[AU Fic The Maze Runner] Across The Railway #5 (Minho x Newt)


Title: Across The Railway
Chapter : 1 | 2 | 3 | 4
Author: Yaoyuay
Fandom: The Maze Runner
Pairing: Minho x Newt
Rating: PG
Warning: Yaoi
 
 
 
 
 
อากาศหนาวทำให้ยิ่งต้องกระชับผ้าพันคอเมื่อหลังจากก้าวขาพ้นประตูสถานีรถไฟออกมาไม่นาน ละอองหิมะสีขาวก็เริ่มปลิวหล่นผ่านอากาศด้านบนจากท้องฟ้าลงมา หิมะตก ไม่หนักมาก เป็นละอองพอให้เห็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวปลิวอยู่ในภาพสีดำข้างหน้า ผ่านแสงจากเสาไฟสูงข้างทางลงมาเหมือนเป็นเม็ดฝนสีขาวกำลังเคลื่อนที่ปลิวอยู่ในอากาศช้าๆ
 
 
 
 
เสียงเคลื่อนที่กระทบกันของล้อเหล็กกับรางรถไฟดังเป็นจังหวะผ่านข้างตัว เมื่อขบวนรถไฟเคลื่อนที่ผ่านเป็นเสียงคุ้นเคย สองขายังคงก้าวผ่านถนนสีดำไปพร้อมกับอีกคนที่เดินอยู่ด้านข้าง ค่อยๆ ก้าวเดินไม่เร่งรีบ เหมือนลมหายใจเย็นที่ถูกปล่อยผ่านริมฝีปากออกมาแม้ว่าปลายคางจะซุกอยู่กับผ้าพันคอ
 
 
 
 
อากาศหนาวกำลังทำให้เขาควรจะเร่งก้าวเท้าเร็วกว่านี้ แต่เพราะคนกำลังเดินอยู่ข้างกันทำให้เขาอยากยืนอยู่กับที่ เงยหน้ามองท้องฟ้า กิ่งของต้นไม้ แสงไฟ หรือหยุดเวลาเอาไว้ ถ้าทางเดินยาวจะไม่มาสุดตรงทางแยกของถนนทำให้หันไปมองคนข้างๆ อย่างเผลอตัว
 
 
 
 
“ยังไม่ถึงที่พักของผมหรอก”
 
คนถูกมองแค่เหลือบสายตามาอย่างอ่านความคิดเขาออก รอยยิ้มมุมปากแบบที่เห็นในสถานีรถไฟถูกส่งมาให้เพียงครู่เดียวก่อนคนเป็นเจ้าของจะหันกลับไปมองทางเดินข้างหน้า
 
“ถ้าที่พักของคุณไม่ถึงก่อน ผมอยู่ถัดไปอีกสองแยก”
 
 
 
 
ความรู้สึกโล่งใจเกิดขึ้นเมื่อเข็มนาฬิกาถูกทำให้เดินช้าลง ระยะทางถูกยืดออกไปอีกระหว่างหิมะยังปลิวลงมาจากท้องฟ้า อากาศเย็นตรงปลายจมูก เสียงขบวนรถไฟดังในความเงียบ หรือเสียงกระทบกันสั้นๆ ของพื้นรองเท้ากับถนน ระหว่างกำลังก้าวเดินไปพร้อมกัน
 
“งั้นผมคงต้องเป็นฝ่ายส่งคุณทุกวัน”
 
 
 
 
“ถ้าคุณได้เจอผมทุกวันนะ”
 
 
 
 
คราวนี้เป็นเขาเองที่กลั้นรอยยิ้มเอาไว้ไม่ได้ แม้ว่าหัวใจจะเริ่มสงบเป็นปกติอยู่ข้างในอกแล้วก่อนหน้านี้ อยู่ๆ ก็ส่งเสียงดังขึ้นมาพร้อมเต้นเป็นจังหวะแปลกอีก มินโฮรีบเม้มปากอมยิ้มไว้แล้วหันหน้าหนี พอดีกับมีหิมะตกลงมาโดนหน้า เลยเป็นข้ออ้างให้พอจะยกมือขึ้นลูบแล้วกุมทั้งปากกับจมูกไว้แก้เขินได้
 
 
 
 
 
 
 
 
เกิดเป็นความเงียบขึ้นมาอีกระหว่างละอองหิมะยังปลิวโดนแก้ม หรือเปียกผ้าพันคอ จมูกเริ่มชื้นด้วยความเย็นจากละอองเกล็ดน้ำแข็งที่ปลิวมาโดน เมื่อท้องฟ้าสีดำเริ่มมีละอองสีขาวหนาจนเห็นได้ชัด ขณะหิมะเริ่มตกลงมามากขึ้น เขาสองคนก็เดินผ่านอีกทางแยกหนึ่ง
 
 
 
 
“คุณ เอ่อ…นิวท์”
 
เสียงเรียกชื่อกระทันหันทำให้คนเดินอยู่ข้างเขาคล้ายสะดุ้งน้อยๆ ใบหน้าที่เคยแอบมองจากระยะไกลหันมามองพร้อมรอยยิ้มบาง แทบจะในทันทีทำให้เขาต้องรีบหันหน้าหนีอย่างรวดเร็วแม้จะเป็นฝ่ายเรียก หัวใจเต้นโครมครามขึ้นมาแม้ว่าก่อนเงยหน้าขึ้นมองฟ้าจะทันได้สบตาแค่เพียงครู่เดียว
 
“เพิ่งย้ายมาที่นี่เหรอ”
 
ละอองหิมะปลิวโดนหน้าผากและปลายจมูก มินโฮสูดหายใจให้ลมเย็นช่วยพาความร้อนออกไปจากใบหน้าที่เริ่มชาขึ้นมาอีกครั้ง ลองนับเกล็ดหิมะในอากาศระหว่างเงยหน้าไม่ยอมมองทาง เผื่อว่าเสียงนับเลขในใจของเขาจะเร็วกว่าเสียงหัวใจตอนนี้
 
 
 
 
“สองวันแล้วล่ะ”
 
เริ่มจะชินกับเสียงของนิวท์บ้างแล้ว แต่พอได้ยินเสียงเบาๆ ตอบกลับมาก็ยังฟังคล้ายเสียงในความฝัน มีเพียงความเย็นจากละอองหิมะกระทบใบหน้าที่พอช่วยเตือนว่าทุกอย่างกำลังเกิดขึ้นจริง
 
 
 
 
“งั้นก็เท่ากับวันที่ผมเห็นคุณครั้งแรก ที่ชานชาลาฝั่งตรงข้าม”
 
แสงไฟสีขาวส่องกระทบพื้นถนนเป็นเงาของสองคนซ้อนทับไปกับเงาของกิ่งต้นไม้สองข้างทาง ละอองหิมะเริ่มปลิวแรงพร้อมลมเย็นที่พัดมาจนรู้สึกหนาวมากกว่าจะยอมให้มืออยู่นอกกระเป๋าเสื้อโค้ท
 
 
 
 
ความเงียบทำให้ได้ยินเสียงลมหายใจปล่อยออกเบาๆ ผ่านความหนาวของอากาศรอบตัว ไม่มีบทสนทนาต่อหลังจากความกล้าที่เหลืออยู่เพียงไม่ถึงครึ่งของทั้งชีวิตทำให้เขาสามารถหันไปมองด้านข้าง จนได้เห็นรอยยิ้มซ่อนอยู่ใต้ผ้าพันคอผืนหน้าตรงปกเสื้อ
 
 
 
 
…เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้
 
 
ที่รอยยิ้มนั้น
 
 
เร่งจังหวะการเต้นของหัวใจเขา…

 
 
 
 
 
 
 
 
จนมาถึงทางแยกที่สามจากสถานีรถไฟ เวลาที่ขอให้เดินช้าลงกลับเดินเร็วกว่าอยากให้เป็น ระยะทางที่ยืดยาวออกไปก่อนหน้าสิ้นสุดเมื่อคนข้างเขาชะลอฝีเท้าจนหยุดเดิน แล้วเพราะเดินต่อไปอีกสองสามก้าวเมื่อไม่อยากหยุดขาทั้งสองขาลง มินโฮจึงต้องหมุนตัวกลับ เพื่อหันมาหาคนที่หยุดยืนรออยู่
 
 
 
 
“จากตรงนี้อีกไม่ไกลก็ถึงที่พักผมแล้ว”
 
 
 
 
“ครับ”
 
กลายเป็นเขาที่พูดไม่ออกนอกจากตอบรับ ใบหน้าพยักขึ้นลงแบบไม่รู้ตัวเมื่อจะต้องกล่าวลา มือซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ทเริ่มขยับอยู่ไม่สุข คิดไม่ออกว่าควรพูดหรือทำอย่างไร
 
 
 
 
“ขอบคุณที่เดินมาด้วยกัน มินโฮ”
 
ท้ายประโยคเรียกชื่อเขา คนพูดเลิกคิ้วขึ้นนิดหนึ่งเหมือนขอเรียกชื่อเป็นครั้งแรก
 
 
 
 
ความเงียบเกิดขึ้นมาอีกเมื่อสมองยังทำงานหนักแต่ไม่รู้ว่าควรตอบอะไร เสียงหัวใจเต้นก็ดังอื้ออยู่ในหูตลอดเวลาที่ละอองหิมะปลิวผ่านหน้า เส้นผมเริ่มชื้นน้ำเย็นๆ จากน้ำแข็งที่ปลิวโดน และลมหายใจหอบถี่ผ่านริมฝีปากก็ยังไม่หยุดลงหลังจากได้ยินชื่อตัวเอง ผ่านเสียงแหบเบาเหมือนความฝัน
 
 
 
 
นิวท์ขยับขาก้าวออกอีกครั้ง หมุนตัวเตรียมจะเดินเมื่อการบอกลาจบลง ลมหนาวหอบเอาละอองหิมะเย็นจัดมากระทบใบหน้าจนเย็นวาบ มินโฮเอื้อมมือออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ทแล้วชะงักไว้พร้อมคำพูดเรียกให้คนตรงหน้าหันกลับมา
 
“พรุ่งนี้เจอกันตอนเช้า…ตอนเย็นด้วย”
 
 
 
 
ถ้ามองไม่ผิด มีรอยยิ้มซ่อนอยู่ใต้ผ้าพันคอของนิวท์อีกครั้ง นานเหมือนหลายนาทีที่สบตาและมองหน้า กว่าการพยักหน้าช้าๆ จะหมายถึงการพบกันอีกครั้ง
 
 
 

– T B C –

 
 
 
 

x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x

 
เพราะว่าอยากให้นิวท์ยิ้ม พอมาเขียน AU เลยให้นิวท์ได้ยิ้มเยอะๆ ค่ะ
เป็นไปได้ก็อยากเห็นรอยยิ้มของนิวท์แบบที่มินโฮได้เห็นจัง เขียนเองยังอิจฉาาาาา
 
ตอนหน้าเป็นตอนสุดท้ายแล้วค่ะ แต่จะมีแถมตอนพิเศษอีกหนึ่งตอน ^ ^)
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามและเข้ามาคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้กันนะคะ ดีใจมากเลย

8 comments

  1. อปป้าาาาา พูดแบบนั้นนี่มันเหมือนสารภาพเลยนะคะว่าแอบมองเขามาตั้งแต่แรกเลยน่ะ เก็บฟอร์มไว้บ้างก็ได้ ฮืออออ แต่เราเข้าใจนะเราเข้าใจ เวลาอยู่ต่อหน้าคนที่ชอบมากๆน่ะ เก็บยังไงก็เก็บไม่มิดหรอก
    ชอบตอนที่มินโฮเขินแล้วเงยหน้ามองฟ้าไม่ยอมมองอีกฝ่ายจังเลยค่ะ มันแบบน่ารักมาก เราว่านิวท์ก็คงคิดเหมือนกันว่าผู้ชายคนนี้น่ารักชะมัด ถึงได้แอบยิ้มแล้วยิ้มอีก
    ดีจังเลยที่หลังจากนี้ก็จะได้เจอกัน ได้คุยกันทุกวันแล้ว ชอบตรงช่วงที่คุยกันตรงนี้มากเลยค่ะ

    “งั้นผมคงต้องเป็นฝ่ายส่งคุณทุกวัน”

    “ถ้าคุณได้เจอผมทุกวันนะ”

    อ่านแล้วมันก๊าวๆใจบอกไม่ถูกจนต้องอมยิ้มเลย เราเชื่อว่ามินโฮอปป้าไม่ยอมกลับแน่ๆค่ะถ้ายังไม่เจอกัน มีโอกาสได้คุยได้เจอแล้วนี่นะ

    แล้วก็อีกเรื่องที่อยากบอกค่ะ ชอบการบรรยายบรรยากาศมากเลยนี่แทบจะหลับตาแล้วเห็นเกล็ดหิมะโปรยในอากาศแถมยังแอบอุปาทานไปเองว่าหูได้ยินเสียงรถไฟแว่วมา อ่านแล้วเหมือนเราเข้าไปยืนอยู่ ณ ที่ตรงนั้นในเรื่องเลยล่ะค่ะ

    Like

    1. อปป้าดูจะทั้งกล้าแล้วก็ทั้งเขินพร้อมกันเลยเนอะคะ ;/////; โฮรววว แล้วเพราะชวนเขา แล้วก็พูดอะไรตรงๆ ออกไปแบบนั้นเลยทำให้นิวท์ไม่ยอมหยุดยิ้มเลย โฮรวววว เขินแทนนน ///////

      ดีใจมากเลยที่ชอบบรรยากาศของเรื่องนะคะ ดีใจที่สื่อบรรยากาศไปถึงค่ะ อยากให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างเงียบๆ ท่ามกลางบรรยากาศหนาวๆ แล้วก็มีเสียงของรถไฟค่ะ

      ดีใจมากเลยที่ติดตาม และขอบคุณมากลยสำหรับคอมเม้นต์ให้กำลังใจกันเรื่อยๆ นะคะ

      Like

      1. เรารักบรรยากาศของเรื่องนี้เลยล่ะค่ะ >< ขอบคุณที่เขียนเรื่องอบอุ่น สวยๆแบบนี้มาให้อ่านเช่นกันนะคะ

        Like

  2. โอ๊ยยยยยยคิ้วววววว
    คืออ่านไปคิดตามไป อดเขินแทนไม่ได้
    อปป้าาาาา!!!!!! สู้นะค่ะ!!!!!! นู๋นิวท์เปิดใจให้ขนาดนี้ แอร๊ยยยย
    อยากเห็นโทมัสยิ้มเยอะๆเหมือนกันค่ะ
    เปนภาพที่น่ามองมากกกกกกกกก
    คิดภาพเฮียแกยิ้มและจะละลายยยย
    //แต่เก๊าไม่นอกใจอปป้าน๊าาาาาาา

    Like

    1. อปป้าสู้ขาดใจแล้วค่ะงานนี้ มาถึงขั้นนี้แล้ว(อย่างรวดเร็ว!?)
      รอยยิ้มนิวท์เป็นอะไรที่เราอยากเห็นมากเลยค่ะ ;/////;) คงเพราะแอบหลงใหลรอยยิ้มคุณแซงสเตอร์อยู่ /////// (เขินเลย) แต่เชื่อว่าอปป้าของเราก็มีดีนะคะ นิวท์ถึงได้ยิ้มบ่อยขนาดนั้นเน้อออ ///////

      ขอบคุณมากเลยที่ติดตามนะคะ ^^

      Like

  3. อยากเห็นรอยยิ้มนั้นบ้าง อิจฉามินโฮ T/////T 5555
    อบอุ่นอีกแล้วค่ะ อิอิ จากนี้ก็จะได้เจอกันทุกวันแล้ว :D
    รอตอนต่อไปค่า สู้ๆ :3

    Like

    1. จากนี้ได้เจอกันบ่อยๆ แล้วค่ะ ;////////;)
      เขียนเองยังแอบอิจฉามินโฮผู้โชคดีๆๆๆๆๆ มากๆ เลยค่ะ

      ขอบคุณมากเลยค่าาาา ^ ^

      Liked by 1 person

Thank you for your comment ♥

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s