[Fic Haikyuu] Can’t (Asahi x Nishinoya)


Title: Can’t
Author: Yaoyuay
Fandom: Haikyuu
Pairing: Asahi x Nishinoya
Rating: PG-13
Warning: Yaoi
 
 
 
 
“งั้นพวกชั้นกลับก่อนหล่ะ ฝากปิดห้องชมรมด้วยนะทั้งสองคน”
 
 
ไดจิซังหันมาย้ำอีกครั้งตอนที่เขาเพิ่งสวมเสื้อยืดลงมาจนพ้นหัว จะหันกลับไปตอบรับก็ไม่ทันเมื่อยังวุ่นวายอยู่กับเสื้อที่พับกองอยู่ตรงคอ กว่าจะสอดมือผ่านแขนเสื้อได้ก็เหลือแต่สึกะซังที่หันมาขยิบตาให้ตอนที่เขายกมือขึ้นโบกบ๊ายบาย
 
 
“สู้หล่ะ”
 
 
เหมือนอ่านปากได้ว่าสึกะซังพูดแบบนั้น แล้วหน้าก็ร้อนวาบขึ้นทันที หัวใจที่ปกติแล้วจะเต้นสงบเป็นจังหวะสม่ำเสมอตามปกติของมัน ก็ตูมตามขึ้นมาเหมือนอกจะระเบิด เป็นแบบนี้ทุกครั้งเวลาที่อยู่กับอาซาฮิซังแค่สองคน
 
ยกมือขึ้นตบแก้มตัวเองอยู่หลายทีพยายามเรียกสติให้กลับคืนมาหลังจากเหมือนกับโดนสึกะซังรู้ทัน แต่เหมือนว่าจะทำเสียงดังเกินไป จนอีกคนที่ยังอยู่ในห้องชมรมหันมาถาม
 
 
“เป็นอะไรหรือเปล่า”
 
 
เสียงอาซาฮิซังดังขึ้นจากด้านหลังทำให้เผลอสะดุ้งแล้วรีบลดมือลงอย่างรวดเร็ว จนตอนนี้เหมือนกับเขายืนตัวตรงแล้วมือก็แนบอยู่ข้างลำตัวอย่างผิดสังเกต
 
“มะ! ไม่..ไม่ได้เป็นครับ”
 
 
พอหายตกใจแล้วก็พยายามทำตัวให้ปกติ ก่อนหน้านี้เขายืนเปลี่ยนเสื้อโดยที่จงใจอ้อมมายืนหันหลังให้กับด้านหลังของอาซาฮิซังที่นั่งอยู่บนพื้นตรงชั้นวางของ เว้นระยะสักพักหนึ่งจนแน่ใจว่าอาซาฮิซังน่าจะหันกลับไปแล้ว จึงค่อยๆ เอี้ยวตัวหันกลับไปดูช้าๆ
 
 
อาซาฮิซังหันกลับไปเก็บของใส่กระเป๋าต่อแล้ว แต่ก็ยังนั่งอยู่บนพื้นตรงชั้นวางของเหมือนเดิม ตอนที่เขาเปลี่ยนเสื้ออยู่ อาซาฮิซังก็คงเปลี่ยนเสื้ออยู่เหมือนกัน เพราะตอนนี้อาซาฮิซังเปลี่ยนมาใส่เสื้อเชิ้ตนักเรียนปกติแล้ว
 
สูดหายใจเข้าลึกจนสุดแล้วปล่อยออกช้าๆ นึกถึงคำพูดให้กำลังใจของสึกะซังแล้วก็ค่อยๆ ก้าวไปหาคนที่นั่งอยู่อย่างเงียบๆ เพียงแค่จากฟากหนึ่งไปยังอีกฟากหนึ่งของห้อง แต่กลับอยากได้เตรียมใจมากกว่านี้
 
 
ไม่เหลือเวลาแล้วตอนที่เดินมาอยู่ใกล้กับด้านหลังของอาซาฮิซังที่ยังไม่รู้ตัว แต่ถ้าช้ากว่านี้คนที่ยังนั่งเก็บของอยู่อาจจะหันกลับมา ทั้งความอายและความกล้าทำให้สองแขนยื่นออกไปโอบรอบคอไว้จากด้านหลังพร้อมกับที่ทิ้งตัวลงไปนั่งคุกเข่า ปล่อยน้ำหนักตัวให้โถมลงหาคนที่นั่งอยู่โดยไม่ฝืนเอาไว้
 
 
“นะ..นิชิโนยะ”
 
อาซาฮิซังเพียงแค่โน้มตัวไปข้างหน้านิดหน่อยเท่านั้นตอนที่เขาทิ้งน้ำหนักตัวลงไปกอด แล้วเพียงแค่แป๊ปเดียวก็กลับมานั่งหลังตรงเหมือนเดิม
 
 
“อาซาฮิซัง…”
 
โอบแขนรอบคอของคนตัวใหญ่กว่าแน่นขึ้นแล้วยิ่งซุกหน้าลงไปใกล้ไม่ให้อีกคนหันกลับมามองเห็นหน้า ตอนนี้หัวใจเต้นดังยิ่งกว่าเสียงรับลูกห่วยแตกของโชโย แล้วหน้าก็คงจะแดงยิ่งกว่าตอนหมอนั่นโดนบอลอัดหน้า
 
ยิ่งอายก็เหมือนกับจะยิ่งโอบคนตรงหน้าไว้แน่นขึ้นกว่าเดิม แล้วครู่หนึ่งฝ่ามือของอาซาฮิซังก็ยกขึ้นมาแตะแขนเขาเบาๆ แล้วมือใหญ่กว่าก็เหมือนกับจะกำไว้ได้จนรอบ
 
 
“..มีอะไรเหรอ”
 
 
“…เปล่า..”
 
ตอบปฏิเสธเสียงสะดุด แล้วก็ขยับตัวคลายอ้อมแขนออกจากรอบคอ แต่ก็ยังไม่ลุกออกจากแผ่นหลังกว้างที่ให้เขาได้ทิ้งตัวลงไป ขยับใบหน้าห่างออกมานิดหน่อยจนมองเห็นด้านหลังตรงท้ายทอยที่ผมถูกมัดรวบขึ้นไป เหมือนว่าอาซาฮิซังจะผมยาวขึ้นนิดหน่อย ไรผมตรงด้านหลังจึงเหมือนเยอะขึ้นกว่าเดิม
 
 
เผลอเอามือไปลูบตรงท้ายทอยด้านหลังคอ จับไรผมที่ถูกรวบขึ้นไปไม่หมดอยู่นาน อาซาฮิซังก็ยังรวบผมขึ้นไปไม่หมดเหมือนเดิม สงสัยอาจจะเพิ่งแกะออกแล้วรวบใหม่อย่างรีบๆ ผมของอาซาฮิซังหยักศก ผมที่หลุดลงมาหยักเป็นคลื่นม้วนหน่อยๆ ตรงปลาย ยิ่งจับม้วนกับปลายนิ้วก็เหมือนจะยิ่งเป็นเกลียวมากกว่าเดิม
 
 
แล้วก็เหมือนกับว่ามือจะเคลื่อนต่ำลงไปเองโดยไม่ได้ตั้งใจ ปกเสื้อเชิ้ตที่ปิดหลังคอถูกดึงลงจนเห็นท้ายทอยชัดเจน และสักพักก็เป็นใบหน้าของเขาเองที่ก้มลง แล้วจูบลงเบาๆ ที่หลังคอ
 
แค่แป๊ปเดียวที่เผลอกดริมฝีปากลงไป แล้วก็อีกแป๊ปเดียวเท่านั้นที่ผละออกมาก่อนจะจูบลงไปอีก ไรผมของอาซาฮิซังที่รวบขึ้นไปไม่หมดทำให้จั๊กจี้อยู่ตรงจมูกจนต้องใช้ปลายนิ้วเสยเปิดขึ้นเพื่อให้ได้ฝังจมูกลงไป
หลายครั้งที่ไล่ริมฝีปากขึ้นไปจนกระทั่งปลายจมูกฝังอยู่ตรงโคนผมที่ท้ายทอย ก็อดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้าเบาๆ
 
เหมือนเหงื่อที่ออกจากตอนฝึกซ้อมเพิ่งแห้ง แล้วก็ได้กลิ่นของอาซาฮิซังจากที่ปลายจมูกได้แนบชิดอยู่ตรงโคนผม ไม่รู้ตัวว่าจูบหรือหอมมากกว่ากันตอนที่สัมผัสได้ถึงกลิ่นของอาซาฮิซังทั้งจากที่ไรผม และท้ายทอย ไม่ใช่กลิ่นหอมเหมือนดอกไม้หรือขนม แต่เป็นกลิ่นที่อบอุ่นเหมือนพระอาทิตย์ตกดิน ไม่ได้สดชื่นเหมือนยามเช้า ไม่ได้ร้อนแรงเหมือนตอนเที่ยง แต่อบอุ่นละผ่อนคลายเหมือนตอนเย็น
 
สองแขนยกขึ้นโอบรอบไหล่ และลำคอของคนตัวใหญ่กว่าอีกครั้ง และก็ถูกมือใหญ่กำไว้หลวมๆ ตลอดเวลาที่เขายังคงทั้งจูบและหอมอยู่ตรงท้ายทอยของอาซาฮิซัง คนตัวใหญ่กว่าก็เหมือนกับจะไม่ว่าอะไร
 
 
 
 
 
 
หัวใจเต้นผิดจังหวะรัวแรงตั้งแต่ตอนที่อยู่ๆ นิชิโนยะก็โน้มทั้งตัวลงมากอดคอจากด้านหลัง ซุกหน้าลงมาอยู่แถวๆ คอแบบที่ไม่เคยทำ นึกว่าจะแค่กอดแต่อยู่ๆ ตอนที่เขาเอื้อมมือขึ้นแตะแขน คนตัวเล็กก็เริ่มจูบและหอมที่ท้ายทอยอย่างไม่รังเกียจเหงื่อที่เพิ่งจะแห้ง หลายครั้งที่รู้สึกจั๊กจี้เมื่อนิชิโนะยะกดจมูกลงแรงๆ แล้วหอมตรงแถวโคนผม หรือในหลายครั้งที่ริมฝีปากจะจูบเบาๆ จนทั่วหลังคอให้รู้สึกเอ็นดูจนอยากจะเอื้อมมือไปลูบศีรษะ
 
จากที่ดึงรั้งคอเสื้อเขาลงไป ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นโอบเขาไว้อีกครั้ง และเริ่มจะทิ้งน้ำหนักตัวลงมามากกว่าทีแรกเมื่อเลิกจูบแล้วกอดเขาไว้เฉยๆ ทั้งที่ลมหายใจก็ยังเป่ารดอยู่ตรงที่เดิมที่เคยจูบ หัวใจก็เต้นรัวแรงมากเหมือนกับโดนกระตุ้นด้วยการรุกล้ำของอีกคนที่ไม่เคย
 
สักพักแขนที่เอื้อมผ่านไหล่มาโอบรอบคอก็ค่อยๆ เคลื่อนต่ำลงมาอยู่ตรงแถวอก พร้อมกับที่นิชิโนยะไถลตัวต่ำลงแล้วกอดเขาแน่นจากด้านหลัง เอียงศีรษะแนบลงกับแผ่นหลัง แล้วสองแขนก็ไขว้กันอยู่ตรงหน้าอกแน่นขณะที่เป็นฝ่ายรั้งตัวเองเข้ามาจนชิด
 
 
“อาซาฮิซัง…”
 
 
แล้วความอดทนก็ขาดผึงทันที รวดเร็วจนนิชิโนยะไม่ได้ตั้งตัว หลังจากเรียกชื่อเขาก็มีเสียงอุทานเบาๆ ด้วยความตกใจเท่านั้นตอนที่เขาหมุนตัวกลับไปอย่างรวดเร็วแล้วคว้าคนตัวเล็กเข้ามากอดไว้จนแน่น ยิ่งกว่าที่นิชิโนยะเป็นฝ่ายกอดคือเขาที่กอดคนตัวเล็กกว่าเอาไว้ แน่นจนเหมือนกับจะโอบเอาไว้ทั้งตัว แล้วนิชิโนยะก็คล้ายกับจะทำอะไรไม่ได้นอกจากซุกหน้าอยู่ตรงอก
 
ครู่หนึ่งลมหายใจเข้าออกที่เหมือนยังสลับกันไปมาในทีแรกก็เริ่มเป็นจังหวะเดียวกันให้อกเขา และแผ่นหลังของนิชิโนยะเคลื่อนไหวน้อยๆ พร้อมกัน ขณะที่เวลาผ่านไปจนแสงแดดตอนเย็นเริ่มส่องลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา นิชิโนยะก็ค่อยๆ ยกมือขึ้นโอบแผ่นหลังเขาไว้เบาๆ แล้วซุกหน้าเข้ามาที่แผ่นอกมากกว่าเดิม
 
หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วก็ยิ่งสงบลงยาก กลายเป็นเผลอออกแรงที่แขนรั้งคนตัวเล็กเข้ามาแนบชิดมากขึ้นจนเหมือนกับเจ้าตัวจะเจ็บหรืออึดอัดตอนที่มีเสียงร้องแปลกๆ ดังอยู่ตรงแผ่นอกของเขา
 
 
“จะ..เจ็บเหรอ..”
 
รีบผ่อนแรงคลายอ้อมแขนออกอย่างรวดเร็ว เผลอออกแรงอย่างที่ลืมไปว่านิชิโนชะตัวเล็กกว่าเขาเกือบเท่าตัว
 
 
“…ไม่”
 
เสียงนั้นตอบอู้อี้อยู่ตรงแผ่นอก แล้วเหมือนกับจะยิ่งกระชับแขนที่โอบหลังเข้าไว้แน่นขึ้น
 
“..อาซาฮิซัง..อย่าเพิ่งปล่อย..นะ”
 
 
นั่นแหละ แรงที่ผ่อนลงเมื่อกี้หายไปทันทีเมื่อคว้านิชิโนยะมากอดเอาไว้อีกครั้ง แน่นยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เมื่อสองแขนรวบคนตัวเล็กเอาไว้แนบอยู่ชิดกับแผ่นอก ขณะที่หัวใจยังเต้นโครมครามก็ไม่คิดจะผ่อนแรงที่แขนทั้งสองข้างลง ทั้งรวบตัวไว้แล้วกอดให้แนบลงมา ปลายคางก็กดลงเบาๆ ที่ศีรษะก่อนจะเป็นปลายจมูกและริมฝีปากที่กดลงไป
 
 
…จะอดทนได้อีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้…
 
 
 

– E N D –

 
 
 

x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x

 
อยากลองให้อาซาฮิซังหมดความอดทนดูค่ะ
ก็โนะยะซังน่ารักขนาดนั้น T/////T) อาซาฮิซังอดทนอยู่ได้ยังไงคะอยากรู้ (ฮาาา)
 
เลยลองให้โนะยะซังเป็นคนอ้อนด้วยการเริ่มก่อนดูค่ะ
ตอนที่เขียนนี่สับสนมาก ตกลงกำลังเขียนอาซาฮิโนะยะ หรือโนะยะอาซาฮิกันแน่ OTL
 
ยังจับทางคู่นี้ไม่ได้เลยค่ะ เขียนยากจริงๆ ;____;)
 

5 comments

  1. รู้สึกถึงคำว่า ‘ใช่’ แบบสุดๆ นี่แหละที่รอคอยเลยค่ะ ชอบเรื่องนี้ที่สุดในทุกๆเรื่องเลย T ////////// T
    อ่านแล้วสัมผัสถึงเอซกับลิเบอโร่ได้แบบเต็มๆ ทั้งคาแรคเตอร์ จังหวะ ความหวาน ทุกอย่างคือโอเคมากๆเลยค่ะ จะรอติดตามน้า <3

    Like

  2. ติ่งระเบิดแล้วค่ะ ปุ้งงงง! ตอน “หมดความอดทน” นี่คือเราลุ้นแทบตาย จะทำอะไรน้อ จะทำอะไรน้อ ในใจก็แหม…อยากให้ทำมากกว่านี้ (*´艸`*) (*´艸`*) (*´艸`*) (*´艸`*) #เขาเขียนว่าเรทPGไม่เห็นรึไงฟระ!

    รอชมงวดหน้าว่าจะทนได้สักแค่ไหน หึหึหึหึหึหึหึหึหึหึหึหึหึหึหึหึหึหึหึหึ

    Like

    1. ลืมบอกไป
      “ล่ะ” สะกดแบบนี้นะคะ ไม่มี ห. =v=)/

      Like

    2. เข็นไปไม่ไหวจริงๆ ค่ะ โฮววววว ยากมาก สองคนนี้ ต้องเก็บเลเวลมากกว่านี้อีกหน่อยค่ะ /// v ///)

      Like

Thank you for your comment ♥

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s