหลัง ประคองเอาไว้ก่อนจะเอนศีรษะของเขาเข้าหา ทาบหน้าผากลงบนหน้าผากเย็นเฉียบไม่แพ้กันของคนที่สะดุ้งหน่อยๆ เหมือนกับปลายนิ้วมือที่เขาจับไว้อยู่ขยับเล็กน้อยอีกครั้งเมื่อตกใจ
 
 
 
 
“ผมนึกว่านิวท์จะปฏิเสธ”
 
 
 
 
ใบหน้ายังอยู่ชิดทั้งที่หน้าผากชนกัน ใกล้มากกว่าทุกครั้งเมื่อปลายจมูกเองก็สัมผัสโดน เป็นความเย็นที่สัมผัสถูกกันทั้งตรงหน้าผากและปลายจมูก ลมหายใจอุ่นก็เป่าโดนทั้งริมฝีปากและปลายคาง อากาศหนาวจึงถูกลบความเย็นออกไปได้ชั่วคราว
 
 
 
 
“บอกแล้วไงว่าอนุญาต”
 
 
 
 
จบคำพูดของนิวท์ มินโฮยิ่งหยุดไม่ได้ที่จะเอาหน้าผากแนบลงชิดกว่าเดิม ปลายจมูกจะยิ่งกดลงมากขึ้นจนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกัน ถ้าต่างฝ่ายจะไม่ได้กำลังยิ้ม ยิ้มจากความสุขข้างในหัวใจ
 
 
 

– E N D –

 
 
 
 

x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x

 
มาจนถึงตอนสุดท้ายจนได้ค่ะ ต้องขอบคุณทุกคนมากๆ เลยที่ติดตาม และมาคอมเม้นต์ให้กำลังใจกันอยู่เรื่อยๆ เลยนะคะ ^ ^) เราเป็นประเภทที่เขียนฟิคแบบสนองความต้องการตัวเองล้วนๆ พอมีคนอ่าน และมาคอมเม้นต์พูดคุยกันเลยรู้สึกดีใจมากๆ เลยค่ะ
 
ฟิคเรื่องนี้เขียนจากความชอกช้ำใน TDC เลยอยากให้ทั้งสองคนได้เจอกัน ได้มีความสุขด้วยกันจริงๆ สักทีค่ะ (ในที่สุดก็ทำได้แล้ว โฮววว T////T)
แล้วก็เป็นช่วงอยาก(ลองของ)เขียนฟิคแบบเอื่อยๆ ในบรรยากาศเงียบๆ เคราะห์เลยมาตกอยู่ที่มินโฮกับนิวท์ต้องมาเดินด้วยกันแบบแต่ละตอนแทบจะไม่ได้พูดกันเลย!!
 
พอเขียนตอนสุดท้ายก็แอบใจหายเหมือนกันค่ะ
เรื่อยๆ มาจนถึงตอนนี้คงเป็นเป็นตอนที่ได้สัมผัสตัวกันเยอะสุดแล้ว (เย้!) แล้วเราเองก็คิดว่าหลังจากนี้ทั้งสองคนคงจะได้เจอกันที่สถานีรถไฟทั้งตอนเช้า และตอนค่ำ แล้วก็เดินกลับด้วยกันแบบนี้ไปตลอดค่ะ ^ ^)
 
ขอบคุณมากๆ อีกครั้งที่ติดตามนะคะ
แล้วพบกันตอนพิเศษอีกหนึ่งตอนค่ะ * v *)

5 comments

  1. เป็นตอนจบที่อิ่มมากเลยค่ะ ฮือออออ บรรยากาศอบอุ่นแบบไม่เกรงใจหิมะที่ท่วมไปหมดนั่นมันอะไรคะ ชอบตอนที่มินโฮขยับตัวให้อยู่ตรงหน้านิวท์จังเลยค่ะ แบบ อยู่ใกล้กันอีกนิดก็ยังดี น่ารักไปแล้วนะคะอปป้า ตอนที่ส่งข้อความด้วยท่าทางนั่นก็ด้วย มุ้งมิ้งมากฮือออออ ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้น่ารักอะไรขนาดนี้คะ ไม่แปลกใจเลยที่น้องนิวท์จะแอบอมยิ้มบ่อยขนาดนั้น ก็อปป้าน่าเอ็นดูเหลือเกิน
    แต่ในทั้งเรื่องนี่ ซีนที่จับใจเรามากที่สุดคือซีนจับมือค่ะ มันอบอุ่น นุ่มนวล ค่อยเป็นค่อยไป แต่ผะแผ่วจับใจมาก ชอบบบบบ
    ตอนที่น้องนิวท์หยุดเดินแล้วยืนห่างกันแต่มือยังจับกันอยู่นี่ก็ชอบค่ะ แอบคิดไปเองว่ามันเหมือนแบบจะไม่มีใครยอมปล่อยมือจากความสัมพันธ์นี้ มโนเองมากแต่ชอบจัง
    ยิ่งฉากจบนี่นะคะ ฮือออออออ จิกหมอนขาดเลยค่ะ หวานมาก น่ารักมาก อบอุ่นจนหิมะแทบละลาย นี่แทบจะวิ่งไปกรี๊ดรอบบ้าน ชอบที่เรื่องจบด้วยการเริ่มต้นแบบนี้ เป็นการจบทีเราปริ่มมาก
    ใจหายนิดๆที่เรื่องนี้จบแล้ว เหมือนเราตามดูเขามาตลอดแต่ตอนนี้ต้องปล่อยให้พวกเขาเดินต่อเองแล้ว นี่ลุ้นตามมินโฮมาทุกตอน อินกับความรู้สึกของอปป้ามาก
    สุดท้ายแล้วก็ขอขอบคุณคุณมิ้นต์นะคะ ที่เขียนฟิคดีๆแบบนี้มาให้อ่าน รอตอนพิเศษอยู่นะคะ ‘ v ‘

    Like

    1. ขอบคุณสำหรับการติดตามมาตลอดนะคะ อ่านคอมเม้นต์ทีไรก็ชุ่มชื่นหัวใจทุกทีเลยค่ะ ^////^) ขอบคุณนะค๊าาาาา <3 <3

      ตอนมินโฮขยับไปอยู่ตรงหน้านิวท์แล้วส่งสัญญาณมือเป็นข้อความ ฮ่าฮ่า พยายามเอาความขี้เล่นของมินโฮจากในหนังสือมาใส่ไว้ด้วยค่ะ (คือเราชอบมินโฮเกรียนๆ ขี้เล่นในหนังสือมากค่ะ!) ถ้าเป็นนิวท์ต้องแอบอมยิ้มแน่ๆ แต่ในหนังสืออาจไม่ใส่ไว้เลยขอมาใส่ในนี้แทน (มโนนนนน)

      ซีนจับมือ เป็นมินโฮคงใจหายมากเลยค่ะตอนนั้น บอกความในใจไปแต่นิวท์กลับเงียบ (ตอนนั้นนิวท์คงเขินมากที่จะตอบแน่ๆ เลยค่ะ) แต่พอนิวท์ตอบแล้วเหมือนลอยขึ้นฟ้าาาา แอรยลลลล

      จากนี้ก็ให้ทั้งสองคนได้เริ่มต้นความสุขด้วยกัน ใช้เวลาไปด้วยกันเนอะคะ แฟนเกิร์ลจะคอยดูอยู่ห่างๆ ด้วยรักตลอดไปปป ,, ตอนพิเศษ อดใจรออีกนิดนะคะ อยากให้สองคนได้หวานกันมากกว่านี้จังเลยค่ะ !!

      Like

  2. อยากบอกว่าอบอุ่นที่สุดดดด แงงงง อปปร้าาาา นิวท์ก็น่ารักเกินไปค่ะ อยากเห็นยิ้มนั้นบ้างจัง >< และ….ในที่สุด.. คบกันแล้ว!! ถึงจะเป็นตอนสุดท้ายก็อ่านไปยิ้มไปจิกหมอนไปอีกเหมือนเดิม 55555 มีความสุขตามไปด้วยเลยค่ะ ;)) รู้สึกจะเม้นท์แบบงงๆ ขออภัยค่ะ ฟินจนเบลอ 55555 <3 *v*)b

    Like

    1. ขอบคุณมากค่าาาา ขอบคุณมากๆ เลยที่ติดตามมาตลอดจนถึงตอนนี้นะคะ ^ ^)

      นิวท์น่ารักจริงๆ จนอิจฉาอปป้ามากเลยเน้อออ T////T)
      คบกันแล้วค่ะ วินาทีนั้นอปป้าคงตัวแทบลอยไปเลย ดีใจที่ได้เห็นเขาสองคนมีความสุข แล้วกำลังจะเริ่มต้นสิ่งต่างๆ ด้วยกันจังเลยค่ะ ฮื้ออออออ AU หนีความจริงอันโหดร้ายยยยย

      Liked by 1 person

      1. เราต้องกางปีกเรือให้สง่ากันต่อไปค่ะ ถถถถถถ TvT // สวัสดีปีใหม่นะคะ แฮปปี้ๆ <3

        Like

Thank you for your comment ♥

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s