[Fic Haikyuu] All I Want For Christmas Is You (Tanaka x Kiyoko)


Title: All I Want For Christmas Is You
Author: Yaoyuay
Fandom: Haikyuu
Pairing: Tanaka x Kiyoko
Rating: G
 
 
Secret Haikyuu 01 The First Snow of Winter
 

 
 
 
 
 
 
หมวกไหมพรมสีดำ เสื้อฮู้ดสีฟ้าอ่อนกับกางเกงยีน ติดกระดุมเสื้อแจ็คเก็ตที่สวมทับแล้วจัดปกเสื้อให้เรียบร้อย ดึงชายเสื้ออีกสองสามครั้งก่อนพ่นลมหายใจแรงออกมาเสียงดัง
 
 
คนในกระจกกำลังดูดีแบบไม่เคยเป็นมาก่อน หลังจากใช้เวลาตอนกลางคืนเกือบทั้งอาทิตย์รื้อเสื้อผ้าทุกชุดในตู้เสื้อผ้าออกมา จับคู่เสื้อกับกางเกงที่คิดว่าเหมาะกันมากที่สุด ทั้งใส่และถอดสลับเปลี่ยนชุดจนแน่ใจว่าคงไม่มีวันไหนที่ตัวเขาจะดูดีไปมากกว่าวันนี้ได้อีกแล้ว
 
 
 
 
ทานากะ ริวโนะสุเกะ ตอนนี้กำลังยืนมองดูเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ทั้งหันด้านข้าง หมุนตัว และกลับมายืนหน้าตรงมองกระจกอีกครั้ง ทำแบบนี้ซ้ำอยู่ประมาณสามรอบกว่าความมั่นใจที่มากพอจะทำให้เจ้าตัวยกมือสองข้างขึ้นกำแน่น สูดลมหายใจยาวแล้วกลั้นไว้ ก่อนเปล่งเสียงดังให้กับตัวเอง
 
 
โอ๊สสส—-!!
 
 
กระเป๋าเป้สะพายข้างบนเตียงนอนถูกคว้าไปสะพายคล้องพาดไหล่ขณะรีบวิ่งออกจากห้องไปโดยไม่ลืมหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะหนังสือ ถือกำแน่นไว้ในมือระหว่างก้าวลงบันไดอย่างรีบร้อน ไม่คิดว่าคำชวนที่กลั้นใจจะลบทิ้งแต่นิ้วดันแตะโดนเป็นกดส่งเมล์ ตามมาด้วยเสียงร้องลั่นหลังจากเห็นรูปซองจดหมายบนหน้าจอกำลังบอกว่าส่งข้อความไปหาผู้รับ สักพักก็มีข้อความตอบกลับมาสั้นๆ ว่าตกลง จนทำให้เขาต้องกลับไปอ่านข้อความของตัวเองอีกรอบว่าส่งไปหาผู้รับว่าอย่างไร
 
 
ชวนออกไปเดินเล่นด้วยกันคืนวันคริสต์มาส ถ้ากำลังฝันอยู่เขาก็อยากนอนหลับไปตลอดกาล แต่เพราะนี่คือความเป็นจริงที่พอหยิกแก้มตัวเองแรงๆ แล้วเจ็บชะมัด ถึงได้รีบวิ่งออกจากประตูบ้านโดยไม่หยุดฟังเสียงเรียกของพี่สาวหรือคำถามจากคนในบ้านตอนปิดประตูลงพอดี
 
 
อากาศเย็นกระทบจมูกระหว่างสองขาก้าวสลับออกวิ่งเหยาะๆ ไปตามถนนตอนเย็นที่ดวงอาทิตย์ได้หายไปจากท้องฟ้า เหลืองเพียงแสงสีน้ำเงินเข้มหลังก้อนเมฆ ก่อนทุกอย่างกำลังจะกลายเป็นแสงไฟและเสียงเพลงของค่ำคืนวันคริสต์มาส
 
 
 
ลมหายใจเป็นควันจากความอบอุ่นของร่างกายค่อยๆ หายไป เมื่อความเย็นเริ่มทำให้จมูกชา อีกไม่ไกลจะถึงสถานีรถไฟใต้ดิน สถานที่นัดคือปลายทางอีกสี่สถานี ยิ่งระยะทางในการเดินทางหดสั้นลง หัวใจข้างในอกของเขาก็ยิ่งเต้นรัว ดังจนเสื้อกันหนาวสองชั้นจะเก็บเสียงของความตื่นเต้นเอาไม่ได้ แล้วอาการแปลกๆ แบบไม่เคยเป็นมาก่อนก็เหมือนจะทำให้อยากร้องตะโกนระบายความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ออกมาอยู่ทุกวินาที
 
 
 
…ดีใจ จนแทบบ้า…
 
 
 
 
 
 
ยังซุกมืออยู่ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตระหว่างระบายความหนาวออกทางลมหายใจแล้วก้าวเร็วๆ ลงบันไดไปยังสถานี หัวใจเต้นตามจังหวะทุกก้าวที่สองขาสลับลงตามขั้นบันได ความตื่นเต้นกับความดีใจที่รวมปนกันอยู่ทำให้ทุกก้าวของเขาเร่งจังหวะขึ้นจนคล้ายกำลังผ่านทุกสิ่งรอบตัวไปอย่างรวดเร็ว
 
 
สมกับเป็นคืนคริสต์มาสที่ไหล่ของเขากระทบโดนคนอื่นอย่างไม่ตั้งใจตลอดเวลา ตั้งแต่สถานีรถไฟใต้ดิน ขบวนรถไฟ หรือแม้แต่ทางออกจากสถานี จนกระทั่งรีบก้าวยาวๆ ผ่านต้นไม้ประดับไฟสีส้มตลอดทางเดินยาว มาจนถึงต้นคริสต์มาสประดับไฟสีฟ้าสว่างด้านหน้าห้างสรรพสินค้า ความเย็นของอากาศหนาวถึงได้มากระทบกับไหล่เขาอีกครั้ง
 
 
เวลาบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือยังไม่ถึงเวลานัด แล้วเขาก็มาถึงต้นคริสต์มาสก่อนเกือบครึ่งชั่วโมง ช่วงเวลาแห่งการรอคอยพร้อมเสียงหัวใจเต้นกำลังเริ่มต้นขึ้น ระหว่างบรรยากาศรอบตัวสว่างไปด้วยแสงไฟ เสียงพูดคุย และลมหายใจของอากาศหนาว
 
 
สูดลมหายใจเย็นๆ ผ่านจมูกอีกครั้งระหว่างเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีดำจากด้านนอกของห้าง แสงไฟสีฟ้าสว่างสะท้อนหน้าปัดนาฬิกาตอนเข็มนาทีกำลังเดินเข้าใกล้ตัวเลขที่ทำให้หัวใจเต้นรัวเร็วขึ้น อีกสองนาที ความตื่นเต้นกำลังใกล้ล้นทะลักออกมาทั้งหมดตอนเจอหน้าคนที่เขากำลังรอ หรือคือคนที่เขาชวนออกมาเดินเล่นด้วยกันคืนนี้
 
“ทานากะ..”
 
เสียงเรียกเบาแต่คุ้นหูที่แม้กระซิบอยู่ไกลยังได้ยิน ครั้งนี้เสียงแผ่วเบาที่เรียกชื่อกลับอยู่ใกล้จนเผลอสะดุ้งสุดตัวแล้วรีบหันพรวดมาเจอหน้า
 
 
หัวใจที่เตรียมเต้นไม่เป็นจังหวะอยู่ก่อนแล้วตลอดทางถึงได้หยุดเต้นไปในวินาทีที่สายตาใต้แว่นกรอบใสเงยขึ้นมอง แม้จะเพียงไม่นานที่ริมฝีปากเอ่ยเรียกชื่อนั้นเม้มเข้าหากันเบาๆ แล้วสายตาจะลดต่ำลงทันทีเมื่อสบตากันได้ไม่นาน แก้มทั้งสองข้างก็กำลังขึ้นสีแดงเพราะอากาศหนาว
 
 
 
…คิโยโกะซัง…
 
 
 
คนตอบรับคำชวนของเขายืนอยู่ห่างในระยะที่เรียกว่าใกล้ ใกล้จนแทบจะวิ่งออกไปกลางถนนแล้วร้องตะโกน ถ้าความตื่นเต้นตอนนี้จะไม่ถูกเก็บเอาไว้พร้อมลมหายใจที่เพิ่งปล่อยออกมา หรือเขาอาจจะทรุดล้มลงไปได้ถ้าความจริงจะเหมือนกับความฝันเช่นวินาทีนี้
 
 
คิโยโกะซังน่ารักมากกว่าทุกวันที่น่ารัก นอกจากเคยเห็นปล่อยผมหรือรวบผมบ้างบางครั้ง แต่วันนี้กลับมัดเป็นผมเปียรวบไว้ด้านข้าง ชุดนักเรียนหรือชุดวอร์มที่เคยเห็นบ่อยแล้ว วันนี้สวมโค้ทยาวสีเบจทับชุดเดรสยาวกับรองเท้าบูทดูเข้ากัน น่ารักจนทำให้หัวใจเต้นรัวของเขาสูบฉีดเลือดมาอยู่บนหน้าจนร้อนวาบ
 
 
“คิโยโกะซังน่ารักมากที่สุดเลยครับ!!”
 
ห้ามตัวเองไม่เคยทันเลยที่จะพูดความรู้สึกข้างในหัวใจออกมา พูดออกไปแล้ว เสียงดังมากเสียด้วย ทุกคำพูดในประโยคเสียงดังชัดเจน
 
 
คงไม่ใช่คนโดนชมว่าน่ารักคนเดียวจะได้ยิน เมื่อสิ่งเกิดขึ้นตามมาอย่างรวดเร็วคือสองมือของคิโยโกะซังยกขึ้นมาปิดปากเขาเอาไว้อย่างรวดเร็ว สัมผัสนุ่มของฝ่ามือแตะโดนริมฝีปากใส่แรงไว้เล็กน้อยพอให้สะดุ้ง แล้วคนห้ามไม่ให้เขาพูดอะไรออกมาอีกก็รีบก้าวถอยหลังแล้วลดมือลง
 
 
 
“คนอื่นได้ยินหมดแล้ว”
 
 
เลือดฝาดเป็นสีแดงอ่อนอยู่ใต้เลนส์แว่นสายตาเห็นชัดมากกว่าเดิม สัมผัสที่ทำให้ทั้งใบหน้าส่วนล่างของเขาชาไปด้วยความร้อน และฝ่ามือนุ่มของคนที่เอาแต่คิดว่าไม่อาจเอื้อม ทำได้เพียงแสดงท่าทีเปิดเผยตรงไปตรงมาฝ่ายเดียว ไม่เคยคาดคิดว่าจะมีโอกาสเหมือนอย่างไม่กี่วินาทีก่อน นอกจากเคยทำได้แค่มองหรือส่งเสียงสารภาพความในใจ ยังได้ใกล้ชิดถึงขนาดโดนสัมผัส
 
 
ถ้าจะมีคนโชคดีที่สุดในคืนวันคริสต์มาสคงเป็นเขา เมื่อได้รับของขวัญสุดแสนพิเศษจากซานตา ครอสเป็นช่วงเวลาเหมือนฝันที่ยากจะเชื่อว่าคือความจริง สองมือไขว้หลังกันอยู่ถึงได้หยิกแขนตัวเองเตือนว่ายังรู้สึกเจ็บ เมื่อเสียงหวานและสัมผัสนุ่มนวลยิ่งกว่าความฝันนั้นห้ามไว้ไม่ให้เขาพูดอะไรออกมาได้อีกตลอดเวลาที่โดนมนตร์สะกดเอาไว้
 
 
จนคิโยโกะซังส่งเสียงอ้ำอึ้งเบาๆ เหมือนคลายมนตร์ เขาถึงได้รู้สึกตัวว่าควรเป็นคนเริ่มต้นการออกมาเดินเล่นด้วยกันคืนนี้มากกว่าปล่อยให้ความเงียบได้ยึดครองช่วงเวลาสำคัญ ลำคอที่เกือบลืมวิธีการออกเสียงไปแล้วถึงได้เริ่มทำหน้าที่
 
“คิโยโกะซังเข้าไปเดินข้างในห้างมั้ยครับ”
 
 
เงียบกันต่อสักพักกว่าเสียงหวานจะตอบกลับมาเบาๆ
 
“อื้อ”
 
 
ถึงจะเป็นฝ่ายชวนออกมาแต่เพราะเอาแต่ตื่นเต้นกับคำตอบรับดีใจแทบร้องตะโกน เลยไม่ได้คิดเอาไว้ว่าเดินเล่นด้วยกันคืนวันคริสต์มาสต้องทำอะไร มีกิจกรรมแบบไหน ไปดูอะไร ทานอะไร หรือแม้แต่คุยอะไร มาคิดเอาตอนนี้ก็ดูจะไม่ทันเมื่อทั้งหัวสมองขาวโล่งกลายเป็นหิมะเย็นจัดไปแล้ว ชวนเข้าไปเดินด้านในห้างก่อนจึงเป็นอย่างเดียวที่พอจะโผล่พ้นหิมะหนาๆ ในหัวเขาออกมาได้
 
 
คิโยโกะซังแค่พยักหน้า แล้วเดินตามเขาผ่านประตูห้างเข้าสู่บรรยากาศอุ่นกว่าด้านใน ไม่เคยคิดว่าแค่เดินข้างกันกับคนที่ปกติคอยยื่นผ้าขนหนูหรือขวดน้ำให้เกือบทุกวันจะทำให้ข้างในอกด้านซ้ายแทบระเบิด หัวใจเต้นรัวดังจนกลายเป็นเสียงอื้ออยู่ในหู แม้ระยะห่างของช่องว่างเว้นระหว่างแขนข้างที่หันหากันจะไกลจนคิดว่าคงเอื้อมไม่ถึงกัน แต่ความร้อนในร่างกายกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตลอดเวลาที่ความจริงกำลังบอกว่าเขาเดินอยู่ข้างใคร
 
 
 
“คิโยโกะซังอยากทำอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าครับ”
 
 
ไม่มีเสียงตอบกลับมา แต่เมื่อหันไปมองด้านข้างก็เห็นศีรษะของคนอยู่ห่างออกไปส่ายน้อยๆ เขายิ่งต้องใช้ความพยายามละลายกองหิมะในหัวให้หมดเพื่อจะคิดออกว่าจากนี้ไปควรชวนคิโยโกะซังไปทำอะไร แต่กลับเป็นว่าหิมะจะยิ่งตกลงมาหนักกว่าเดิม เมื่อความเงียบเกิดขึ้นต่ออีกยืดยาวระหว่างสองขายังคงก้าวต่อไปด้วยกัน
 
 
 
ถึงจะไม่มีบทสนทนา แต่สายตาของเขากลับทำหน้าที่ไม่ต่างอะไรจากตอนอยู่ในสนามแข่งต้องคอยมองตามบอล เพียงแต่เวลานี้เขาแค่สลับขาก้าวเดินเรื่อยๆ ไม่ต้องวิ่ง สไลด์ตัว หรือกระโดด แต่คิ้วกลับขมวดแน่น เปิดสวิตช์หน้าตากวนประสาทแล้วแยกเขี้ยวเหมือนตอนเจอคู่แข่งก่อนลงสนาม สายตาขวางๆ สอดส่ายทั้งซ้ายขวาส่งให้คนแทบจะเอี้ยวตัวจนคอหมุนได้เมื่อเดินผ่านคิโยโกะซังไป
 
 
 
…อยากให้โนะยัตซังโผล่มาเสียตอนนี้เลย
 
ไม่ได้สิ ! อย่ามาดีกว่า…

 
 
 
เผลอส่งเสียงขู่ฟ่อไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ตัว เมื่อไอ้หนุ่มหน้ากวนประสาททเพิ่งเดินผ่านไปนั่นยักคิ้วหลิ่วตามองมาทางคิโยโกะซัง คนสวยยังคงไม่สนใจหรือเพราะชินกับการถูกมองอยู่แล้ว จะว่าเป็นตั้งแต่เขากับโนะยัตซังก็คงได้ แต่ดีกรีนักกีฬาหวงผู้จัดการยังไงเขาก็ไม่ยอมให้ไอ้หน้าอื่นมามองคิโยโกะซังอยู่นานเด็ดขาด ด้วยเกียรติของวิงก์สไปเกอร์เลย
 
 
 
 
จนกระทั่งสุดทางเลื่อนของบันได เมื่อเขาพาคิโยโกะซังขึ้นมาด้านบนอีกเป็นชั้นที่สอง ลานโล่งกลางห้างจัดเป็นโซนประดับตกแต่งด้วยบรรยากาศของต้นคริสต์มาส ตุ๊กตาหิมะ กวางเรนเดียร์ และรถลากเลื่อนของซานตาครอส คิโยโกะซังชะลอฝีเท้าจนในที่สุดก็หยุดเดินแล้วยืนอยู่หน้ากวางเรนเดียร์ตัวใหญ่จมูกแดง ตุ๊กตากวางรูดอล์ฟกำลังนำทางรถลากเลื่อนที่เต็มไปด้วยของขวัญสำหรับเด็กๆ ในคืนคริสต์มาส
 
 
ถ้าจะเคยอิจฉา เขาก็เคยอิจฉาสิ่งไม่มีชีวิตอยู่ไม่กี่ครั้ง แทบอยากจะถูจมูกตัวเองให้แดง หรือหาสีมาทาให้ปลายจมูกส่องแสงได้แบบรูดอล์ฟ เมื่อคิโยโกะซังลูบหน้าด้านข้างของเจ้ากวางตัวนั้นช้าๆ ใช้ปลายนิ้วแตะบนจมูกสีแดงเรืองแสงนั้นอย่างเบามือ มีรอยยิ้มเกิดขึ้นบนริมฝีปากที่พยายามเม้มไว้นิดๆ คล้ายกำลังยิ้มให้กับเจ้ากวางโชคดีตัวนั้น
 
 
 
 
สองมือรีบยกขึ้นจับหน้าอกด้านซ้าย กดหัวใจที่เต้นโครมครามให้ยังอยู่ที่เก่า นอกจากใบหน้าเรียบเฉยไม่ค่อยพูดจะน่ารักตรึงหัวใจลูกผู้ชายแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าที่ไม่เคยมีโอกาสได้เห็นบ่อยนักยิ่งเหมือนจะกระชากหัวใจเขาออกไปจากอกเสียตอนนี้ แม้ว่าจะเพียงครู่เดียว และเห็นเพียงใบหน้าด้านข้างก็ตาม แต่ก็ได้เห็นเต็มทั้งสองตา
 
 
 
…รอยยิ้มของคิโยโกะซัง…
 
 
 
 
 
 
กลับออกมาหยุดหน้าประตูห้างที่เขากับคิโยโกะซังเพิ่งเดินผ่านเข้าไปเมื่อประมาณชั่วโมงก่อน ถ้ายังไม่มีอีกไอเดียผุดขึ้นจากกองหิมะในหัว ค่ำคืนสุดแสนวิเศษในวันคริสต์มาสของเขาอาจจะจบลงอย่างหาอะไรน่าเสียดายไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว นอกจากหันซ้ายหันขวาอย่างเลิกลั่กสายตายังต้องสอดส่ายมองหาข้ามต้นไม้ประดับไฟเป็นแนวยาวไปยังถนนฝั่งตรงข้าม มองเลยไปอีกสามตึกถึงได้เจอ กองหิมะเริ่มละลายกลายเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งในหัวที่นึกออก
 
 
เคยมากับโนะยัตซังวันไม่มีซ้อมหรือเลิกเร็ว บางทีเสาร์อาทิตย์ก็เคยชวนกันออกมาบ่อยๆ กิจกรรมของเหล่าคนชอบความสนุกสนานและท้าทาย ขยับทั้งร่างกาย สองแขน หรืออาจแค่นิ้วมือ สารพัดเสียงประกอบหรือเพลงทั้งเพลงดังผสมเสียงรัวมือย้ำปุ่มกดเคาะจังหวะปนกันจนฟังไม่ออก แม้แต่เสียงคุยถ้าจะพูดก็ต้องตะเบ็งเมื่ออยู่ด้านในของเกมเซ็นเตอร์
 
 
ไม่รู้ว่าคนน่ารักเรียบร้อยพูดน้อยอย่างคิโยโกะซังจะเคยแม้แต่หยุดมองด้านหน้าหรือเปล่า แต่เพราะคิดว่าคิโยโกะซังไม่น่าเคยมาเลยอยากพาเข้าไปสัมผัสบรรยากาศของความสนุกสนานด้านใน อย่างน้อยเกมง่ายๆ ผู้จัดการคนเก่งของเขาน่าจะพอเล่นได้ แล้วก็คงจะไม่อายถ้ามีเขายืนเล่นอยู่ด้วยกัน แขนข้างถนัดจึงได้ชี้มือไปฝั่งตรงข้ามถนน หันไปมองแล้วเรียกให้คนยืนนิ่งๆ ข้างเขาหันมา กลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคออย่างตื่นเต้นแล้วเอ่ยชวน
 
 
“คิโยโกะซังอยากไปเกมเซ็นเตอร์มั้ยครับ”
 
กลัวคำตอบจะเป็นการส่ายหน้าบอกปฏิเสธเหลือเกิน แต่คนน่ารักข้างเขาก็พยักหน้าน้อยๆ พร้อมเสียงตอบในลำคอเป็นการตกลง ถึงได้พาคิโยโกะซังเดินผ่านถนนไปยังฝั่งตรงข้าม เข้าสู่อาณาเขตของเกมเซ็นเตอร์
 
 
 
ถึงจะเป็นวันคริสต์มาสแต่คนในเกมเซ็นเตอร์ก็ไม่ได้น้อยไปกว่าทุกวันเลย เสียงพูดคุยปนเสียงหัวเราะ เสียงเพลงหรือปุ่มกดพาสติกยังดังให้ได้ยินเป็นระยะ ที่พอเปลี่ยนไปบ้างคือภาพของเพื่อนสนิท เอ่อ..คู่รักยืนข้างกันอยู่หน้าตู้ยูเอฟโอแคชเชอร์ หรือพวกเกมง่ายๆ ที่เล่นพร้อมกันสองคนได้ ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดี ถ้าจะพาคิโยโกะซังมาเล่นเกม ก็ต้องเป็นที่เล่นพร้อมกันสองคนได้นี่ล่ะ
 
 
“คิโยโกะซังรอตรงนี้ก่อนนะครับ”
 
 
คนรอพยักหน้าแล้วขยับกระเป๋าสะพายอย่างเคอะเขิน ไม่ให้เกินหนึ่งนาทีทานากะรีบวิ่งไปแลกเหรียญสำหรับหนึ่งเกมของเขาและคิโยโกะซัง รีบวิ่งกลับมาทันก่อนคนยืนรออยู่จะอึดอัดเพราะไม่คุ้นเคย ตู้เกมใกล้สุดคือทางเลือกตั้งแต่เห็นชายหญิงคู่หนึ่งยืนเล่นอยู่หน้าตู้ถัดไปไม่ไกล
 
 
ไทโกะโนะทัตสึจิน ไม่ยากเกินไปจะให้คิโยโกะซังเล่นด้วยกัน หลังจากถามว่าเคยเล่นไหมแล้วคิโยโกะซังส่ายหน้า การแนะนำจึงเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาเอื้อมมือไปหยิบไม้กลองที่อยู่ใกล้คนยืนข้างๆ
 
 
ไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้คาดคิด ทุกอย่างเกิดขึ้นเหมือนปกติอย่างเป็นธรรมชาติ และตัวเขาเองก็ต้องบังคับการเคลื่อนไหวให้เป็นไปอย่างราบเรียบโดยไม่แสดงอาการอื่นด้วยการดึงสติเอาไว้ให้อยู่กับตัว ตลอดเวลาที่แขนข้างเอื้อมไปหยิบไม้กลองในซองเก็บด้านล่างสัมผัสโดนกับแขนของคิโยโกะซังที่ประสานกันอยู่ด้านหน้าพอดี
 
 
 
…แม้จะแค่เนื้อผ้าเฉียดผ่านกัน
 
แต่ก็รู้สึกว่าสัมผัสโดน…

 
 
 
หัวใจแทบจะหยุดเต้นไปในวินาทีนั้นเมื่อรู้ตัวว่าเอื้อมไปจนอยู่ใกล้มาก หลังจากหยิบไม้กลองยื่นให้รับไว้แล้วยังเผลอก้มลงมองหน้าสบสายตาที่มองกลับมาพอดี ถ้าจะหัวใจหยุดเต้นแล้วตายลงตรงนี้ เขาคงเป็นคนที่สิ้นใจตายอย่างมีความสุขที่สุดในโลก
 
 
คิโยโกะซังรับไม้ไปถือไว้ แล้วหัวใจของเขาก็รัวดังขึ้นมาเหมือนกลายเป็นกลอง พยายามสูดหายใจเข้าลึกอยู่หลายทีโดยหวังให้อวัยวะที่เขาควบคุมไม่ได้มากสุดในวันนี้สงบลง ก่อนจะหลุดออกมาด้านนอกได้จริงๆ หลังจากหยอดเหรียญและกดเข้าสู่โหมดติวเตอร์เรียลถึงได้เริ่มต้นอธิบาย
 
 
“ตีกลองตอนหน้าตัวโน้ตวิ่งมาถึงวาคุนะครับ …เออะ วงกลมๆ สีเทา แล้วก็ลองตีตามหน้ากลองในจอ เอ่อ .. สีแดงตีด้านข้าง เอ้ย! หน้ากลอง สีฟ้าตีขอบครับ..”
 
เสียงอธิบายรูปบบของตัวโน้ตทั้งติดขัด และฟังดูแปลกพูดผิดๆ ถูกๆ ได้เห่ยจริง แต่เพราะคิโยโกะซังเรียนรู้ได้เร็วจากที่เกมสอน คำอธิบายของเขาถึงต่อให้ผิดพลาดก็ยังพอเข้าใจ ไม้กลองในมือทั้งสองข้างของผู้จัดการคนสวยตีลงบนหน้ากลองได้ตรงจังหวะกับตัวโน๊ตสีแดงวิ่งผ่านพอดี
 
 
จบโหมดติวเตอร์เรียลถึงเข้าสู่เกม เริ่มต้นด้วยโหมดง่ายสุดสำหรับการเล่นครั้งแรก แม้ว่าคิโยโกะซังดูจะถือไม้กลองและตีลงได้อย่างถูกจังหวะคล่องแคล่วจนทำเอาเขาอดแปลกใจไม่ได้ แต่เพลงที่คุ้นหูและความเร็วเริ่มต้นในระดับง่ายน่าก็น่าจะดีที่สุด
 
 
กระชับไม้กลองในมือให้จับถนัดอีกครั้งระหว่างจังหวะเพลงเริ่มอินโทร แอบหันไปมองด้านข้าง เห็นท่าทางและสีหน้าจริงจังของคนหัดเล่นเกม หัวใจก็อดเต้นดังขึ้นมาอีกไม่ได้ ยืนข้างคิโยโกะซังด้วยระยะห่างของช่องว่างระหว่างกลองไทโกะ ใกล้มากกว่าตอนเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้า หรือบนทางเดินมายังเกมเซ็นเตอร์ ถ้าขยับตัวอีกนิดหนึ่งไหล่ด้านข้างก็จะชนกัน แต่ขนาดแขนพลาดไปโดนหัวใจยังเกือบหยุดเต้น ถ้าขยับตัวเข้าไปชิดคิโยโกะซังตอนนี้ เขาคงได้ไปสวรรค์จริงก่อนได้เจอซานตาครอสแน่
 
 
เสียงตีกลองจังหวะหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับคิโยโกะซังตีไม้ลงบนหน้ากลอง เพลงเริ่มโดยที่เขาพลาดช่วงแรกของตัวโน้ตไปเพราะมัวแต่สนใจคนยืนข้างๆ มากกว่า ตกใจลนลาน หน้าร้อนวาบเสียจนคร่อมจังหวะ พลาดตัวโน้ตก่อนจะวิ่งมาถึงจุดกำหนดให้ตี สับสนเสียจนตีข้างกลองหน้ากลองมั่วไปหมด จนคะแนนของ คิโยโกะซังขึ้นนำหน้าเขาไปไกล กว่าจะตั้งสติเรียกฟอร์มกลับคืนมาได้ ในเพลย์แรกเขาก็แพ้ให้กับคิโยโกะซังเสียแล้ว ทั้งในเกมและชีวิตจริง
 
 
 
 
ยืนคอตกเกือบจะทิ้งไม้กลองเมื่อผลคะแนนออกมาตอกย้ำความพ่ายแพ้ เสียงดนตรีของเกมยังดังเป็นจังหวะรอให้เขากดเลือกเพลงเพื่อเริ่มเล่นเกมที่สอง น่าอายชะมัด เป็นคนชวนมาเล่นแต่แพ้คิโยโกะซัง นี่เขาควรจะเงยหน้าหันไปหาคนข้างๆ แล้วพูดว่าอะไรถึงจะดี
 
 
ระหว่างที่คิด และยังไม่กล้าหันไป เสียงหนึ่งที่เพราะยิ่งกว่าทุกเสียงที่เขาเคยได้ยินดังขึ้นให้รีบเงยหน้าแล้วหันไปมอง คิโยโกะซังกำลังหัวเราะ ทั้งหัวเราะและยิ้มไปพร้อมกัน ถึงแม้จะยกมือที่ยังถือไม้กลองอยู่ขึ้นมาบังไว้ แต่ก็มองเห็น รอยยิ้มตอนหัวเราะ และใบหน้าที่ทำให้ทั้งตัวและหัวใจเขาพร้อมจะระเบิดเป็นเสี่ยงได้เดี๋ยวนี้เลย
 
 
 
 
พอเห็นว่าเขาหันไปมอง คิโยโกะซังถึงหยุดหัวเราะ แล้วชูสองนิ้วให้ทั้งที่ยังยิ้มอยู่
 
“ชนะทานากะด้วย”
 
 
เหมือนได้ยินเสียงดังปุ้ง แล้วความร้อนก็ระเบิดพรวดขึ้นมาอยู่บนหน้าจนรู้สึกร้อนไปถึงคอ มือที่กำไม้อยู่ยกขึ้นตีด้านข้างกลองเร็วๆ กดเลือกเพลงไปโดยไม่ได้ดูว่าเพลงอะไร เมื่อความร้อนบนหน้าทำให้ตาพล่ามัวไปหมด แล้วไหนจะเสียงหัวใจที่ดังกว่ากลองอีก
 
 
 
…คิโยโกะซังน่ารัก น่ารักมากเหลือเกิน…
 
 
 
 
 
 
หลังจากรัวไม้ตีบนกลองเสียงดังกว่าที่ควรจะเป็น เพราะเขินจนทำตัวไม่ถูกถึงได้ทั้งรัวกลองและส่งเสียงฮึดช่าเหมือนตอนตบลูกเซ็ตผ่านตาข่ายไปลงพื้นคอร์ทฝั่งตรงข้าม ฟอร์มที่เสียไปจนแพ้ให้กับคนเล่นครั้งแรกถึงได้ถูกเรียกกลับมาได้ไม่ให้เสียหน้า แล้วพอหันไปถามว่าอยากเล่นอีกไหม คิโยโกะซังก็พยักหน้า จากระดับง่ายสุดถึงได้เปลี่ยนเป็นปานกลาง และเพิ่มเป็นยากในรอบสุดท้าย ก่อนจะจบเกมด้วยคะแนนอันสวยงามจนน่าตกใจของคิโยโกะซัง
 
 
“คิโยโกะซังเล่นเกมเก่งเหมือนกันนะครับ”
 
 
บทสนทนาของเหตุการณ์เพิ่งผ่านมาช่วยเติมบรรยากาศไม่ให้เงียบเกินไประหว่างเขากับคิโยโกะซังเดินกลับออกมาจากเกมเซ็นเตอร์ ผ่านถนนสายเดิมที่เดินผ่านตอนแรก จนกระทั่งขากลับถึงได้สังเกตเห็นความงดงามของแสงไฟคืนวันคริสต์มาสรอบตัว
 
 
“ไม่หรอก ทานากะเก่งกว่าตั้งเยอะ”
 
 
ไฟสีส้มสว่างเหมือนดวงดาวนับร้อยบนท้องฟ้าลงมาอยู่ข้างตัว ตลอดทางเดินยาวที่ต้นไม้ไร้ใบถูกประดับตกแต่งกิ่งไม้สีน้ำตาลด้วยหลอดไฟนับพันดวง ค่ำคืนที่น่าจะเป็นสีดำจึงส่องสว่างไปด้วยแสงไฟ สวยงามเหมือนเดินผ่านถนนสายดวงดาว และอากาศเย็นที่กำลังห้อมล้อมรอบตัวเขาอยู่ตลอดเวลา
 
 
 
“เพิ่งเล่นครั้งแรกแต่ทำคะแนนได้ดีมากเลยนะครับ”
 
 
ผ่านถนนอีกสายต้นไม้ยังมีใบสีเขียวสลับแดงเป็นพุ่มอยู่ตามกิ่ง ส่องสว่างเรืองแสงด้วยไฟสีเหลืองอ่อนประดับตกแต่งไว้ให้สีของใบไม้สว่างเรืองเป็นสีทอง พุ่มไม้ริมทางเดินสว่างไปด้วยแสงไฟดวงเล็กขนานไปกับต้นไม้ด้านบน เป็นทางเดินยาวเรืองรองไปด้วยแสงไฟตลอดเส้นทางที่สองขาของเขาก้าวไปพร้อมกับคนข้างๆ
 
 
“บังเอิญมากกว่านะ”
 
 
ลมเย็นพัดมาให้ต้องยกแขนขึ้นลูบกันแก้หนาว คิโยโกะซังเองก็ถูมือกับข้อศอกระหว่างห่อตัวให้ร่างกายเก็บความอบอุ่นไว้ ยิ่งดึกอากาศก็ยิ่งเย็นลง ถึงแม้จะไม่ใช่ไวท์คริสต์มาสที่มีหิมะตกลงมาจากท้องฟ้า แต่อุณหภูมิก็เย็นพอจะทำให้บรรยากาศในคืนนี้สมกับเป็นคริสต์มาส
 
 
แล้วอยู่ๆ คิโยโกะซังก็หยุดเดิน หยุดอย่างกระทันหันจนเขาเดินเลยไปสามก้าวแล้วถึงหันกลับมา ลมหนาวพัดมาเมื่อครู่ทำให้แก้มทั้งสองข้างของคิโยโกะซังแดงมาก แดงยิ่งกว่าตอนเจอกันหน้าห้าง หรือรีบปิดปากเขาตอนเผลอพูดประโยคน่าอายเสียงดัง
 
 
แต่ยังไม่ทันได้เดินเข้าไปหา คิโยโกะซังก็ก้าวเข้ามาหาเขาก่อน ไม่กี่วินาทีที่เดินนำหน้าไปแล้วหันกลับมา นานพอให้สองมือของผู้จัดการคนสวยถือถุงของขวัญห่อกำลังดีไว้ในมือ กระดาษห่อสีฟ้าอ่อนเป็นลวดลายของเกล็ดหิมะ โบว์สีขาวผูกปลายถุงเอาไว้
 
 
“เมอร์รีคริสต์มาส ทานากะ”
 
 
ถุงของขวัญถูกยื่นให้ สองมือยกขึ้นรับอย่างที่หัวใจหยุดเต้นไปแล้ว แม้แต่ตายังไม่กระพริบ และหูก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก ฝันทั้งที่ตื่นอยู่เป็นแบบนี้หรือเปล่านะ
 
 
“ขอบคุณครับคิโยโกะซัง”
 
ถึงจะพูดออกไปแต่เหมือนไม่ได้ยินเสียงตัวเองเลย หลังจากหยุดเต้นไปประมาณเกือบนาที หัวใจก็กลับมาเต้นรัวเร็วเสียงดังอยู่ในอก ดังมากเสียจนสองหูได้ยินแต่เสียงหัวใจ
 
“ผมแกะดูเลยได้มั้ยครับ”
 
 
คำอนุญาตคือพยักหน้า คิโยโกะซังขยับริมฝีปากนิดหนึ่งเหมือนพยายามจะพูดอะไร ระหว่างเขาเริ่มแกะริบบิ้นสีขาวออก และเปิดดูของด้านใน ของขวัญวันคริสต์มาสจากคิโยโกะซังเป็นถุงมือไหมพรมลายทางสลับสีเทาดำ
 
 
โดยไม่ต้องขออนุญาตอีกครั้ง มือทั้งสองข้างรีบสวมถุงมือคู่ใหม่ที่เพิ่งได้รับมาทันที สวมจนเสร็จแล้วถึงชูให้คนตรงหน้า ให้คนมอบให้เห็นว่าเขาสวมถุงมือแสนอุ่นคู่นี้ได้พอดี รอยยิ้มของคิโยโกะซังจึงมาให้เห็นอีกครั้ง แล้วแก้มทั้งสองข้างก็ขึ้นสีแดงอีกเมื่อลมเย็นพัดมาเบาๆ
 
 
และคราวนี้คงถึงตาของถุงของขวัญในกระเป๋าของเขาบ้างแล้ว หลังจากแอบหนีไปเลือกคนเดียวหลังเลิกชมรม ทนต่อสายตาของบรรดาหญิงสาวแสนน่ารักน้อยกว่าคิโยโกะซังมองมาตลอดเวลาที่เขาตั้งใจเลือกของขวัญอย่างรู้สึกเขินอยู่ตลอด เพราะตั้งใจจะเลือกให้ และคิดว่าของชิ้นนี้ต้องเหมาะกับคิโยโกะซังมากที่สุด หลังจากเปิดกระเป๋าหยิบถุงของขวัญออกมายื่นให้ คำอวยพรวันคริสต์มาสก็ถูกพูดออกไปพร้อมกัน
 
 
“คิโยโกะซัง เมอร์รีคริสต์มาสครับ”
 
 
มือเรียวยกขึ้นรับถุงของขวัญไว้พร้อมคำขอบคุณ แล้วแก้มสองข้างก็ขึ้นสีแดงมากขึ้นอีกทั้งที่ไม่มีลมพัด หัวใจเต้นแรงพร้อมกับความคิดเข้าข้างตัวเองแบบสุดๆ อย่างที่ต้องรีบลบออกไปจากความรู้สึกทันที ไม่มีทางเป็นไปได้ถ้าแก้มสองข้างนั้นจะเปลี่ยนเป็นเลือดฝาดเพราะเขา หรือเพราะของขวัญของเขา
 
 
“แกะดูเลยได้มั้ย”
 
เสียงหวานเอ่ยถามเบาจนเกือบไม่ได้ยิน แต่ก็รีบพยักหน้ารัวเร็วๆ บอกให้คนรับรีบเปิดดู เพราะเขาเองก็อยากเห็นของที่ตัวเองเลือกให้ได้อยู่กับคิโยโกะซัง
 
 
ทันทีเมื่อถุงของขวัญสีชมพูอ่อนเปิดออก รอยยิ้มกว้างกว่าเดิมก็ทำให้หัวใจของเขาบีบรัดตัวเร็วๆ อีกครั้ง คราวนี้ทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันหมด ทั้งความร้อนบนใบหน้าและเสียงเต้นของหัวใจ คิโยโกะซังรัดเปียผมด้านข้างไว้ด้วยโบว์มัดผมแซมลูกไม้สีหวานซ้อนด้วยผ้าอีกชั้นมัดรวมอยู่ด้วยกัน ของขวัญวันคริสต์มาสของเขาที่ตั้งใจมอบให้คิโยโกะซัง
 
 
“ดูเหมาะหรือเปล่า”
 
เจ้าตัวเอ่ยถามหลังจากรัดโบว์มัดผมเข้ากับเปียด้านข้าง
 
 
คราวนี้ไม่มีคนอื่นเดินอยู่ใกล้ๆ และเขาก็ไม่คิดจะห้ามตัวเองอีกแล้ว ลมหายใจถูกสูดเข้าเก็บไว้เต็มปอดเตรียมเปล่งเสียงตะโกนที่ต่อให้คิโยโกะซังจะว่าหรือยกมือขึ้นมาห้ามอีกเขาก็หยุดตัวเองไม่ได้อีกต่อไป
 
 
คิโยโกะซังน่ารักมากที่สุดในโลกเลยครับ!!
 
 
 

– E N D –

 
 
 

x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x

 
เป็นฟิคจากกิจกรรม Secret Haikyuu!! #1 ที่ทาง HQWeekly จัดขึ้นค่ะ ^ ^)
ได้รีเควสของ mitashioG ซัง เป็นคู่ทานากะซังกับคิโยโกะซังค่ะ
 
ตอนได้รีเควสตื่นเต้นมากเพราะอยากให้ทานากะซังได้สมหวังเหมือนกันค่ะ XD
นานแล้วที่ไม่ได้เขียนคู่ NL แต่พอเขียนทานากะซังกับคิโยโกะซังแล้วติดใจมาก
จนอยากขอเป็น FC ทานากะซังด้วยอีกคนเลย รู้สึกว่าทานากะซังเท่จังเล้ยยย!~
 
ตอนนั่งเขียนฟิคยังไม่มีไฟคริสต์มาสที่ไหนเริ่มติด เลยต้องเปิดรูปไฟคริสต์มาสในเน็ตรัวเลยค่ะ
แล้วหน้าหนาวปีนี้ร้อนมาก ; v ;) นั่งเขียนทานากะซังกับคิโยโกะซังใส่เสื้อผ้าหนาๆ อากาศหนาว
แต่เขียนฟิคไปเหงื่อเปียกหลังไป (ฮาาา)
 
ถ้ามีโอกาสก็อยากเขียนคู่นี้อีกจังเลยค่ะ > < )

Thank you for your comment ♥

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s