[AU Fic The Maze Runner] Across The Railway #3 (Minho x Newt)


Title: Across The Railway
Chapter : 1 | 2
Author: Yaoyuay
Fandom: The Maze Runner
Pairing: Minho x Newt
Rating: PG
Warning: Yaoi
 
 
 
 
 
พื้นชานชาลาสะท้อนแสงไฟสีเหลืองปรากฎให้เห็นเหมือนทุกคืนเมื่อเขากลับมาถึงสถานีเดิม เพียงแต่เมื่อความมืดของตอนกลางคืนกลับมาเขาจะยืนอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับตอนเช้า เมื่อสายตาของเขาเคยจ้องมองความเงียบอันว่างเปล่าได้ถูกเติมเต็มด้วยความสวยงามของคนที่สะกดสายตาและลมหายใจของเขาเอาไว้ จนแม้แต่หัวใจก็เหมือนถูกทำให้หยุดเต้นไปคล้ายเวลาหยุดเดิน เมื่อได้มองเห็น เมื่อสบสายตา
 
 
 
เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้น สายตาละจากกัน รู้สึกตัวหลังจากผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ การวิ่งผ่านของขบวนรถไฟได้ดึงเขากลับมาอยู่ในห้วงเวลาเดิม หัวใจกลับมาเต้นอีกครั้งแต่กลับเต้นรัวแรงจนจังหวะหนักๆ ของเสียงดังก้องอยู่ในหัว ทุกการเคลื่อนไหวอันสวยงามเหมือนภาพวาดยังชัดเจน แม้ว่าภาพตรงหน้าจะเปลี่ยนเป็นอะไรก็ตาม มนตร์สะกดเมื่อสบสายตายังติดค้างเหมือนอยู่ในความฝันที่ตัวตนของเขาชัดเจนขึ้น
 
 
 
ความบังเอิญได้เกิดขึ้นจริง คงจะเหมือนกับที่ถูกมองแล้วรู้ตัว สายตาถึงได้เงยขึ้นมาสบกันพอดี ไม่ได้มองอยู่ฝ่ายเดียวแต่ตัวตนของเขาได้ปรากฎขึ้นผ่านดวงตาของคนฝั่งตรงข้าม แม้ไม่รู้ว่าได้เข้าไปอยู่ในความทรงจำมากแค่ไหน แต่คนที่เขาบังเอิญเห็นเพียงแค่สองครั้งกลับชัดเจนอยู่ในความคิดตลอดเวลา ทำให้ทุกนาทีเต็มไปด้วยความหวัง ขอให้ได้เจออีกครั้ง และอีกครั้ง จนกว่าจะมีโอกาสได้ทักทาย
 
 
 
 
 
มินโฮกลับมายืนที่ชานชาลาฝั่งตรงข้ามในเวลาใกล้เคียงกับเมื่อคืนก่อน อากาศหนาวจัดสัมผัสได้ทันทีหลังจากประตูรถไฟปิดลงและเสียงเคลื่อนที่ของขบวนรถค่อยๆ ห่างออกไป
 
 
 
เก้าอี้ยาวตัวเดียวกับที่เขานั่งรอเมื่อคืนอยู่ตรงหน้า ทำให้นึกถึงความรู้สึกของการเฝ้ารอและคาดหวังในความบังเอิญเหมือนเมื่อคืนก่อน แม้เวลาตอนเช้าจะตรงกัน แต่เวลาตอนกลางคืนคงยากที่ความบังเอิญจะทำให้ตรงกันอีก ถึงแม้ว่าเขาจะอยากเจอคนที่ได้เจอเมื่อเช้ามากแค่ไหนก็ตาม
 
 
 
ทอดสายตามองอย่างเสียดายหลังจากมินโฮหยุดยืนหน้าเก้าอี้อยู่นาน ความรู้สึกตอนซุกมือเข้าในกระเป๋าเสื้อโค้ทแล้วทิ้งตัวลงนั่งรอท่ามกลางอากาศเย็นยังชัดเจน ถึงแม้ความหวังจะยังอัดแน่นอยู่ในหัวใจที่บีบรัดตัวทุกครั้งเมื่อนึกถึงคนยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามก็ตาม แต่ในที่สุดมินโฮก็ตัดสินใจเดินผ่านเก้าอี้ยาว ผ่านกำแพงประตูสถานี ออกไปสู่อากาศเย็นกว่าด้านนอก
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
อากาศหนาวทำให้ต้องหยิบชายผ้าพันคอที่พาดไว้อย่างไม่ตั้งใจพันรอบคออีกทบ ม้วนชายผ้าเก็บเข้าในคอเสื้อ รักษาลมหายใจอุ่นเอาไว้กับผ้าหนาตลอดเวลาที่เดินก้มหน้าซุกจมูกอยู่ในผ้าพันคอ ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า หรือหันมองข้างทางรอบตัว เมื่ออากาศวันนี้หนาวกว่าทุกวันจนทำให้เขาต้องรีบก้าวยาวๆ เพื่อไปถึงห้องพักอย่างเร็วที่สุด
 
 
 
เสียงเคลื่อนบนรางที่คุ้นหูของขบวนรถไฟดังแว่วมาและเริ่มได้ยินชัดขึ้นเมื่อเข้าใกล้สถานี มินโฮข้ามกลับมาเดินด้านล่างฝั่งเดียวกันกับชานชาลาตอนเช้าของเขา ซึ่งคือชานชาลาตอนกลางคืนของคนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม รถไฟขบวนไหนจะพาคนคนนั้นกลับมา เข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาที่ตัวเลขไหนเขาถึงจะได้เจอคนคนเดียวกันเป็นครั้งที่สองของวัน ถึงแม้จะเดินห่างจากสถานีออกไปเรื่อยๆ แต่ความคิดของเขากลับยังอยู่ที่ชานชาลาเหมือนกับคืนก่อน
 
 
 
รถไฟหยุดลง สักพักก็เคลื่อนตัวอีกครั้งพร้อมเสียงล้อเหล็กกระทบราง ฝีเท้าก้าวยาวๆ ของมินโฮชะลอลงจนในที่สุดขาอีกข้างก็ก้าวมาชิดและหยุดยืน แรงบีบรัดในอกเกิดขึ้นพร้อมเสียงรถไฟค่อยๆ ไกลออกไป ความรู้สึกหน่วงในท้องทำให้เขาต้องสูดหายใจยาวเข้าออกหลายที ความกระวนกระวายที่เกิดขึ้นเหมือนคืนก่อนก็ยังไม่ยอมหายไป ทั้งที่บังคับตัวเองให้เดินออกมาก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ แต่ความรู้สึกตอนนี้กลับเหมือนเขาขว้างโอกาสทิ้งไป ถึงแม้จะคาดหวังไม่ได้ ถึงแม้ความบังเอิญที่จะได้เจอกันอีกแทบเป็นไปไม่ได้ แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็ยังอยากกลับไปที่สถานี
 
 
 
 
 …ถึงจะบังคับ ร่างกาย ได้
 
 
แต่กลับบังคับ หัวใจ ไม่ได้เลย…

 
 
 
 
หมุนตัวหันกลับหลังแล้วสองเท้าก็ก้าวออกวิ่งสลับกันทันที ลมเย็นผ่านข้างตัวอย่างรวดเร็วตลอดเวลาที่เขาวิ่งผ่านอากาศหนาวไปอย่างไม่สนใจอีกแล้วว่าใบหน้าจะชา ปากจะสั่น หรือลมหายใจหอบที่เย็นจนเหมือนจะกลายเป็นน้ำแข็ง หัวใจในอกเต้นรัวแรงตลอดเวลาเพราะการออกแรงรวมกับความคาดหวัง และในที่สุดประตูทางเข้าสถานีก็ปรากฎให้เห็นอีกครั้งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล
 
 
 
มินโฮหยุดฝีเท้าอย่างกระทันหันเมื่อต้องเอี้ยวตัวหลบหลีกคนที่เดินออกมาจากสถานี แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอดมองหน้าคนที่เกือบชนสองสามคนนั้นไม่ได้ หวังจะให้เป็นคนคนนั้น แต่ก็ไม่ใช่ หลังจากก้าวหลบจนไม่น่าจะชนใครอีกก็ออกวิ่งอีกครั้ง ผ่านประตูสถานีเข้าไป ก้าวขาเร็วๆ เข้าไปยังชานชาลาอย่างรีบร้อน เขาไม่อยากพลาดรถไฟแม้แต่ขบวนเดียว
 
 
 
 
 
มาหยุดยืนอยู่ที่ชานชาลา ด้านหลังแถบเส้นสีเหลืองบนพื้น หัวใจเต้นรัวเร็วระหว่างพยายามปรับลมหายใจให้เข้าที่ อากาศเย็นๆ ถูกสูดเข้าและระบายออกมาผ่านทางปากหนักถี่หลังจากสองขาออกวิ่งอย่างเต็มฝีเท้า ผ่านอากาศหนาวที่เกือบทำให้ทั้งใบหน้า และฝ่ามือกลายเป็นน้ำแข็ง
 
 
 
เสียงขบวนรถไฟเคลื่อนเข้าใกล้ดังมาอีกเป็นขบวนที่สองทำให้เขายันแขนกับเข่าเงยหน้าเหยียดตัวขึ้น หันมองไปทางหัวขบวนที่เริ่มเข้ามาใกล้พร้อมกับความหวังที่แทบล้นทะลักออกมาจากข้างในอก ลมหายใจยังหอบถี่ หัวใจยังเต้นเร็วอยู่ตลอดไม่หยุดระหว่างเสียงล้อเหล็กได้ยินชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
 
 
 
ภาพสีเทาของขบวนรถไฟวิ่งผ่านหน้าไปด้วยความเร็วที่ค่อยๆ ชะลอลงจนเทียบจอด ความคาดหวังมากมายเกิดขึ้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในไม่กี่วินาทีก่อนประตูรถไฟจะเปิดออก ระหว่างที่เขายังมองไม่เห็นด้านในขบวนรถ หรือยังไม่รู้ว่าจะมีใครเดินออกมา คืนนี้เขาจะได้เจอไหม คนที่เขาเจอเมื่อเช้าจะมากลับมาพร้อมรถไฟขบวนนี้ไหม ถ้าได้เจอเขาจะทำยังไง จะยิ้มให้ หรือทักออกไปว่าอะไร
 
 
 
 
 
ทุกคำถามหายไปเหมือนโดนลมเย็นที่พัดมาทำให้ลืมทุกความกระวนกระวาย ความคาดหวังที่เคยอัดแน่นอยู่ในอก หรือแม้แต่ความผิดหวังจากการรอคอยเมื่อคืนก็ถูกลบหายไป
 
 
 
มีเสียงเปิดประตูรถไฟแล้วคนที่ยืนอยู่ด้านในขบวนมองกลับมาระหว่างก้าวออกจากขบวน เป็นภาพเดียวกันกับเมื่อเช้าเพียงแต่ครั้งนี้คนที่อยู่ห่างออกไปเท่ากับความกว้างของรางรถไฟ มาอยู่ใกล้บนพื้นชานชาลาเดียวกัน ร่างผอมสูง ผมสีบลอนด์ ดวงตาสีน้ำตาลเข้ม เวลาถูกทำให้หยุดพร้อมกับที่เขาโดนสะกดเอาไว้ด้วยเวทย์มนตร์ ถูกดึงดูดเอาไว้ด้วยคนที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้น ในที่สุดความบังเอิญก็ทำให้เจออีกครั้ง และครั้งนี้เป็นความบังเอิญที่เขาไม่ถอดใจแล้วทิ้งไป
 
 
 
 
 
ก่อนจะก้าวขาหลบ หรือหลีกทางให้คนที่เพิ่งออกจากขบวนรถไฟเดินผ่านไป โอกาสที่ความบังเอิญได้สร้างให้เขาเป็นโอกาสแรกอาจไม่เกิดขึ้นบ่อยนอกจากได้มองจากฝั่งตรงข้ามของ แต่ครั้งนี้กลับอยู่ใกล้ให้เอื้อมถึง ลำคอที่เกือบจะลืมว่าเปล่งเสียงยังไง หรือริมฝีปากจะขยับแบบไหนก็เอ่ยออกไป
 
 
 
“เมื่อเช้านี้เราเจอกัน”
 
 
 

– T B C –

 
 
 

x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x

 
ได้ทักแล้วค่ะ ได้ทักแล้ว ความบังเอิญนี่ยากจังเลยเนอะ ^ ^)
หลังจากไม่รู้ว่าจะได้เจออีกมั้ย จะได้เจออีกเมื่อไหร่
แต่พอได้เจอแล้ว ได้ทักทายแล้ว จากนี้จะเป็นการทำความรู้จักแล้วค่ะ

ฟิคยังคงเอื่อยยยยย~~เนือยยยยย~~ช้าาาาาาาา~~ เหมือนรถไฟไทย XD
ขอบคุณมากๆ เลยที่ติดตามกันมาถึงตอนที่สามนะคะ

10 comments

  1. ในที่สุดก็ได้ทักกันแล้ว… ดีใจจจ
    ชอบบรรยากาศแบบนี้จังค่ะ มันดูทั้งเหงาทั้งอบอุ่นกับการรอคอย
    รแติดตามต่อนะคะ ^^

    Like

    1. ได้ทักกันแล้วค่ะ กว่าจะได้เจอกันได้ทักกันเล่นเอามินโฮเหนื่อยเลย แฮ่..
      ดีใจมากที่ชอบบรรยากาศของเรื่องนะคะ ยังกลัวว่าคนอ่านจะเบื่อที่จะอ่านหรือเปล่าเพราะบรรยากาศช่างยืดเอื่อยเนือยมากเลย ; v ;) แต่เราอยากให้บรรยากาศของเรื่องไปช้าๆ ท่ามกลางความหนาวแล้วก็ความเงียบของฤดูหนาวค่ะ

      ขอบคุณที่ติดตามและเข้ามาคอมเม้นท์พูดคุยกันนะคะ ^ ^) ดีใจมากๆ เลย

      Liked by 1 person

      1. ไม่เบื่อเลยค่ะ ชอบมากๆๆๆ อยากไปยืนรอเจอนิวท์ด้วยเลยค่ะ คิดแล้วก็อยากให้เมืองไทยมีแบบนี้บ้าง #ตื่นค่ะตื่น 5555555 รอตอนต่อไปนะคะ ><

        Like

  2. อ๊ายยยยยย ฟินกำลังประโยคสุดท้ายมากกก
    อปป้า!!!!!!!!!!!! ชอบอารมณ์ของตอนนี้มาค่ะ
    มันเปนการรอคอยที่น่าประทับใจมากๆ
    ฉากที่วิ่งกลับเราชอบมาก ตอนเจอนิวท์นี้
    โลกเราแทบจะหยุดหมุนตาม
    พ่อแซงสเตอร์น้อยยยย แอร๊ยยยยยย
    อปป้าก้ทัก!!!!!! ทักแบบนี้เปนเราคงแอบงง
    ห้ะ อะไรนะ แต่ถ้าเปนอปป้าตัดไป
    ฉากเดทเลยค่ะ เราพร้อม // เดวๆใครขอแก
    55555 อยากรู้แล้วอะๆๆๆๆๆ พ่อแซงสเตอร์
    จะตอบอะไร จะมาแบบฮากร๊าก หรือ ประหลาดใจ หรือ ดราม่า หรือ โรแมนติก
    มาต่อไวๆๆนะค่ะ แอร๊ยยยยยยย

    Like

    1. ตอนมินโฮวิ่งกลับมานั้นเต็มไปด้วยความหวังเต็มเปี่ยมเลยค่ะ หวังมากว่าจะได้เจอแต่ต่อให้ได้เจอหรือไม่ได้เจออย่างน้อยก็ดีกว่ากลับไปทั้งที่ไม่ได้รอ แต่สุดท้ายก็ได้เจอกันแล้ว บังเอิญมากเลยคือนิวท์ออกจากประตูโบกี้ที่มินโฮยืนรออยู่พอดีด้วยค่ะ ^ ^)

      จะรีบมาต่อตอนหน้านะคะ ขอบคุณมากๆ เลยที่ติดตามและมาคอมเม้นท์คุยกันนะคะ

      Liked by 1 person

  3. วิ่งเข้ามากรี๊ดก่อนเลย แงงงงงง
    จากตอนที่แล้วที่เริ่มจะใกล้หนาว ตอนนี้หนาวมากแล้วสินะคะ อ่านคำบรรยายแล้วรู้สึกหนาวแทนอปป้าเลย
    ชอบประโยคที่ว่า “ตัวตนของเขาได้ปรากฎขึ้นผ่านดวงตาของคนฝั่งตรงข้าม” มากเลยล่ะค่ะ มันแบบฟฟฟฟฟ นี่มันวินาทีที่โลกหยุดหมุนของคนที่แอบชอบใครซักคนเลย แงงงงง มันเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายมากจริงๆ ไม่รู้หรอกว่าเขาจะคิดอะไรมั้ย แต่อย่างน้อยเขาก็เห็นตัวเราแล้วนะ ! โฮฮฮฮ นี่มันความรู้สึกสาวน้อยยย
    เข้าใจความรู้สึกมินโฮมากเลย ที่รู้ทั้งรู้ว่าอาจจะไร้ประโยชน์แต่ก็หยุดตัวเองไม่ได้ ถ้ามีหวังแค่ซักนิดมันก็คุ้มที่จะลองดูนี่นา ลุ้นตามเลยค่ะว่าจะได้เจอมั้ย ดีใจกับมินโฮด้วยเลยที่สุดท้ายแล้วการกระทำเอาแต่ใจครั้งนี้มันไม่ไร้ประโยชน์ ฮือ ในที่สุดก็ได้ทักกันแล้วนะคะ
    รอติดตามต่อไปค่ะ ว่าน้องนิวท์จะตอบกลับมายังไง
    เอาใจช่วยนะคะอปป้า

    Like

    1. ได้ทักกันแล้วค่ะ > <) กว่าจะได้ทักกันนี่เล่นเอามินโฮเราเอาแต่นึกถึงเขาอยากเจอเขา จนต้องวิ่งกลับมาอีกทีแม้จะไม่รู้ว่าได้เจอหรือไม่ได้เจอ แต่ก็ขอกลับมาเสี่ยงดีกว่าทิ้งโอกาสไป การชอบใครสักคนแล้วอยากจะได้เจอเขามันเป็นแบบนี้เองเนอะคะ

      ขอบคุณที่ติดตามและเข้ามาคอมเม้นท์คุยกันนะคะ :))

      Like

Thank you for your comment ♥

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s