[Fic Haikyuu] One Day (Kageyama x Hinata)


Title: One Day
Author: Yaoyuay
Fandom: Haikyuu
Pairing: Kageyama x Hinata
Rating: PG-13
Warning: Yaoi
 
 
 
 
เปิดประตูห้องชมรมแบบพยายามให้เงียบเสียงที่สุดก่อนจะแทรกตัวผ่านเข้ามาในช่องว่างของประตูที่ถูกเปิดแง้มออกเพียงนิดเดียว คาเงะยามะกำลังทำในสิ่งที่ไม่คิดว่าในชีวิตจะต้องมาทำอะไรแบบนี้ นอกจากเป็นฝ่ายเริ่มโกรธคนอื่นก่อนแล้วเขาก็ไม่เคยคิดจะเป็นฝ่ายง้อก่อนเลย
 
เห็นคนส่วนสูงน้อยยังยืนยุกยิกอยู่หน้าตู้ล็อคเกอร์แบบที่ไม่รู้ตัวว่ามีคนอื่นเข้ามาในห้องชมรม ผมสีส้มนั้นมุดเข้าไปในล็อคเกอร์รกๆ ที่สุมไปด้วยกองเสื้อยืดที่บางวันก็เคยมีนมกล่องหกเลอะอยู่ด้านใน ไม่รู้ว่ากำลังหาอะไรของมัน แต่ช่างเถอะ ยิ่งฮินาตะไม่รู้ตัวแบบนี้ยิ่งดี
 
ริมฝีปากคว่ำเชิดขึ้นแบบเวลาไม่พอใจ แต่ที่ไม่พอใจน่ะคือไม่พอใจตัวเองต่างหาก เขาเป็นฝ่ายโกรธมันก่อนแล้วทำไมเขาจะต้องเป็นฝ่ายมาง้อก่อนด้วย คนที่ควรจะขอโทษน่ะสมควรเป็นไอ้เจ้าฮินาตะมากกว่า
 
โทษอีกฝ่ายแล้วแต่ก็ยังไม่ยอมหยุดที่จะค่อยๆ ย่องไปด้านหลังแบบที่ไม่ให้คนยังมุดเข้าไปในล็อคเกอร์เกือบทั้งตัวรู้ว่าเขากำลังเข้ามา หัวใจเผลอเต้นโครมหนึ่งให้หน่วงในท้องตอนที่สองแขนยกกระตุกขึ้น ก่อนจะพุ่งเข้าไปรวบเอวของคนที่ร้องว้ากเหมือนจะโดนฆ่าแล้วลากตัวออกมาห่างจากล็อคเกอร์
 
 
 
ว้ากกกก!!! ปล่อยชั้น ใครเนี่ย ปล่อยชั้นนน—-!!!!”
 
 
ถ้าหูไม่แตกก็คงเกือบจะหนวก ฮินาตะแผดเสียงร้องแบบที่ถ้าตอนนี้พวกชั้นปีสูงๆ เลิกเรียนแล้วคงจะพากันวิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้องแล้วชี้ตัวฆาตรกร แต่โชคดีที่ว่าวันนี้ปีหนึ่งเลิกเรียนก่อน แล้วพวกสึกิชิมะก็คงไม่รีบมาชมรมก่อนเวลา ถ้าจะทำอะไรตอนนี้ก็ต้องรีบทำ
 
“ชั้นเอง เงียบๆ สิเจ้าบ้า!!”
 
 
พอรู้ว่าเป็นเขานกต่อของทีมก็เงียบเสียงลงทันทีแล้วก็ไม่พูดไม่จาอีกเหมือนกับก่อนหน้านี้หลังจากที่ตะโกนใส่หน้าจนเขาเดินหนีออกมาจากโรงยิม แต่ถึงจะปิดปากแน่นตรงข้ามกันแรงดิ้นกลับไม่หายไปเหมือนเสียง ฮินาตะทั้งกระโดดทั้งถีบจนถ้าหากว่าหมอนี่ตัวใหญ่กว่านี้อีกหน่อยคงเป็นเขาเองที่ถูกแรงต่อต้านนี้ผลักจนล้ม
 
“เห้ย! อยู่นิ่งๆ ได้มั้ยเล่า”
 
 
“ไม่ได้!!”
 
เสียงเล็กแผดกลับมาทันทีให้เขาต้องหันหน้าหนีแม้ว่าเสียงนั้นจะไม่ได้ตะโกนใส่หู แต่ก็ดังพอจะทำให้เขาที่โอบอยู่ด้านหลังต้องเปลี่ยนเป็นกอดแน่นขึ้นโดยรวบสองแขนของฮินาตะเอาไว้
 
“ปล่อยชั้นนะ!! ไอ้บ้าคาเงะยามะปล่อยชั้นนน—-!!!!”
 
 
กล้ามากที่เรียกเขาว่าไอ้บ้าจนแทบอยากจะปล่อยมันจริงๆ แต่ความใจเย็น และความอดทนที่สะสมมาตลอดคืนเมื่อวานทำให้เขายังตัดสินใจที่จะรวบสองแขนของตัวเองแล้วรั้งร่างที่ยังดิ้นไปมาจนเกือบลอยเหนือพื้นเข้ามาใกล้ตัวมากขึ้น
 
“นิ่งๆ ก่อนสิเดี๋ยวชั้นปล่อยแน่”
 
เพราะเสียงแผดลั่นร้องแต่บอกให้ปล่อยทำให้เขาต้องก้มลงไปพูดใกล้ๆ หู แล้วหัวใจก็เต้นอีกโครมหนึ่งเมื่อฮินาตะยิ่งดิ้นก็ยิ่งยากที่จะไม่ให้จมูกเผลอไปเฉียดโดนแก้มจนต้องรีบเงยหน้าขึ้นมา
 
 
“ไม่—–!!!”
 
เป็นเสียงตะโกนสุดท้ายแล้วขาของฮินาตะที่ถีบไปมาไม่หยุดก็เกี่ยวโดนกับขาของเขา แล้วเสียงดังโครมก็เกิดขึ้นตอนที่ทั้งตัวเขาและคนที่พูดไม่ยอมฟังเซล้มลงด้านหลังพร้อมกันแบบที่ก้นกระแทกพื้น แต่เหมือนว่าคนที่เจ็บน้อยหน่อยจะเป็นคนที่ล้มลงมาใส่ตักของเขาแทนที่จะเป็นพื้น
 
“จะ…เจ็บบ..บบ”
 
 
คนที่ร้องเจ็บน่าจะเป็นเขามากกว่า ก้นกระแทกพื้นยังไม่พอยังโดนคนที่ดิ้นจนเป็นเรื่องล้มกระแทกซ้ำลงมาอีก ไอ้เซ่อซ่าฮินาตะเอ้ย! แต่เอาเถอะอย่างน้อยก็ทำให้หมอนี่หยุดดิ้นได้แป๊ปหนึ่งหล่ะนะ
 
 
“ฮินาตะ..”
 
รู้สึกแปลกเหมือนกันที่อยู่ๆ ก็เรียกชื่อแล้วคลายอ้อมแขนที่เคยรัดแน่นเป็นกอดหลวมๆ ตรงไหล่ของคนที่หยุดดิ้นลงบ้างแล้ว ซุกหน้าลงกับแขนตัวเองเขยิบตัวเข้าไปใกล้จนผมฟูๆ นั้นชี้โดนแก้ม ปล่อยให้ความเงียบ และเสียงของลมหายใจเข้าออกทำให้ร่างที่อยู่ชิดกันสลับเคลื่อนไหวไปตามการหายใจ แล้วคล้ายกับได้ยินหัวใจตัวเองเต้นชัดขึ้นตอนกำลังจะขยับริมฝีปาก
 
“..ขอโทษ”
 
“ไม่ยกโทษ!!”
 
เสียงเล็กแผดเสียงตอบแทบจะในทันทีที่ทำให้เส้นเลือดตรงขมับเขากระตุกหน่อยๆ อดทนไว้คาเงะยามะนายทำได้ ถึงจะเริ่มโกรธก่อนแต่ก็ต้องง้อก่อนได้น่า
 
 
“ชั้นขอโทษแล้วนายก็หายโกรธสิ!!”
 
เดี๋ยวนะ นี่มันคำพูดชวนทะเลาะอีกแล้วหรือเปล่า? ฟังดูคล้ายคำสั่งจากราชาเลยนี่
 
 
“ไม่หาย!! ต่อให้นายขอโทษอีกกี่ครั้งชั้นก็ไม่หายโกรธ ไอ้บ้า ไอ้เซ่อ ไอ้งี่เง่า ไอ้บ้าคาเงะยามะ!!”
 
คนเอาแต่ใจดิ้นอีกแล้ว ดิ้นแรงแล้วก็เตะขาไปมาบนพื้นเป็นเด็กๆ แม้จะโมโหที่คำด่านั้นย้อนกลับหาตัวเอง แต่นิวคาเงะยามะคนใหม่ต้องใจเย็น เอาใหม่ขอโทษครั้งแรกยังไม่ได้ผลก็ต้องง้อใหม่
 
 
“แล้วต้องทำยังไงนายถึงจะหายโกรธชั้น”
 
คราวนี้เหมือนว่าจะได้ผล หมูหยองสีส้มที่ปัดอยู่ตรงหน้าเริ่มหยุดดิ้น แล้วเขาก็ปลอดภัยจากที่เกือบจามเมื่อผมฟูๆ นั้นปัดโดนหน้าอยู่หลายครั้ง
 
 
“…..ตามใจ…ชั้น”
 
เหมือนเป็นเสียงตอบอู้อี้ฟังไม่รู้เรื่องให้เขาต้องยื่นหน้าเข้าไปฟังใกล้ๆ ตรงข้างแก้ม เอียงหูเข้าไปใกล้กับปากที่เหมือนกับจะคว่ำลงตาม
 
“ตะ…ตามใจชั้นทุกเรื่อง..หนึ่งวัน”
 
 
 
 
 
 
จะว่าบ้า เซ่อ งี่เง่า ก็อาจจะถูกที่เขายอมตกลงตามใจไอ้บ้า เซ่อ งี่เง่า ไอ้บ้าฮินาตะที่แม้แต่ตอนเก็บลูกบอลที่เด้งออกนอกสนามตอนซ้อมตบลูกเซ็ตในเช้าของวันรุ่งขึ้น มันยังหันมามองทำหน้าเจ้าเล่กลั้นขำส่งสายตาเป็นเชิงบอกให้เขาไปเก็บบอลมา หรือแม้แต่ข้าวกลางวันเขายังต้องซื้อขนมปังมาเผื่อมันด้วย ชักสับสนแล้วระหว่างคำว่าตามใจ กับคำว่าหลอกใช้ นี่ถ้าไม่ติดว่าเขาต้องอดทนอีกครึ่งวันระหว่างที่ยังรอให้มันยกโทษให้อยู่เขาคงจะตะโกนด่าใส่หน้ามันไปแล้ว
 
คนเอาแต่ใจกอดอกรออยู่ที่โต๊ะเรียน พอเห็นว่าเขากำลังเดินเข้าไปหาพร้อมกับขนมปังก็หันมาส่งยิ้มหวานแบบกวนประสาทสุดๆ เอียงคอน้อยๆ ก่อนจะเรียกชื่อเขาแบบที่ไม่เคยเรียกมาก่อนพาลให้ขนทั้งตัวลุกชัน
 
“คาเงะยามะ..คุง”
 
สายตาเชื่อมๆ นั่นคืออะไร
 
“ขอบใจมากเลยนะ เหนื่อยแย่เลยสิ”
 
มือเล็กๆ ที่เคยตบลูกเซ็ตของเขาเอื้อมมาตบบ่าเบาๆ หลังจากรับขนมปังไปจากมือแล้วก็เหมือนเส้นเลือดตรงขมับเขาจะปูดขึ้นมาอีกครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ตั้งแต่เช้า อดทนไว้คาเงะยามะ อดทนไว้ ถ้ามีโอกาสสักนิดให้เอาคืนได้บ้างหล่ะก็
 
 
“กินเองได้หรือเปล่า ให้ชั้นป้อนเอามั้ย หือ?”
 
พยายามส่งสายตาหวานเชื่อมแบบที่ฮินาตะส่งให้ก่อนหน้านี้กลับคืนไปพร้อมกับรอยยิ้มเป็นมิตรแบบสุดซึ้ง แต่เหมือนจะเห็นหน้าของฮินาตะเปลี่ยนเป็นสีขาวแล้วเหงื่อตรงหน้าผากก็ไหลซึมออกมาอย่างรวดเร็ว
 
 
“ไม่ต้อง!! ชั้นกินเองได้ไม่ต้อง นายก็กินของนายสิ”
 
คนส่วนสูงน้อยกำลังจะหันตัวหนีไปอีกทางแต่ความเร็วยังน้อยกว่าเขานัก ฝ่ามือของเซ็ตเตอร์ตัวจริงคาราสุโนะคว้าเข้าที่กลางศีรษะของคนที่กำลังจะปฏิเสธความหวังดี แล้วเมลอนปังในมือก็ถูกแย่งมาฉีกห่อออกด้วยเสียงดังกว่าปกติ
 
 
“อ้าปาก อ้ามมม!!!!!”
 
ท้ายคำว่าอ้ามคือเมลอนปังอันใหญ่ยัดเข้าไปอยู่ในปากของเจ้าตัวดีเรียบร้อยแล้ว กินเข้าไปซะ! กินเข้าไป เขาเป็นคนซื้อมาให้เลยนะ
 
“อร่อยมั้ย หือ?”
 
 
ถึงอยากจะตอบหรืออยากจะเถียงก็ทำไม่ได้หรอกเมื่อเมลอนปังชิ้นใหญ่ยังเต็มปากรอให้เคี้ยวจนหมดให้ได้ก่อน คนขี้โยวายที่ปกติจะได้ยินแต่เสียงแวดๆ พอตอนนี้ที่มีเมลอนปังอยู่เต็มปาก แก้มตุ่ยๆ ที่พยายามจะเคี้ยวให้หมด และตาที่เกือบจะปิดสนิทตอนที่เหมือนขนมปังในปากจะชิ้นใหญ่เกินไปบางทีก็ดูน่ารักดี
 
 
 
 
 
 
และเหมือนนั่นจะเป็นโอกาสเพียงแค่ครั้งเดียวที่เขาได้เอาคืนบ้างระหว่างที่ยังต้องคอยตามใจฮินาตะในเงื่อนไขว่าถ้าครบหนึ่งวันแล้วจะหายโกรธ แต่ถึงจะว่าอย่างนั้นตอนที่เมลอนปังชิ้นใหญ่นั้นทำท่าว่าจะติดคอตอนที่หมอนั่นรีบเคี้ยวแล้วกลืนอย่างรวดเร็ว ก็เป็นเขาที่ต้องเสียสละนมหนึ่งกล่องให้มันดื่มเพื่อดันชิ้นขนมปังฝืดคอลงไป
 
ถ้าไม่นับว่าหน้าที่เก็บอุปกรณ์วันนี้เป็นของเขากับฮินาตะอยู่ก่อนแล้ว หน้าที่ของคนคอยตามใจก็น่าจะจบลงตอนที่รถเข็นลูกบอลถูกเก็บเข้าที่ และประตูห้องเก็บอุปกรณ์ที่ถูกปิดเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยตอนที่ทุกคนกลับไปหมดแล้ว
 
 
“หายโกรธชั้นได้หรือยังหล่ะ”
 
 
คนตัวเล็กที่นำหน้าไปก่อนหยุดเดิน และหมุนตัวหันกลับมาหาทำให้เขาเผลอเดินเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว ฮินาตะยังเอาแต่ก้มหน้ามองพื้นโดยไม่พูดอะไร ถ้าหายโกรธแล้วก็รีบๆ บอกมา เขาจะได้กลับบ้าน
 
“ยัง…”
 
 
เส้นเลือดอีกเส้นที่ข้างขมับปูดขึ้น แล้วริมฝีปากคว่ำก็กระตุกหน่อยๆ อยากจะด่ามันเหลือเกินว่าจะโกรธเขายันเช้าเลยหรือเปล่า เขาจะได้กลับบ้านแล้วพรุ่งนี้ค่อยคุยกัน
 
 
“นายต้องปั่นจักรยานไปส่งชั้นที่บ้านก่อนแล้วจะหายโกรธ”
 
 
 
 
 
 
ขนาดตอนเข็นจักรยานออกมา คนเรื่องมากยังเอาแต่ยืนชี้นิ้วบอกอยู่ด้านนอกให้เขาเผลอไปเข็นจักรยานของคนอื่นผิดๆ ถูกๆ ตั้งไม่รู้กี่คัน ถ้ามันจะเข้ามาเข็นจักรยานของตัวเองแล้วค่อยให้เขาปั่นป่านนี้ก็น่าจะถึงบ้านแล้วแท้ๆ ไอ้งี่เง่าฮินาตะเอ้ย! อย่าให้เขาได้มีโอกาสเอาคืนบ้างเชียวจะเอาให้หนักยิ่งกว่าสั่งให้ตามใจเลยคอยดู
 
 
“บอกทางด้วยหล่ะ”
 
แล้วเซ็ตเตอร์ก็ต้องมาปั่นจักรยานให้มิดเดิ้ลบล็อกเกอร์ซ้อนท้าย นี่มันจักรยานใคร แล้วนี่มันทางกลับบ้านใคร ถ้าสติเขายังดีอยู่คงไม่มีทางมาทำอะไรบ้าๆ แบบนี้แน่ ใช่! ยอมให้วันเดียวเท่านั้นหล่ะที่สติของเขามันจะเพี้ยนจนยอมทำตามใจอะไรบ้าๆ แบบนี้ ทำถึงขนาดนี้แล้วถ้าจะยังไม่หายโกรธอีกเขาก็จะไม่ง้อแล้ว
 
 
 
เป็นทางชันของเนินเขาที่เลี้ยวไปคนละทางกับทางกลับบ้านของเขา กิจกรรมชมรมวันนี้เลิกช้ากว่าทุกวันจนพระอาทิตย์ใกล้จะหายไปจากเส้นขอบฟ้าแล้ว ต้นไม้ที่เคยเป็นสีเขียวก็เหมือนกับจะโดนย้อมด้วยแสงสีส้มอ่อนๆ ของเวลาเย็นที่เห็นพวกอีกาเริ่มจะบินกลับรัง
 
เป็นเสียงร้องของนกสีดำแบบที่เคยได้ยินจนชินหู แต่เพราะตอนที่ลมเย็นพัดตีหน้าไประหว่างทางที่ได้ยินเสียงของใบไม้ไหวอยู่สองข้างทาง หรือกลิ่นหอมอ่อนๆ ของผิวดินจะทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าเหลือเชื่อ
 
 
 
สะดุ้งเมื่อรู้สึกได้ว่าผมนิ่มๆ ของหมูหยองสีส้มเอนมาพิงที่แผ่นหลัง แล้วก็รู้ตัวในทันทีว่าท่านั่งซ้อนท้ายจักรยานของฮินาตะดูจะแปลกว่าปกติ แทนที่จะหันหน้าไปทางเดียวกัน หมอนั่นกลับหันหลังให้เขา และพิงลงมา
 
 
“สดชื่นจังเลยยยยย—-”
 
ต่อให้ไม่ต้องหันไปดูก็เดาได้ว่าตอนนี้ฮินาตะคงนั่งกางแขนกางขาสูดอากาศเต็มที่ สบายเลยนี่มีคนปั่นจักรยานให้ซ้อน
 
“มีคนปั่นจักรยานให้นี่ดีจังเลยน้า~”
 
 
นั่นแหละ เส้นเลือดอีกเส้นของเขาก็ปูดขึ้นมา แล้วอากาศดีๆ ตอนเย็นก็กำลังเปลี่ยนไปสู่ความมืดให้หงุดหงิดทันที แค่วันเดียวเท่านั้นแหละไอ้บ้าฮินาตะ แค่วันเดียวเท่านั้น!
 
 
 
สามสิบนาทีกว่าที่จักรยานจะจอดที่หน้าบ้านของฮินาตะ คนที่ซ้อนอยู่กระโดดลงจากท้ายรถแล้วก็ไล่เขาลงก่อนเจ้าตัวจะเข้าประคองจักรยานเข็นเข้าไปในรั้วบ้านโดยปล่อยให้เขายืนเก้ๆ กังๆ อยู่ด้านนอก แสงสว่างเพียงอย่างเดียวของถนนด้านนอกนี้มาจากเสาไฟฟ้าที่ตั้งอยู่ห่างๆ กัน และต้นไม้ครื้มก็ดูจะทำให้พื้นที่แถบนี้มืดกว่าปกติ
 
 
“ฮินาตะ!!”
 
ตะเบ็งเสียงเรียกให้คนที่กำลังจะเข็นจักรยานหายไปจนสะดุ้งโหยง แผ่นหลังเล็กๆ นั้นค่อยๆ หันมาอย่างฝืดๆ เหมือนกับคนที่รู้ตัวว่ามีความผิด
 
 
“มะ..มีอะไรงั้นเหรอ”
 
หันหน้ากลับมา แต่ตาเฉมองลงพื้นแล้วก็เหมือนว่าเหงื่อเม็ดโตๆ จะผุดออกมาตรงหน้าผากทั้งที่ลมแรงพัดมาให้รู้สึกเย็นวาบ
 
 
“แล้วชั้นจะกลับยังไง?”
 
 
เป็นหน้าที่ซีด แล้วดวงตาก็ล่องลอยแบบตอนเสิร์ฟลูกกระแทกหัวเขาเลย หมอนี่กำลังรู้ตัวว่ามีความผิดสุดๆ แต่ก็ยังทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
 
 
“ไอ้บ้า ไอ้เซ่อ ไอ้งี่เง่า ไอ้บ้าฮินาตะ!! นี่แกคิดบ้างรึเปล่าเนี่ยก่อนจะบอกให้ชั้นขี่จักรยานมาส่งแก ถ้าชั้นรู้ว่าบ้านแกมันจะไกลขนาดนี้ชั้นไม่มาหรอกโว้ย ไอ้บ้า ไอ้เซ่อ ไอ้งี่เง่า!!”
 
รัวไปเป็นชุดจนหอบหายใจตัวโยน เส้นเลือดพากันปูดขึ้นมาข้างขมับจนปวดหัว อยากจะโวยวายตะโกนด่ามันมากกว่านี้แต่สักพักหนึ่งก็รู้ตัวว่าต่อให้เขาด่ามันจนพอใจเขาก็ยังกลับบ้านไม่ได้อยู่ดี
 
 
“ชะ…ชั้น ลืมคิดไปน่ะ”
 
 
 
 
 
 
หลังจากโทรศัพท์ไปบอกที่บ้านให้แตกตื่นกันยกใหญ่ว่าจะนอนค้างบ้านเพื่อนแล้ว การฝากท้องกับบ้านฮินาตะก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก นอกจากน้องสาวของฮินาตะจะถามโน่นนี่เกี่ยวกับชมรมเป็นพิเศษแล้ว คนที่บ้านคนอื่นๆ ก็ดูจะชอบนั่งฟังเรื่องที่เล่ามากกว่า
 
 
จากที่เป็นคนตามใจหรือรับใช้เมื่อกลางวัน ตกกลางคืนที่ความผิดของฮินาตะจะทำให้สถานะคนโกรธกับคนถูกโกรธสลับกันเมื่อเป็นเขาที่ยืนกอดอกรออยู่มุมห้อง ในขณะที่ฮินาตะกำลังปูฟูกบนพื้นให้อย่างรวดเร็วแต่ก็ชุ่ยตามเคย
 
 
“เชิญเลยครับ คาเงะยามะเชิญเลย”
 
ผายสองมือไปทางฟูกที่ถูกปูอย่างลวกๆ แล้วคนที่กำลังหวาดระแวงสุดๆ ตอนนี้ก็กระโดดเด้งตัวขึ้นไปนั่งเรียบร้อยบนเตียงทันที
 
 
“นี่นายแน่ใจเหรอว่าปูเสร็จแล้ว”
 
แล้วหน้าของฮินาตะก็ซีดจนแทบจะไม่มีสีเลือดมากกว่าเดิมอีก ริมฝีปากเม้มแน่นแปลกๆ ทั้งเหมือนจะยิ้มและร้องไห้ แต่เอาเถอะเขาไม่อยากจะใส่ใจแล้ว ต่อให้ผ้าปจะยับจนยู่เขาก็อยากจะทิ้งตัวลงนอนเต็มทีแล้วตอนนี้
 
 
“จะ..จะนอนแล้วเหรอ”
 
 
“ใช่!!”
 
ตอบสั้นๆ แล้วก็ตัดบทด้วยการดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมจนมิดศีรษะ เป็นวันที่เหนื่อยเหลือเกินตั้งแต่เช้าจนเย็นที่ต้องคอยตามใจรับใช้คนเอาแต่ใจที่ตอนนี้คงจะหายโกรธเขาแล้วตั้งแต่รู้ตัวว่ามีความผิดที่ทำให้เขากลับบ้านไม่ได้จนต้องนอนค้าง เอาเถอะ! หายโกรธได้สักทีก็ดี
 
 
ไม่นานหลังจากที่ไฟทั้งห้องมืดลง เพียงครู่เดียวในกลางดึกที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นหลังจากเหมือนกับโดนของหนักหล่นลงมากระแทกให้จุกตอนสะดุ้งตื่น แล้วก็ต้องขยับตัวไม่ได้เมื่อของหนักๆ ที่หล่นลงมาคือฮินาตะที่กลิ้งลงมาจากเตียงแล้วทับลงมาบนตัวเขาที่นอนอยู่ด้านล่างพอดี ด้วยความสูงจากเตียงลงมาถึงพื้นที่มีตัวเขารองรับอยู่
 
 
…ไอ้เซ่อเอ้ย!…
 
 
พยายามจะดันตัวของคนนอนหลับไม่รู้เรื่องที่ดิ้นจนกลิ้งตกเตียงออกไป อยากรู้จริงๆ ว่าวันอื่นมันกลิ้งลงมาแบบนี้แล้วหล่นลงพื้นแข็งๆ แทนที่จะเป็นเขาหรือเปล่า หล่นลงมาขนาดนี้ยังหลับต่อได้อีก รู้หรือเปล่าว่ามันทำให้เขาตื่นจนหลับต่อไม่ได้
 
แต่ดูเหมือนจะยากเกินกว่าจะแกะแขนและขาของคนนอนดิ้นออกไปได้ ไม่รู้ว่ามันกำลังคิดว่าเขาเป็นหมอนข้างที่ยังอยู่บนเตียงหรือเปล่าแขนกับขาถึงได้ก่ายแน่นแบบนี้ แล้วใบหน้าหลับปุ๋ยที่กำลังหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอก็มาแนบอยู่พอดีตรงใกล้กับหน้าเขาให้ลมหายใจเป่ารดอยู่ตรงจมูก
 
 
…บ้าเอ้ย! แบบนี้จะหลับต่อยังไง…
 
 
 
 
 
 
ได้ยินเสียงนกร้องทั้งที่ยังลืมตาอยู่ แล้วแสงสว่างก็เริ่มลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาช้าๆ สว่างคาตาเป็นแบบนี้เองสินะ ต่อให้ตาหนักจนอยากจะปิดขนาดไหนทั้งคืนเขาก็หลับไม่ลง และนอนแข็งเป็นกิ่งไม้ที่โดนโคอาล่าเกาะ ไอ้บ้าฮินาตะ! ถ้าจะตกเตียงลงมาแล้วนอนเกาะเขาหลับนิ่งแบบนี้ทำไมถึงไม่กอดหมอนข้างตั้งแต่อยู่บนเตียง
 
เหมือนจะชาไปทั้งตัวที่โดนน้ำหนักตัวของเจ้าของห้องทับลงมาทั้งคืนไม่พอยังขยับตัวไม่ได้เมื่อโดนเอาแขน และขาก่ายรัดไว้จนแน่น นานกว่าที่ได้ยินเสียงเข็มวินาทีเดินจนใกล้หกโมงเช้า ฮินาตะถึงได้เหมือนกับจะค่อยๆ ขยับตอนที่รู้สึกตัว
 
 
“อื้อ…”
 
เป็นเสียงครางนิดๆ เหมือนกับคนหลับสบายเพิ่งตื่น แต่กลับเป็นแขนและขาที่กอดเขาแน่นขึ้นในจังหวะที่กำลังจะยันตัวลุกขึ้น และลืมตาขึ้นมาจ้องหน้าเขา
 
 
เร็วยิ่งกว่าลูกเซ็ตที่ถูกส่งไปถึงในจังหวะที่ฮินาตะจะฟาดมือลงมา คือมือของเขาที่ยกขึ้นอุดปากของคนที่กำลังจะร้องว้ากได้ทันก่อนที่เสียงร้องจะปลุกให้คนทั้งบ้านเปิดประตูห้องเข้ามาแล้วพบว่าเขาสองคนนอนกอดกันอยู่บนพื้น
 
ฮินาตะส่งเสียงอู้อี้อยู่กับฝ่ามือเขาอยู่นานกว่าที่จะยอมพยักหน้าเข้าใจว่าที่เขายกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองคือบอกให้ฮินาตะอย่าโวยวาย
 
 
“นายเอาชั้นลงมานอนกอดทำไม!!”
 
เป็นเสียงกระซิบที่โวยวายใช้ได้ โอ้โห! ตรรกะของมิดเดิ้ลบล็อกเกอร์คาราสุโนะ
 
 
“ชั้นจะพยายามถึงกับเอานายลงมานอนกอดเลยเหรอ นายดิ้นตกเตียงลงมาเองโว้ยไอ้บ้าฮินาตะ!”
 
 
แล้วคนตัวเล็กก็รีบพรวดพราดยันตัวขึ้นทันที แต่คราวนี้กลับเป็นเขาที่ดึงแขนเอาไว้ให้คนส่วนสูงน้อยล้มลงมาบนตัวเขาอีกครั้ง
 
“ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย!!”
 
“รู้ตัวใช่มั้ยว่าโดนโกรธ ยังไม่ได้ทำให้ชั้นหายโกรธเลยนี่”
 
 
แล้วอยู่ๆ ก็เหมือนว่าหน้าที่เพิ่งตื่นนอนนั้นจะแดงขึ้นมา
 
“อะไรหล่ะ! จะให้ชั้นยอมตามใจแบบที่นายทำหรือไง”
 
 
“หลับตาสิ”
 
เมื่อฮินาตะเริ่มดิ้นแบบตอนที่โดนกอดในห้องชมรม ก็เป็นหน้าที่ของแขนเขาที่จะรัดเอาไว้ทั้งช่วงเอว และหลัง ตอนนอนอยู่แบบนี้ดูเหมือนว่าจะดิ้นได้น้อยกว่าตอนที่ยืน
 
 
“ทำไมต้องหลับด้วยเล่า!”
 
คราวนี้เป็นแขนของฮินาตะที่เริ่มยันหน้าอกของเขาเพื่อที่จะดิ้นให้หลุด
 
 
“หรือจะปล่อยให้ชั้นโกรธต่อไป”
 
 
“หง่าาา….”
 
เป็นเสียงครางแบบยอมแพ้ แล้วอดีตโคอาล่าก็รีบหลับตาปี๋ให้เขานอนดูอยู่นานระหว่างที่ค่อยๆ ยกมือข้างหนึ่งขึ้นประคองบริเวณศีรษะด้านหลังแล้วโน้มให้ใบหน้าของฮินาตะก้มลงมา
 
 
จนในที่สุดริมฝีปากเย็นๆ ก็ถูกสัมผัสลงแผ่วเบาแบบที่ไม่ทำให้อีกฝ่ายตื่นกลัว เป็นสัมผัสนุ่มนวลที่ค่อยๆ ทาบทับลงไปอย่างช้าๆ และปล่อยให้ลมหายใจแลกเปลี่ยนกันอยู่สักพักในระหว่างที่ยังไม่ถอนริมฝีปากออกมา หรือฮินาตะจะดิ้นจนเงยหน้าขึ้น ก็ถูกเขาโน้มใบหน้าลงมาแล้วประทับริมฝีปากลงอีกครั้ง
 
จนกระทั่งลืมตาขึ้นมามองเห็นว่าคนตัวเล็กลืมตาอยู่ ไม่รู้ว่าลืมอยู่ตลอดที่โดนเขาจูบหรือเปล่า จำได้ว่าเขาบอกให้มันหลับตานะ
 
 
“นะ…นาย…ทำอะไรน่ะ…”
 
ใบหน้าที่เคยซีดขาวตอนที่กลัวเขาโกรธตอนนี้แดงแจ๋ไปจนถึงหู และดูเหมือนว่าลำคอก็ไม่ต่างกันเลย
 
 
“ไม่ได้ทำ”
 
รีบโน้มใบหน้าของคนที่กำลังทำให้เขาอายตามลงมาอีกครั้ง แต่คราวนี้กดศีรษะของผมชี้ฟูสีส้มนั้นให้ซบลงที่ลำคอร้อนฉ่าของเขาแทนที่จะเป็นริมฝีปาก กลัวจะโดนเห็นว่าตอนนี้หน้าเขาเริ่มแดงจนไม่ต่างกันแล้ว
 
 
 

– E N D –

 
 
 

x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x

 
คาเงะฮินะน่ารักจนไม่ไหวจะอดทนจริงๆ ค่ะ >//// <
 
คาเงะที่ดูเหมือนกับจะนิ่งๆ ในทีแรกก็เหมือนกับโดนความสดใสของฮินาตะทำให้เปลี่ยนเป็นคนละคนไปเลย แล้วยิ่งพออยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ ก็เหมือนกับว่าคาเงะจะไปเปลี่ยนเพราะฮินาตะยังไงไม่รู้ อ๋ายยยยย
 
ไว้พบกันใหม่เรื่องหน้านะคะ XD
ชอบเวลาเขียนสองคนนี้มากเลยหล่ะค่ะ

7 comments

  1. โอยตายยยยยยยยย ทั้งขำทั้งเขิน // v \\ )
    เกิดเป็นฮินาตะนี่อยู่ยากจริงๆ นะคะ มีคนจ้องจะกินตลอดเวลาเลย ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ เป็นฝว่าบาทก็อยู่ยากไม่แพ้กัน เพราะจะต้องคอยเก็บอาการตลอด แกล้ง(?)ทำเป็นโกรธ โถวววว ช่างน่ารัก สมกันดีจริงคู่นี้ (*´艸`*) #สะบัดพู่เชียร์รัวๆ ผลิตแพริ่งนี้ออกมาอีกน้าาาามิ้งซางงงงง เราจิคอยติดตามอย่างใกล้ชิดค่ะ!

    Like

    1. ได้เลยค่ะเซซัง ชอบเขียนสองคนนี้อ้ะ เขียนสนุกกก เฆราะเป็นคู่ที่เหม๊าะเหมาะกันคืออยู่ด้วยกันแล้วฮา

      Like

      1. มโนพุ่งเมื่อไหร่จะผลิตแน่นอนค่ะ คาดว่าคงไม่นาน เพราะเราเหมือนเจอโมเอ้แอทแท็คจากคู้นี้ตลอดเวลาเลย รู้สึกเหมือนจะตายยยยยย (*´艸`*)

        Like

  2. อร้าย >< นารักมากเลยค่ะ โอย~~ ซับเลือด(ฮา)
    ฮินาตะน่ารักอ่ะ แบบมโนภาพตามแล้วมันโคตรน่ารักเลยค่า แม่ยกจะหัวใจวายตาย
    ชอบให้คาเงะยามะตามใจฮินาตะ (แล้วอยากให้ฮินาตะอ้อน 55)
    ตอนจบที่ทั้งคู่เขินน่ารักมากค่ะ อรั้ยยย

    Like

  3. กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ฮินะจังน่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกก >///////<

    Like

Thank you for your comment ♥

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s