[Fic Kuroko no Basuke] Two Coffee Can (Kiyoshi x Hyuuga)


Title: Two Coffee Can
Author: Yaoyuay
Fandom: Kuroko no Basuke
Pairing: Kiyoshi x Hyuuga
Rating: PG-13
Warning: Yaoi
 
 
 
 
“งะ….ฮิวงะ….ฮิวงะ…”
 
 
เหมือนเสียงที่ได้ยินจะเบา และดูห่างไกลเกินกว่าจะเป็นเสียงเรียกของชื่อเขา ในระหว่างที่ไม่รู้ตัวว่าความคิดกำลังจดจ่ออยู่ที่ไหน หรือว่ากำลังคิดถึงใคร ตะเกียบไม้ ในมือก็ดูเหมือนจะถูกถือค้างอยู่นานเกินกว่าจะคีบอาหารในจานตรงหน้าต่อจากที่เคี้ยวหมดแล้ว ถ้าซุปในถ้วยจะไม่เย็นจนชืด หรือนัตโตะของโปรดจะไม่เหลืออยู่เต็มชาม เขาก็คงจะดูปกติเหมือนกับทุกวัน
 
 
“นายไม่สบายหรือเปล่าน่ะ”
 
 
“หือ?”
 
 
“ชั้นเรียกชื่อนายอยู่ประมาณสิบครั้งได้”
 
คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขายกชาเขียวขึ้นดื่ม หลังจากถาดอาหารเซ็ตเหลือเพียงจานเปล่าแล้ว นี่เขาเหม่ออยู่นานแค่ไหนกันนะ
 
“หูนายยังปกติดีใช่มั้ย?”
 
 
“ปกติดีน่า!!”
 
พอรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังสังเกตเห็นความผิดปกติก็รีบเถียงเสียงดังกลับไปว่าปกติดี มือที่หยุดนิ่งอยู่นานก็เริ่มจับตะเกียบคีบอาหารที่รอเขาอยู่ในถาดต่อด้วยความรวดเร็ว โชคดีที่เป็นอิสึกิ ถ้าหากว่าเป็นโคงะบทสนทนาคงไม่จบลงที่เขาบอกว่าปกติแล้วลงมือกินข้าวต่อแน่ แต่ถ้าเป็นมิโตเบะคงจะดีทีสุด
 
กัปตันเซย์รินคีบข้าวในถ้วยส่งเข้าปากอย่างไม่เว้นช่องว่างให้ได้ทำอย่างอื่นนอกจากเคี้ยว เรื่องจะกลืนข้าวลงคอแล้วหยุดคุยต่อ หรือตอบคำถาม ยิ่งไม่มีทางยอมให้เกิดขึ้น เขาปล่อยให้ความคิดหลุดลอยจนกลายเป็นเหม่อ ได้ยังไง เพียงแค่เผลอคิดไปว่าปกติแล้วบนโต๊ะอาหารจะมีคนอีกคนที่มักจะนั่งอยู่ด้วยไม่ทางซ้ายก็ทางขวาแล้วหลังจากนั้นก็เหมือนกับมีเรื่องราวอีกมากมายที่เกิดขึ้นเป็นประจำให้ได้นึกถึง
 
 
…ไม่เคยคิดว่าความเคยชินจะน่ากลัว
จนกระทั่งได้เจอการเปลี่ยนแปลง…

 
 
หลายอย่างรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างที่ไม่คิดว่าตัวเขาจะเก็บมารู้สึกถึงแม้ว่าบรรยากาศในทีมจะแปลกไปบ้างในช่วงแรก แต่เมื่อเข้าอาทิตย์ที่สองทุกอย่างก็ดูเหมือนจะกลับมาเป็นปกติ ตำแหน่งเซ็นเตอร์มีมิโตเบะเป็นตัวหลัก แล้วหลังจากนั้นทุกอย่างก็ค่อยๆ เข้าที่ เว้นก็แต่เขา กระทั่งวินาทีที่ปล่อยบอลออกจากมือตอนชู้ตยังรู้สึกต่างออกไป
 
 
“อิ่มแล้ว!!”
 
 
ยังพยายามจงใจทำเสียงดังกลบเกลื่อนไม่ให้อีกคนอยากจะถามต่อ น้อยครั้งที่มุกของอิสึกิจะลอยผ่านหูแบบที่ไม่ทำให้ได้ยินแล้วต้องรู้สึกเหมือนเหงื่อหยด ตอนที่เขาลุกขึ้นเก็บถาดจึงเหมือนประโยคเล่นคำของนัยน์ตาอินทรีย์จะได้ยินเพียงแค่อิ่มแล้วมีอะไรตามมาอีกสักอย่างสองอย่าง
 
ไม่อยากจะเก็บมาคิดให้ต้องยอมรับว่าระหว่างคิโยชิเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล หลายๆ อย่างในชีวิตประจำวันเขาก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างที่ใช้เวลานานเหลือเกินกว่าจะนึกได้ว่ากดกาแฟจากตู้กดน้ำแค่กระป๋องเดียว หรือเมื่อถึงทางแยกตอนเดินกลับบ้านเขาไม่ต้องหันไปบอกลาอีกคนที่เดินมาด้วยกัน
 
แต่ถึงไม่อยากก็เหมือนกับต้องพยายามอยู่นานกว่าที่จะยอมรับอย่างเงียบๆ คนเดียว หลังจากต้องเดือดร้อนดื่มกาแฟสองกระป๋องระหว่างทางเดินกลับบ้านที่ดูจะไกลกว่าเดิมอย่างไม่รู้สาเหตุ จากที่เคยหงุดหงิดในตอนแรกให้สมาชิกทีมต้องวิ่งรอบสนามเยอะกว่าเดิมเป็นสองเท่า ระยะหลังถึงได้กลายเป็นชอบเหม่อให้คนใกล้ตัวได้คอยจับผิด
 
 
“…ฮิวงะ…ฮิวงะ”
 
 
“ห๊ะ?”
 
 
“ห้องเรียนอยู่ทางนี้”
 
 
เกือบจะก้าวเท้าพลาดสะดุดบันไดขั้นต่อไปให้หัวคะมำพุ่งลงด้านล่างทันทีที่ได้ยินคำทัก มือข้างที่ถนัดจึงต้องรีบคว้าจับราวบันไดเอาไว้ไม่ให้ล้มได้อย่างหวุดหวิด หันไปมองก็ห็นว่าคนร้องทักเขาหยุดยืนรออยู่ตรงระเบียงทางเดิน ในขณะที่เขาหันกลับมองลงมาจากบันไดที่เชื่อมต่อไปยังดาดฟ้า
 
“นายจะไปไหนน่ะ?”
 
 
เหมือนเหงื่อไหลออกมาหยดหนึ่งก่อนที่สมองจะประมวลผลด้วยความเร็วสูง
 
“ปะ..ไป…ชั้นจะไปดาดฟ้า!!!!”
 
คิดหาข้ออ้างออกมาได้ทันอย่างหวุดหวิดแบบที่ไม่น่าสงสัย ฮิวงะตะเบ็งเสียงดังกลบเกลื่อนท่าทางผิดปกติของตัวเองอย่างที่ไม่เว้นช่องว่างให้อีกฝ่ายได้ถาม แกล้งปั้นหน้าเป็นหงุดหงิดเหมือนโมโหขู่ไว้ก่อน
 
 
“แต่ออดดังแล้วนะ ถ้าไม่รีบ…”
 
 
“คาบนี้ชั้นจะโดด!!!!”
 
พูดสวนกลับไปทันที ขึ้นเสียงดังจนกลบประโยคต่อท้ายของคนที่กำลังพูดจนมิด สองขารีบก้าวขึ้นบันไดอย่างรวดเร็วจนแทบจะก้าวข้ามทีละสองขั้น ไม่กล้าหันกลับไปมองอิสึกิที่ยืนอยู่ตรงระเบียงทางเดิน เพราะกลัวจะโดนจับได้ว่าท่าทางของเขาแปลกไปตั้งแต่ปล่อยให้นัตโตะอยู่นิ่งในถ้วยนานหรือจนกระทั่งน้ำซุปเย็น เขามัวแต่นึกถึงเรื่องของคิโยชิจนไม่รู้ว่าก้าวขึ้นบันไดมากี่ขั้นหรือถึงชั้นที่เท่าไหร่แล้ว เพียงแค่เห็นว่าทางเดินข้างหน้ายังมีบันไดอยู่ก็ก้าวต่อไปเรื่อยอย่างลืมที่จะสนใจ
 
ผลักประตูดาดฟ้าด้านบนตึกให้เปิดออกทันทีที่พุ่งตัวขึ้นไปเอื้อมมือถึง ลมเย็นพัดมาปะทะหน้าจนอยากขอให้พัดแรงขึ้นกว่านี้ เผื่อว่าลมแรงๆ จะช่วยพาสติของเขาให้กลับมาอยู่ที่เดิม ไม่รู้ว่าคนที่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาลจะไปพร้อมกับหยิบเอาสติของเขาติดไปด้วยหรือเปล่า ตอนที่คิโยชิไม่อยู่นี้ถึงได้เหมือนกับการใช้ชีวิตประจำวันของเขาจะยิ่งเพี้ยนขึ้นทุกที
 
อีกเกือบปีกว่าที่คิโยชิจะได้ออกจากโรงพยาบาล ยังไม่รู้ว่าต้องทนดื่มกาแฟ สองกระป๋องไปอีกกี่วันกว่าที่เขาจะนึกได้ตรงหน้าตู้น้ำว่ากดแค่กระป๋องเดียว หรือบางทีเขาควรเปลี่ยนเป็นขี่จักรยานแทนการเดิน เผื่อว่าระยะทางระหว่างบ้านกับโรงเรียนจะสั้นลงอีกนิด
 
 
โว้ยยยยยยย!!! ไอ้เจ้าคิโยชิเข้ามาอยู่ในหัวอีกแล้ว
 
 
ขยี้หัวตัวเองจนผมที่โดนลมพัดกระเซิงอยู่แล้วยิ่งไม่เป็นทรงมากกว่าเดิม สองมือจับผมตัวเองขยี้ไปมาก่อนจะร้องตะโกนผ่านรั้วดาดฟ้าออกไป เพียงแต่การตะโกนครั้งนี้แค่ร้องว้าก ไม่ใช่ตะโกนเพื่อประกาศว่าจะเป็นที่หนึ่งของญี่ปุ่นเหมือนตอนก่อตั้งชมรมเมื่อเปิดภาคเรียน
 
สูดหายใจเข้าจนสุด และปล่อยออกมาในทีเดียว พ่นลมหายใจออกมาอย่างแรงหวังจะให้ความรู้สึกกระวนกระวายนี้ถูกระบายออกพร้อมกับเสียงลมหายใจที่ถูกปล่อยออกมาจนฟังคล้ายเสียงถอนหายใจ
 
ฮิวงะนั่งลงพิงกำแพงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีฟ้าสดของฤดูร้อน ปล่อยความคิดให้ลอยไปกับเมฆก้อนเล็กที่มีอยู่ไม่มาก ถ้าจะเหม่อตอนนี้ก็คงไม่เป็นไรอย่างน้อยก็ไม่มีใครอยู่ใกล้ให้สงสัยว่าความคิดของเขาลอยไปไหน ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยเหมือนกับจะรำคาญแท้ๆ แต่พอได้อยู่ด้วยกันทุกวัน ทั้งที่ปากบอกว่าเกลียดแต่กลับกลายเป็นว่าพอคิโยชิไม่อยู่ก็รู้สึกแปลกไป หน้าตาใจดีพร้อมกับรอยยิ้มกวนประสาทนั่น ทั้งที่เคยบ่นว่าจะยิ้มอะไรหนักหนา แต่พอเจ้าตัวไม่อยู่คอยมายิ้มใกล้ๆ ทำไมกลายเป็นยิ่งอยากจะเห็น
 
 
…บ้าเอ้ย! นี่เขากำลังเป็นอะไร…
 
 
 
 
 
 
ลูกชู้ตที่เคยผ่านตาข่ายลงห่วงเป็นว่าแล่นกลับมีหลายครั้งที่โดนขอบห่วงแล้วกระเด้งออกให้หงุดหงิดถึงแม้จะแค่ซ้อมกันเองในชมรม แต่ผู้เล่นตัวจริงอย่างเขากลับทำแต้มได้ไม่เป็นที่น่าพอใจ แม้จะสวมรองเท้าบาสวิ่งอยู่บนพื้นสนาม แต่จิตใจกลับไม่สงบเหมือนกับทุกครั้งที่ได้จับลูก
 
หลายครั้งที่พอมองไปยังห่วงก่อนชู้ตก็มักจะเผลอเหลือบสายตามองด้านใต้ให้นึกไปถึงคนที่ปกติจะอยู่คอยทำรีบาวด์ แล้วหลังจากนั้นลูกก็จะกระเด้งออกจากห่วงทุกทีจนอิสึกิหรือใครๆ พากันวิ่งมาตบไหล่แล้วบอกว่าไม่เป็นไรหลายครั้งจนชักเริ่มสงสัยกับคำว่าไม่เป็นไรนี่จะหมายถึงลูกบาสที่ไม่ทำแต้ม หรือหมายถึงอะไรกันแน่
 
ปลายนิ้วเกี่ยวโดนบอลได้อย่างหวุดหวิดตอนที่อิสึกิส่งลูกมา ถ้าเป็นตอนที่คิโยชิยังอยู่ในสนามเขาคงมั่นใจแล้วชู้ตลูกออกไปทั้งที่ยืนอยู่ตรงเส้นสามคะแนนแล้ว แต่กลับเป็นลูกส่งต่อให้โคงะแทน แบบที่หมอนั่นขมวดคิ้วทำหน้าปั้นยากทั้งที่มุมปาก โค้งขึ้นตอนที่ต้องกระโดดรับลูกส่งที่ดูจะสูงเกินไปจากที่เคยซ้อมกันเป็นประจำ
 
นานกว่าที่เขาจะเริ่มชินกับรูปแบบการเล่นที่ไม่มีคิโยชิ การซ้อมจบลงพร้อมกับหมดเวลากิจกรรมชมรม เป็นการซ้อมวันที่เหงื่อออกออกเยอะกว่าปกติ อาจเพราะเป็นเพลย์แบบที่วิ่งส่งลูกมากกว่าทำแต้มที่เส้นสามคะแนน เหงื่อในหน้าร้อนจึงพากันผุดออกมาให้เหนียวตัวจนอยากจะอาบน้ำ
 
เสื้อยืดที่ใส่ตอนซ้อมถูกถอดออกทันทีที่เปิดประตูกลับเข้าในห้องชมรม ถึงแม้ว่าเสื้อที่เปียกเหงื่อจนชื้นจะถูกถอดออกจนพ้นตัวแล้ว แต่เหงื่อที่ยังเกาะอยู่ตามแผ่นหลังหรือหน้าท้องกลับไม่ทำให้รู้สึกสบายตัวเลย อย่างน้อยก็อยากเช็ดเหงื่อก่อนที่จะเปลี่ยนกลับเป็นชุดนักเรียน ผ้าขนหนูผืนใหญ่จึงถูกถามหาทันทีที่เปิดล็อคเกอร์ ไม่รู้ว่าเขาลืมหยิบมาจากบ้าน หรือวางลืมไว้ที่โรงยิม ในล็อคเกอร์ถึงมีเพียงเสื้อยืดแขวนอยู่
 
 
“โคงะนายเห็นผ้าขนหนูชั้นมั้ย”
 
หันไปถามคนที่ยืนเปลี่ยนเสื้ออยู่ล็อคเกอร์ข้างๆ แต่ก็ไม่ลืมที่จะกวาดตามองไปรอบห้องชมรม ทั้งตรงม้านั่งที่อิสึกินั่งอยู่ หรือหันไปสบตากับมิโตเบะเผื่อว่าจะมีใครเห็นผ่านตาบ้าง
 
คนปากแมวขมวดคิ้วทำหน้าสงสัยพร้อมกับที่ได้ยินเสียงอิสึกิถอนใจปนหัวเราะ หันไปมองหน้ามิโตเบะก็ยังเห็นเจ้าตัวทำหน้านิ่งเหมือนเดิมแต่เหมือนตรงมุมปากจะอมยิ้มหน่อยๆ
 
 
“นี่พวกนายไม่มีใครเห็นเลยใช่มั้ย”
 
 
“ฮะ..ฮิวงะ”
 
เสียงโคงะฟังเหมือนลังเลที่จะเรียก ขณะที่อิสึกิเหมือนจะหันไปถลึงตาใส่คนที่กำลังยกมือขึ้นชี้ที่ตู้ล็อคเกอร์
 
 
“อะไร!!”
 
เหงื่อที่ออกเริ่มทำให้เหนียวตัว และหงุดหงิดจนคล้ายกับเริ่มโมโหแบบไม่มีสาเหตุ ถ้ายังคงหาผ้าขนหนูไม่เจอเหมือนกับที่ตอนนี้ไม่มีคิโยชิ เขาก็ไม่อยากจะฟังคำพูดอ้ำอึ้งของคนข้างๆ
 
 
“ที่นายเปิดอยู่..นะ…นั่น…ล็อคเกอร์ของคิโยชิ”
 
ในที่สุดโคงะก็ยกมือขึ้นชี้มาทางล็อคเกอร์ที่เขาเปิดอยู่ แล้วก็เหมือนกับความอายที่มากจนแทบอยากจะวิ่งหนีออกจากห้องทั้งที่ถอดเสื้ออยู่จะเรียกให้เลือดทั้งตัวขึ้นมารวมอยู่ที่ใบหน้าจนชา อ้าปากเตรียมจะเถียงแล้วแต่ก็พูดไม่ออกเหมือนกับกลายเป็นใบ้แล้วก็รีบหลบสายตาของทุกคนที่มองมาทันที
 
มีเสียงดังปั้งหลังจากประตูล็อคเกอร์ถูกกระแทกปิดด้วยแรงที่มากเกินกว่าจะลงล็อคสนิท จึงกระเด้งกลับมาโดนหน้าผากกับจมูกอย่างแรงในเสียงดังปั้งที่สองจนหน้าผงะไปด้านหลัง เจ็บจนชาไม่พอเลือดบนหน้ายิ่ง ทำให้รู้สึกร้อนผ่าวขึ้นไปอีก ทั้งอายที่เปิดล็อคเกอร์ของใครไม่เปิดดันไปเปิดของคนที่ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลไม่พอ ยังเก็บอาการไม่อยู่จนเผลอออกแรงให้ประตูล็อคเกอร์ตีกลับมาฟาดให้ขายหน้าอีก
 
 
“ฮิวงะ ไหวมั้ย?”
 
โคงะหันมาถาม แต่เห็นนะว่าแอบหัวเราะถึงได้ยกมือขึ้นมาปิดปากแบบนั้น ทุกคนทั้งหมดในห้องชมรมนี้ด้วย มิโตเบะถ้าอยากจะหัวเราะก็หันหน้ามาไม่ต้องหันหลังไปมองกำแพง ส่วนอิสึกิน่ะหยุดหัวเราะสักที
 
 
“ไหว!!!!!!!!!”
 
ยกมือขึ้นกำจมูกที่น่าจะแดงเพราะแรงกระแทกของประตูล็อคเกอร์ แต่เชื่อว่าคงไม่แดงไปกว่าหน้าของเขาตอนนี้หรอก ฮิวงะหมุนตัวกลับไปเปิดล็อคเกอร์ใกล้ๆ ที่ด้านหน้ามีลายมือของเขาเขียนชื่อฮิวงะ จุนเปย์ ติดอยู่ชัดเจน เห็นผ้าขนหนูผืนที่ตามหาพับเรียบร้อยอยู่ด้านในก็รีบหยิบขึ้นมากางออกแล้วซุกหน้าลงอย่างรวดเร็ว ถ้าร้องตะโกนใส่ผ้าขนหนูได้คงทำไปแล้ว
 
 
รีบๆ กลับมาสักทีสิ!!
…ไอ้เจ้าบ้าคิโยชิ!…

 
 
 
 
 
 
เสียงฮึดอัดในลำคอดังขึ้นหลังจากกาแฟกระป๋องที่สองหล่นลงมาในช่องของ ตู้กดน้ำอัตโนมัติให้คนที่เผลอหยอดเหรียญเพิ่มไปให้กาแฟอีกกระป๋องส่งเสียงไม่พอใจความเคยชินที่ไม่ว่ายังไงก็ยังไม่คุ้นเคยกับความเปลี่ยนแปลง ทั้งที่ผ่านไปเกือบปีแล้วหลังจากคิโยชิเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ถึงแม้ว่าระยะหลังมานี้จะเริ่มกดกาแฟแค่กระป๋องเดียวได้แล้ว แต่วันนี้กลับต้องหงุดหงิดด้วยกาแฟกระป๋องที่สองที่หล่นลงมา คอยดูนะ! ถ้ากลับมาเมื่อไหร่จะให้จ่ายค่ากาแฟคืนให้หมดคอยดู
 
ฮิวงะนั่งลงยองดันมือผ่านแผ่นกั้นพาสติกขณะถอนใจเตรียมกระดกกาแฟสองกระป๋องรวดแล้วกลับกลายเป็นว่าลมหายใจเหมือนกับจะถูกหยุดไปแทนเมื่อมือใหญ่ของใครอีกคนเอื้อมมาหยิบกาแฟจากด้านลังผ่านไหล่เขามา
 
แผ่นหลังถูกทาบทับแนบสนิทด้วยแผ่นอกของใครบางคนที่เข้ามาประชิดโดย ไม่ทันรู้สึกตัว อาจเพราะเขามัวแต่สนใจกาแฟสองกระป๋องที่หล่นลงมาพร้อมกับนึกไปถึงคนที่เคยยกมือขึ้นรับกระป๋องกาแฟที่เขาโยนให้ได้อย่างพอดีมากกว่าจะนึกได้ว่าคนที่ปกติแล้วจะดื่มกาแฟอีกกระป๋องนี้จะกำลังเอื้อมมือมาหยิบกาแฟของตัวเองได้ถูกเวลา
 
 
“คิโยชิ!!”
 
จะหันหน้ากลับไปหาคนที่นั่งอยู่ด้านหลังก็ใกล้เกินกว่าจะยอมให้ใบหน้าเข้าไปชิด เลยรีบหันหน้ากลับมาที่เดิม ตั้งใจมองมือของอีกคนที่ถือกระป๋องกาแฟอยู่แทนที่จะมองหน้า
 
ทั้งอึ้งทั้งตกใจ และในส่วนลึกที่เป็นส่วนเยอะสุดคือดีใจ เสี้ยวหน้าของคนที่หันไปเห็นเพียงครู่เดียวทำให้รู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด โล่งใจที่หายดีแล้วกลับมา และโล่งใจที่คนนี้จะกลับมาอยู่ข้างๆ เหมือนเดิม
 
 
“ฮิวงะรู้ด้วยเหรอว่าชั้นจะกลับมาวันนี้”
 
เหมือนคนถามจะมองเห็นกระป๋องกาแฟไม่ชัดหรือยังไงถึงได้ยื่นหน้าเข้ามาอยู่ตรงไหล่ คงจะง่ายกว่าถ้าอยากอ่านตัวอักษรบนกระป๋องกาแฟที่คงไม่ได้เห็นมานาน คิโยชิควรดึงมือตัวเองกลับไปแทนที่จะเคลื่อนใบหน้าเข้ามาจนชิดอยู่ด้านข้าง
 
 
“จะไปรู้ได้ยังไงหล่ะ!!”
 
ถามบ้าอะไรของมัน ไม่ได้บอกเสียหน่อยว่าจะออกจากโรงพยาบาลมาเรียน วันไหน แล้วเขาจะไปรู้ได้ยังไง
 
 
“แล้วทำไมฮิวงะถึงกดกาแฟสองกระป๋องหล่ะ?”
 
ถ้าหัวจะหนักก็อย่าเอามาวางบนไหล่เขา คางแหลมๆ ของคิโยชิกดลงบนไหล่ให้รู้สึกจั๊กจี้ แล้วยิ่งยากกว่าเมื่อโดนถามถึงกาแฟ
 
 
“ชะ…ชั้นอยากกินสองกระป๋องนี่!!”
 
ฝืนตะเบ็งให้ดูเหมือนกับเสียงไม่สั่น ไม่รู้ว่าที่ถามนี่แกล้งซื่อหรือเจ้าเล่ห์ อยู่ๆ หน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นมาให้รู้สึกหงุดหงิดเหมือนโดนรู้ทัน
 
 
“กินคนเดียวสองกระป๋องไม่ดีนะ”
 
ได้กาแฟของตัวเองแล้ว แต่คนเพิ่งออกจากโรงพยาบาลกลับยังไม่ยอมออกห่าง ศีรษะที่วางอยู่ตรงไหล่เมื่อครู่เริ่มเปลี่ยนเป็นกลับไปซุกที่หลังคอให้ต้องสะดุ้งแต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากว่าอะไร
 
นานกว่าที่ปล่อยให้บทสนทนาเงียบลงจนได้ยินแต่เพียงเสียงของลมฤดูร้อนที่พัดผ่านใบไม้ หรือตอนที่พวกแมลงพากันส่งเสียงร้องเบาๆ อยู่รอบตัว ทั้งคิโยชิ และเขาต่างไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก ระหว่างที่กาแฟสองกระป๋องยังไม่ถูกเปิด หรือตอนที่ คนอยู่ด้านหลังเขาจะเริ่มกระชับอ้อมแขนเข้ามาจนรู้สึกได้ว่าถูกกอด
 
 
“ฮิวงะคิดถึงชั้นหรือเปล่า”
 
 
“ถามบ้าอะไรของแก!!!!!!!…จะคิดถึงทำไมฟะ”
 
ขึ้นเสียงตวาดพร้อมกับที่ออกแรงดิ้น ทั้งกระทุ้งศอกไปด้านหลัง และแกะแขนที่โอบอยู่ตรงเอวออก ถามบ้าอะไรของมัน ต่อให้คิดถึงเขาก็ไม่มีทางบอกหรอกว่าคิดถึง
 
 
“แต่ชั้นคิดนะ คิดถึงฮิวงะ”
 
เป็นริมฝีปากของคิโยชิที่กดลงมาบนหลังคอให้ลืมที่จะดิ้นหรือว่าขัดขืน ทั้งเสียงที่ไม่ได้ยินมานานกระซิบผ่านปลายผมตรงข้างหู หรือสัมผัสแผ่วเบาที่แม้ว่าอากาศ จะร้อนจนเหนียวตัวแต่ก็ไม่อยากให้ผละออกไป
 
คำพูดที่ให้ตายเขาก็ไม่มีทางพูดออกมาเด็ดขาด แต่คิโยชิกลับพูดออกมาง่ายดายจนเหมือนกับหัวใจจะวาย ความรู้สึกวูบไหวในอกที่แทบจะลบความว้าวุ่นก่อนหน้านี้ให้หายไปด้วยคำพูดประโยคเดียว ถ้าอาการแปลกๆ ที่เป็นอยู่นี้จะเรียกว่าคิดถึง ก็รู้สึกดีที่ไม่ใช่เพียงแค่เขาคนเดียวที่รู้สึก
 
 
“อือ”
 
เสียงตอบรับที่แม้แต่ตัวเขายังแทบไม่ได้ยินเสียงตัวเองอยู่ในลำคอ แต่น่าจะพอให้อีกคนที่อยู่ตรงแถวคอได้ยินจนยิ้มออก เพราะริมฝีปากที่เหมือนกับกดจูบอยู่ซ้ำๆ จะขยับยกขึ้นคล้ายกับยิ้ม เมื่อปลายจมูกเริ่มไล่ขึ้นมาตามเรือนผม พร้อมกับโดนรวบตัวเข้าในอ้อมแขนมากขึ้นทำให้ยากที่จะดิ้น
 
“หยุด”
 
พอรู้ว่าไม่สามารถขยับตัวดิ้นหนี ก็เปลี่ยนเป็นออกคำสั่งแบบกัปตันให้คนอยู่ ไม่นิ่งต้องทำตาม
 
 
“ไม่หยุดได้มั้ย”
 
เหมือนคนที่ขาดซ้อมไปนานจะไม่ยอมฟังคำสั่งของเขา หน้ายิ้มๆ นั้นเคลื่อนกลับมาเกยอยู่ตรงไหล่อีกครั้ง
 
 
ด้วยสัญชาติญาณของความเคยชิน หรือเพราะเขารู้ทันในจังหวะก่อนที่คิโยชิ จะทันได้เฉียดจมูกมาถูกแก้มด้วยซ้ำ กาแฟอีกกระป๋องในมือก็ถูกยกขึ้นไปเคาะหัวของคนที่ยังนัวเนียอยู่ไม่เลิก
 
“หยุดเลย!!”
 
ในจังหวะนั้นเองที่แก้มนิ่มก็ถูกขโมยหอมจนได้ ถึงจะเพียงแค่ครู่เดียวที่ริมฝีปากและปลายจมูกกดลงพร้อมกับที่คิโยชิหายใจเข้าจนเกิดเป็นเสียงสูดหายใจให้รู้สึกอาย ก็ทำให้หน้าร้อนวูบจนต้องเอี้ยวตัวหลบ
 
แต่กลับกลายเป็นว่าริมฝีปากเกือบจะโดนอีกคนยื่นหน้าเข้ามาสัมผัสแทน แค่ลมหายใจเบาๆ ที่เป่ารดโดนริมฝีปากก็ทำให้หัวใจเต้นดังโครมเพียงครั้งเดียว แล้วก็เหมือนกับจะหยุดเต้นไปเลยในตอนที่ปลายจมูกเฉียดโดนกัน กระป๋องกาแฟจึงถูกยกขึ้นเคาะลงบนหัวของคนฉวยโอกาสอีกไม่รู้กี่ครั้งตอนที่อยู่ๆ ก็เหมือนกับหอบหายใจแรงขึ้นมา
 
 
“โอ้ย เจ็บนะฮิวงะ”
 
คนตัวใหญ่ทำเสียงน่าสงสารพร้อมกับยกมือขึ้นมารองรับกระป๋องกาแฟหนักๆ ที่ถูกเคาะลงบนหัวอย่างไม่ปราณี แต่อย่าหวังว่าเขาจะสงสาร หรือเลิกเอากระป๋องกาแฟเคาะหัว กลับมาถึงก็นัวเนียทันที ยังไม่ทันจะเอาสติมาคืนเขาแท้ๆ เมื่อกี้ถ้าเขาหลบช้าไปอีกนิดหละก็
 
 
…เกือบไปแล้ว…
 
 
 

E N D

 
 
 

x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x

 
ฟรีเปเปอร์ที่จะวางในงาน Nijiiro Bunkasai : Kurobas Only Event ค่ะ
กว่าจะนึกได้ว่ายังไม่ได้เอาลง WordPress ผ่านมาเป็นเดือนเลย OTL

ย้อนเวลากลับไปตอนปีหนึ่งที่พี่คิโยชิไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลค่ะ
อยากลองเขียนให้พี่ฮิวงะคิดถึงพี่คิโยชิบ้าง แต่คิดถึงเขาแล้วยังไม่ยอมรับอีกว่าคิดถึงน่ะฮึ!!

2 comments

Thank you for your comment ♥

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s