[Fic Kuroko no Basuke] Steal my Kisses (Kiyoshi x Hyuuga)


Title: Steal my Kisses
Author: Yaoyuay
Fandom: Kuroko no Basuke
Pairing: Kiyoshi x Hyuuga
Rating: PG-13
Warning: Yaoi
 
 
 
 
“เฮ้! คิโย….ช”
 
ท้ายประโยคของคนที่เพิ่งเปิดประตูห้องเรียนเข้ามาเงียบหายไปโดยอัตโนมัติเมื่อเห็นว่าคนที่เขาตั้งใจจะมาเรียกให้เดินกลับบ้านพร้อมกันไม่ได้อยู่ในสถานะที่สามารถตอบรับคำของเขาได้ทันที
 
 
ผู้เล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์ของเขากำลังนอนหลับ นอนหลับแบบที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นคิโยชินอนหลับทับหน้าหนังสือเรียนที่เปิดค้างอยู่หลายเล่ม ดินสอที่ก่อนหน้านี้น่าจะถูกมือใหญ่ๆ ที่ปกติแล้วเห็นจับลูกบาสมากกว่าถือเอาไว้ตอนที่ยังตื่นอยู่ ตอนนี้กลับหล่นอยู่บนพื้นข้างโต๊ะเรียน
 
อาจเป็นผลจากการเหนื่อยล้า ทั้งต้องฝึกซ้อมบาสตอนเช้าหนักเป็นสองเท่าจากปกติ และช่วงเย็นที่ต้องอ่านหนังสือสอบทั้งที่โรงเรียน และกลับถึงบ้าน เพราะใกล้สอบเลื่อนชั้นแล้ว แต่การฝึกซ้อมของชมรมยังต้องเข้มงวดเหมือนเดิม นอกจากนอนดึก แล้วยังต้องตื่นเช้าเพื่อมาซ้อมตามตารางที่โค้ชสุดโหดของพวกเขาจัดเอาไว้
 
 
…ถึงไม่ใช่ ก็ไม่ต่างอะไรกับค่ายฝึกฤดูร้อนที่ผ่านมา…
 
 
 
ฮิวงะทำสีหน้าปั้นยากก่อนจะหันไปปิดประตูห้องเรียนอย่างเงียบเสียงที่สุด ไม่ตั้งใจจะปลุกให้ตื่นในเมื่อสุขภาพ และการพักผ่อนของผู้เล่นในทีมก็เป็นสิ่งจำเป็น คิโยชิหลับคาหนังสือแบบนี้ท่าจะเหนื่อยมาก บางทีเขาควรใจดีปล่อยให้หมอนี่หลับต่ออีกสักหน่อย
 
เดินเข้าไปใกล้โต๊ะเรียนที่ผู้เล่นเซย์รินใช้หนุนต่างหมอน แขนยาวๆ ยื่นออกไปด้านหน้าในท่าแบบที่คนหลับหมดแรง คงจะง่วงมากกว่าที่จะสนใจหดแขนมาหนุน ใบหน้าที่มักจะทำสีหน้าซื่อๆ หรือบางทีก็ยิ้มแบบที่โลกสดใสไปทั้งใบตอนนี้กลับดูเหมือนเด็ก เด็กน้อยคิโยชิที่ไม่รู้ว่าตอนนี้กำลังนอนหลับฝัน หรือบางทีอาจจะดิ่งลงไปในความเงียบของการพักผ่อนแบบที่ไม่ได้ยินอะไร
 
 
“คิโยชิ…”
 
ลองกระซิบเรียกชื่อเบาที่สุดเท่าที่คิดว่าไม่น่าจะทำให้อีกฝ่ายตื่น แต่ก็ยังแอบกลัวว่าคนหลับอยู่จะรู้สึกตัวขึ้นมา แต่ดูเหมือนว่าคิโยชิจะหลับลึก แม้ว่าเขาจะปล่อยให้เวลาผ่านไปอยู่นานขณะที่ยืนดูอยู่ ก็ยังไม่มีทีท่าว่าคนเหนื่อยล้าจะขยับร่างกาย
 
ฮิวงะขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนนั่งยองลงกับพื้นข้างโต๊ะเรียนที่คนหลับยังฟุบอยู่นิ่ง กล้าๆ กลัวๆ ยื่นหน้าเข้าไปแอบดูคิโยชิวัยเด็กที่เหมือนกำลังหลับฝัน คิ้วหนาถูกซ่อนเอาไว้ด้านหลังผมสีน้ำตาลที่ลงมาปรกหน้าผากตอนหลับ ดวงตาขี้อ้อนที่มักจะส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้ปิดลงจนสังเกตเห็นขนตาได้ชัดเจน ปลายจมูกโด่งที่กำลังหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ สม่ำเสมอ และริมฝีปากที่มักจะพูดอะไรงี่เง่าก็กำลังอ้าออกน้อยๆ โชคดีที่หมอนี่ไม่ได้นอนน้ำลายไหล
 
นึกแล้วก็อดขำจนเผลอยื่นมือออกไปเล่นผมของคนหลับอย่างลืมตัว ผมชี้ๆ ดูเหมือนจะยุ่งไม่เป็นทรงตอนที่ฟุบลงกับโต๊ะ หรือว่าจะเผลอขยี้หัวตัวเองตอนทำโจทย์ไม่ได้หรือเปล่า
 
 
 
ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่เขาหยิบปอยผมของคนขี้เซาขึ้นมาเล่นอยู่ซ้ำๆ ไม่คิดมาก่อนว่าตัวเองจะปล่อยให้เวลาผ่านไปกับการนั่งดูหน้าคนหลับแล้วหยิบผมขึ้นมาเล่นแบบนี้ ถ้าคิโยชิตื่นก่อน หรือมีใครเข้ามาเห็นเขาคงจะขังตัวเองอยู่ในห้องแล้วไม่มาโรงเรียนอีกห้าวัน
 
 
…แต่ใครจะเข้ามาหล่ะ?…
 
 
กลืนน้ำลายเหนียวลงคอขณะที่ปลายนิ้วยังค้างอยู่กับปอยผมของคนที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น และสายตายังจ้องค้างอยู่ตรงริมฝีปาก
 
 
…แค่นิดเดียวน่า…
 
 
เผลอเม้มริมฝีปากตอนที่ค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ตั้งใจว่าจะไม่หลับตาเพราะกลัวคนที่กำลังหลับจะตื่น แต่ยิ่งเข้าไปใกล้กลับยากที่จะไม่หลับตาหลบซ่อนอาการเขิน เขาอ่านหนังสือมากไปจนกลายเป็นบ้าแล้วหรือเปล่าถึงได้จะมาแอบจูบคิโยชิแบบนี้
 
เขินจนไม่กล้าจะแอบทาบริมฝีปากลงไป และก็กลัวเหลือเกินว่าหัวใจจะกระเด็นออกมาที่ด้านนอก นี่หัวใจของเขามันยังอยู่ที่เดิมของมันใช่มั้ย ฮิวงะหยุดตัวเองเอาไว้ที่ระยะห่างไม่กี่มิลลิเมตร ได้แต่ฟังเสียงจังหวะการเต้นหัวใจตัวเองที่ดังโครมครามอย่างกับมีใครไปเร่งจังหวะ ถ้าจะมีก็คงเป็นไอ้เจ้าบ้าคิโยชิ หลับอยู่แบบนี้มันจะได้ยินหรือเปล่า
 
เผลอหลบสายตาไม่กล้าจ้องหน้าทั้งที่ยังไม่เคลื่อนใบหน้าออกไป ลมหายใจสม่ำเสมอของคนหลับยังคงเป่ารดอยู่เหนือริมฝีปากของเขาซ้ำๆ ทำให้เผลอนึกไปถึงจูบก่อนหน้านี้ที่อยู่ๆ คนเจ้าเล่ห์ก็มาทึกทักว่าเขาไปสัญญาจูบกับมันเอาไว้ไม่พอยังโดนจูบจนได้ แล้วนี่อะไรกลายเป็นเขาจะมาแอบจูบคิโยชิเสียเอง
 
 
 
คนทำผิดมักจะโดนจับได้ คนจะแอบจูบก็เกือบโดนจับได้เหมือนกัน เป็นไปโดยสัญชาติญาณคล้ายกับตอนที่ก้าวถอยหลังแบบบาเรีย จัมพ์เปอร์ เพียงแต่ตอนนี้เขาไม่ได้ก้าวถอยหลังเพื่อจะชู้ต แต่เป็นก้าวถอยหลังอย่างรวดเร็วในจังหวะที่คิโยชิลืมตาขึ้นมา
 
เสียงโครมครามของเก้าอี้ที่ล้มลง และโต๊ะเรียนที่ถูกกระแทกยิ่งปลุกให้คนเพิ่งตื่นหายงัวเงียเร็วขึ้น คิโยชิเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะแทบจะในทันทีเขาทำเก้าอี้ล้มลง และถอยหลังไปกระแทกโต๊ะเรียนอย่างแรง เสียงขาโต๊ะที่ขูดพื้นพร้อมกับเสียงเก้าอี้ไม้ล้มคงเพียงพอที่ทำให้คิโยชิตื่นเต็มตา
 
 
…เห็นหรือเปล่า เมื่อกี้หมอนี่เห็นหรือเปล่า…
 
“ฮิวงะ…”
 
 
 
ไม่มีเวลาไหนที่กัปตันจะอยากเปลี่ยนเป็นผู้เล่นเบอร์สิบเอ็ดเท่ากับตอนนี้อีกแล้ว ใช้แวนิชชิ่งไดรฟ์ของคุโรโกะหนีไปเลยได้หรือเปล่า แต่เพราะหายจากสายตาของคนตรงหน้าไม่ได้ สิ่งที่พอจะทำได้อย่างเดียวคือหลบตา บ้าเอ้ย! รู้สึกร้อนที่หน้ามาก คงไม่ใช่ว่าเขากำลังหน้าแดงเอามากๆ อยู่หรอกนะ
 
ฮิวงะฝืนทำสีหน้าปั้นยากแบบทุกทีให้ดูเหมือนเป็นปกติ พยายามบังคับให้คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้ามาหากัน และริมฝีปากก็ทำเหมือนกำลังโกรธ แต่มันคงจะดูตลกมากถ้าหากตอนนี้หน้าเขาแดงจนไม่เหลือที่ให้สีอื่น และแน่นอนว่าสายตาเขาตอนนี้ไม่เหมือนคนที่กำลังโกรธเลย
 
คงจะดีกว่านี้ถ้าหัวใจของเขามันจะสงบลงพร้อมกับที่บังคับให้คิ้วขมวดมาติดกันได้ แต่เพราะเสียงรัวในอกกำลังรบกวนสมาธิเขามาก และสายตาของคนที่เอาแต่เรียกชื่อเขายังไม่เลิกมองมาเสียที ช่างเป็นไรเนียนไป อย่าเพิ่งคิดว่าโดนจับได้แล้วสิ
 
 
“กะ..กลับกันได้แล้ว!!”
 
 
โถ่!! ทำไมเสียงเขาไม่ดูไม่เข้มแข็งเอาเสียเลยเหมือนกับกำลังสั่นไปตามจังหวะรัวของหัวใจ โชคดีที่คิโยชิไม่ถาม และไม่สงสัย หมอนั่นจ้องเขาอยู่พักหนึ่งกว่าจะหันไปเก็บหนังสือเรียนที่เปิดค้างไว้บนโต๊ะลงกระเป๋า เป็นเวลาดีที่ให้เขาได้สงบสติตัวเอง หัวใจที่เต้นโครมครามค่อยๆ สงบลงตอนที่ได้สูดหายเข้าออกลึกๆ เหมือนตอนแข่งเสร็จ สาบานกับตัวเองไว้เลยว่าจะไม่ทำอะไรเสี่ยงตายแบบนี้อีกแล้ว
 
 
…โชคดีแค่ไหนที่ไอ้เจ้าบ้าคิโยชิไม่รู้…
 
 
 
 
 
 
 
นอนไม่หลับ รู้ว่าได้เวลาตื่นตอนที่เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นในเวลาตีสี่ ตั้งแต่ทิ้งตัวนอนลงบนเตียงก็ไม่สามารถข่มตาให้หลับได้ เมื่อเหตุการณ์เสี่ยงตายตอนเย็นของเมื่อวานยังติดชัดอยู่ในหัว จังหวะที่คิโยชิค่อยๆ ลืมตาขึ้นตอนที่เขายังยื่นหน้าเข้าไปใกล้อยู่ หรือตอนที่ผู้ร้ายกำลังจะถูกจับได้ตอนที่คิโยชิเอาแต่มองหน้า
 
 
…อย่างกับจะตายได้จริงๆ …
 
 
ฮิวงะกดปิดเสียงนาฬิกาปลุกที่ปล่อยให้ดังอยู่หลายนาที ก่อนจะพาร่างที่ไม่งัวเงียของตัวเองไปอาบน้ำแต่งตัว และออกจากบ้านเร็วกว่าทุกวัน ที่ตื่นตั้งแต่ตีสี่คือเผื่อเวลาเอาไว้สำหรับอาหารข้าวที่มีนัตโตะของโปรดรวมอยู่ด้วยทุกวัน แต่ดูเหมือนว่าวันนี้แม้แต่นัตโตะก็ยังแปลกใจที่เขาไม่ได้ใช้เวลาละเมียดละไมอยู่กับมันเหมือนทุกที
 
ท้องฟ้ายังมืดอยู่ตอนตีห้าที่คำสั่งโค้ชชมรมบอกให้วิ่งไปโรงเรียนทุกเช้า ฝึกหนักที่ชมรมไม่พอยังต้องมาฝึกระหว่างทางอีก โหดชะมัด! แต่ถึงจะบ่นยังไงถ้าหากไม่อยากโดนฝ่ามือพิฆาตซึ่งคิดดูแล้วน่าจะดีกว่าอาหารที่โค้ชทำ กัปตันเซย์รินก็ออกวิ่งเหยาะๆ ไปตามทางเดินที่คุ้นเคย โดยที่มีชุดนักเรียนสำหรับเปลี่ยนหลังจากซ้อมเสร็จอยู่ในกระเป๋า
 
พอได้ออกกำลังให้เหงื่อออกก็รู้สึกโล่งหัวดีเหมือนกัน ไล่เหตุการณ์ลักหลับคิโยชิออกไปพร้อมกับเม็ดเหงื่อที่ผุดตามใบหน้า และลำคอ ตั้งแต่กลับมาถึงบ้านเมื่อวาน หรือแม้แต่ตอนที่เขาเปิดหนังสือออกอ่านวิชาที่ถนัดอย่างสังคมยังไม่เข้าไปแทนที่เหตุการณ์ตอนเย็นเมื่อวานในหัวเขาได้เลย
 
 
 
วิ่งมาจนถึงห้องชมรมก็เห็นว่าไฟในห้องเปิดอยู่ ไม่น่าจะมีใครมาถึงเช้าตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเหมือนกับเขา แต่บางทีอาจเป็นริโกะที่รีบมาเตรียมตารางการฝึก
 
 
“โอ้ว อรุณ….เห้ย!!!”
 
กัปตันเซย์รินรีบเอามือปิดปากตัวเองตอนที่เผลอร้องตะโกนออกมาเมื่อเห็นว่าคนที่อยู่ในห้องชมรมคือใคร เหตุการณ์เดจาวูที่เพิ่งหายไปจากหัวเขาได้ไม่ทันไรก็กลับมาอีกครั้ง เมื่อคนที่มาถึงห้องชมรมก่อนแล้วไม่ใช่ริโกะ แต่เป็นคิโยชิ และผู้เล่นฉายาหัวใจเหล็กก็กำลังหลับไม่รู้เรื่องเหมือนเมื่อวาน เพียงแต่ครั้งนี้ไม่ได้หลับฟุบอยู่กับโต๊ะ แต่นอนราบอยู่บนม้านั่งในห้องชมรม
 
 
…ไม่! ถึงตายเขาก็จะไม่ทำอะไรเสี่ยงตายอีกแล้ว…
 
 
ฮิวงะเดินผ่านคนตัวสูงที่นอนหลับอยู่บนม้านั่งที่เหมือนจะเล็กเกินไป เมื่อขายาวๆ นั้นเลยออกมาแทบจะทั้งขา ถ้าง่วงแล้วจะรีบตื่นมาแต่เช้าทำไม มาหลับบนม้านั่งไม่สบายตัวแบบนี้นอนต่อที่บ้านอีกหน่อยไม่ดีกว่าเหรอไงไอ้เจ้าบ้าคิโยชิ
 
เผลอบ่นกับตัวเองแบบที่เพิ่งมารู้ตัวเอาตอนบ่นเสร็จก็รีบหันไปเก็บของเข้าล็อคเกอร์อย่างรวดเร็ว ตั้งใจจะรีบหนีออกไปที่โรงยิมก่อนคนตัวใหญ่เหมือนหมีจำศีลในถ้ำจะเลิกจำศีลแล้วตื่นขึ้นมารู้ว่าเขาคือคนที่เกือบขโมยปลาของหมีได้สำเร็จ แต่กลับสะดุดลูกบาสที่ใครก็ไม่รู้เอามาไว้ในห้องชมรมแล้วปล่อยให้กลิ้งบนพื้น จังหวะที่เสียงการทรงตัวนั้นที่ทำให้เขาเซไปกระแทกเข้ากับม้านั่งที่หมีตัวใหญ่หลับอยู่ หนีออกจากถ้ำไม่ได้แล้ว ถ้าจับตัวได้ว่าใครมันเป็นคนเอาลูกบาสมาเก็บไว้จะสั่งให้วิ่งรอบสนามสักห้าสิบรอบคอยดู
 
 
“ฮิวงะ…”
 
 
“อะ..อรุณสวัสดิ์”
 
จนได้สิน่า เขาซุ่มซ่ามเองหรือไอ้คนเอาลูกบาสมาเก็บในห้องชมรมมันสมควรโดนสั่งให้วิ่งรอบสนามเพิ่มอีกเป็นร้อยรอบกันแน่
 
 
“อรุณสวัสดิ์ มาเช้าจังนะ”
 
 
“นายก็เหมือนกัน ขอโทษที่ทำให้ตื่น”
 
เพราะคิโยชิยังไม่ยอมลุกเขาจึงต้องยืนก้มหน้าคุยด้วย
 
 
“ไม่เป็นไร ชั้นตื่นแล้ว”
 
 
“อะ..อื้อ ชั้นไปซ้อมก่อนหล่ะ เจอกัน”
 
แต่พอพอทำท่าจะเดินออกไป ก็โดนคนนอนอยู่ก็คว้าข้อมือเอาไว้แล้วเริ่มอ้อน
 
 
“ชั้นลุกไม่ขึ้นน่ะ ฮิวงะช่วยดึงหน่อย”
 
 
“ลุกเองสิ!! ชั้นดึงนายไม่ไหวหรอก”
 
มันบ้าอะไรกันหล่ะนี่ขนาดตัวก็ไม่ใช่เล็กๆ จะให้เขาช่วยดึง เล่นเป็นเด็กหรือไง ต่อให้เขาจะพอมีกล้ามแขนที่เกิดจากการฝึกชู้ตลูก และการออกกำลังแบบนักกีฬา แต่ใครจะไปดึงคนตัวใหญ่กว่าไหว
 
 
 
เขาคิดผิดสินะ เขาคิดผิดใช่ไหมที่บอกให้คิโยชิลุกขึ้นเอง เพราะตอนนี้กลายเป็นเขาโดนคนที่เพิ่งบอกว่าจะลุกดึงให้ถลาล้มลงไปกระแทกกับแผ่นอกของคนที่นอนอยู่อย่างแรง แต่เพราะคนตัวใหญ่กว่ารับเอาไว้ เลยกลายเป็นว่าโดนดึงลงไปกอดแบบที่ไม่รู้ตัว
 
เพราะลืมตัว และไม่คิดว่าจะกลายเป็นเปิดโอกาสให้คิโยชิตอนที่ยังถูกจับมืออยู่ เพราะเอาแต่คิดจะรีบหนีออกจากห้อง เลยกลายเป็นถูกดึงลงมากอดแบบง่ายๆ หรือถ้าหากว่าเขาช่วยดึงจริงความเจ้าเล่ห์ภายใต้ใบหน้าซื่อๆ ของไอ้หมอนี่ก็คงจะสู้แรงแล้วดึงเขาลงมากอดอยู่ดี
 
 
…ไอ้เจ้าบ้าคิโยชิ!…
 
“ปล่อยนะเว้ย!! ทำบ้าอะไรของแก”
 
ฮิวงะเริ่มดิ้น ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดจากการฝึกซ้อมหนักเป็นสองเท่าดันแผ่นอกของคนตัวใหญ่กว่า แต่บางทีเขาอาจลืมไปกว่าผู้เล่นเบอร์เจ็ดในทีมเขาก็ได้รับการฝึกหนักเป็นสองเท่าเหมือนกัน การสู้แรงในครั้งนี้จึงนับว่าไม่ต่างอะไรจากก่อนฝึก
 
 
“ชั้นลุกไม่ไหวนี่ ฮิวงะไม่ยอมช่วยดึง”
 
คิโยชิเริ่มลวนลามโดยการฝังจมูกลงบนเรือนผม และจูบไล่มาเรื่อยๆ จนถึงหน้าผาก กดจูบหนักๆ ลงที่หว่างคิ้วแม้ว่าเขาจะยังดิ้นอยู่ก็ตาม
 
 
“ลุกไม่ไหวก็นอนต่อไป แล้วก็ปล่อยชั้นได้แล้วโว้ย!!!”
 
 
“…ไม่”
 
 
ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ กลายเป็นว่าคิโยชิกอดเขาแน่นกว่าเดิม และก็เหมือนกำลังจะพยายามทำอย่างอื่นมากกว่าจูบหน้าผาก เมื่อใบหน้าของหมอนั่นเริ่มเข้ามาใกล้มากขึ้น
 
 
“หยุดเลย!!”
 
มือของเขาดันหน้าคิโยชิออกไป และยันค้างไว้อยู่แบบนั้น คิโยชิหยุดตามที่บอก ไม่พยายามจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้อีก แต่ก็ยังไม่ยอมคลายอ้อมแขนที่โอบรอบแผ่นหลังเขาไว้อยู่
 
 
 
 
 
 
 
“เมื่อวานฮิวงะจะแอบจูบชั้นใช่มั้ยหล่ะ”
 
 
เป็นไปอย่างที่คิด ฮิวงะอ้าปากค้างแล้วหน้าแดงแจ๋ แดงตั้งแต่แก้มไปจนถึงใบหูลงมาถึงลำคอ ถ้ามีใครสักคนถามเขาว่าสิ่งที่น่ารักที่สุดคืออะไร เขาคงจะตอบกลับไปในทันทีว่าฮิวงะ
 
“ชั้นรู้นะตอนที่ฮิวงะกลับเข้ามาในห้องเรียน…”
 
 
“แกไม่ได้หลับอยู่นี่!!!”
 
พอหายช็อคก็โวยวายทันที โวยวายทั้งที่หน้ายังแดงอยู่แล้วก็เริ่มดิ้นอีกครั้ง ถึงแม้ว่าจะออกแรงสู้ยังไงฮิวงะก็สู้เขาไม่ได้อยู่ดี ก็ฮิวงะน่ะตัวกำลังเล็กน่ารัก
 
“ชั้นแกล้งน่ะ ไม่อยากทำให้นายตกใจ”
 
 
ไม่รู้ว่าตอนไหนที่กัปตันของเขาเอื้อมมือไปหยิบลูกบาสที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนทุ่มใส่หัวเขาอย่างแรง ฮิวงะกำลังเข้าใจผิดว่าหัวเขาเป็นแป้นบาส หรือกำลังอยากจะส่งลูกให้แต่พลาดกันแน่
 
“เจ็บนะฮิวงะ”
 
 
“ตั้งใจให้เจ็บน่ะสิ ปล่อยชั้นได้แล้ว!!”
 
 
กัปตันคนเก่งของเขาดิ้นอีกแล้ว ไม่ใช่แค่ชู้ตสามแต้มเก่งอย่างเดียวยังดิ้นเก่งอีกด้วย แต่หน้าที่หลักในสนามของเขาคือการทำรีบาวน์ ถ้าฮิวงะชู้ตมาพลาดเขาก็จะเป็นคนทำรีบาวน์ให้ได้แต้มเอง
 
“จะจูบตอนนี้ก็ได้นะ”
 
 
ฮิวงะหน้าแดงยิ่งกว่าเดิม แต่นั่นก็ยิ่งน่ารัก
 
 
“เมื่อวานชั้นตื่นก่อนใช่มั้ยหล่ะ เพราะงั้นฮิวงะจะจูบตอนนี้ก็ได้นะ”
 
 
“จูบบ้าอะไรกัน ไม่โว้ย ใครอยากจูบแกกัน!!!”
 
ฮิวงะเริ่มโวยวาย และหันหน้าหนีไม่ยอมสบตา นั่นแหละคือตอนที่กำลังพูดไม่ตรงกับใจ ที่แกล้งหลับเมื่อวานเพราะอยากให้ฮิวงะปลุก ความจริงเขาตื่นตั้งแต่ตอนที่ฮิวงะเปิดประตูเข้ามาแล้ว จงใจแกล้งทำเป็นหลับต่อแต่ก็ไม่คิดว่าคนขี้โวยวายจะพยายามแอบจูบ
 
 
“ถ้าฮิวงะอายชั้นหลับตาเหมือนเมื่อวานก็ได้นะ”
 
 
“อายบ้าอะไรกันหล่ะ ไม่จูบก็คือไม่จูบ!! บอกแล้วไงว่าชั้นไม่ได้อยากจูบแก!!!”
 
 
ถึงแม้ว่าฮิวงะจะโวยวาย แต่เขาก็ค่อยๆ หลับตาลงทั้งที่ยังไม่ยอมปล่อยอีกคนจากอ้อมแขน แม้ว่าคนดื้อกับหัวใจตัวเองจะดิ้นแรงแค่ไหน แค่เขากอดไว้ให้แน่นสักหน่อยก็หนีไปไหนไม่ได้แล้ว
 
“ชั้นหลับตาแล้วนะ”
 
 
“ไม่!!!..”
 
 
มีเสียงตะคอกเบาๆ ตามมา แต่ดูเหมือนว่าคนแรงดีจะเริ่มดิ้นเบาลงเมื่อเขาหลับตา ผ่านไปนานสักพักเหมือนกับฮิวงะจะเริ่มอยู่นิ่ง และทิ้งน้ำหนักตัวลงมาบนแผ่นอกเขามากขึ้น ไม่มีเสียงโวยวาย และฮิวงะก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เวลาผ่านไปโดยที่ทั้งห้องมีแต่เสียงลมหายใจของเขาทั้งสองคนสลับกัน
 
 
แผ่วเบาเหมือนสำลีแตะผ่านริมฝีปาก เพียงไม่ถึงหนึ่งวินาทีที่ฮิวงะโน้มใบหน้าลงมาสัมผัสริมฝีปากของเขาอย่างรวดเร็ว เหมือนมีสายลมอุ่นพัดผ่านเหนือริมฝีปาก เป็นลมหายใจของฮิวงะที่ก้มลงมา และริมฝีปากก็แตะโดนกันเพียงนิดเดียว แค่ครู่เดียวที่ลืมตาขึ้นหลังจากที่คนปากแข็งจูบเขาก่อน สีแดงของเลือดฝาดก็กลับมาอยู่ที่ทั้งใบหน้า และหูทั้งสองข้างของคนน่ารักอีกครั้ง
 
 
“แบบนี้เขาไม่เรียกว่าจูบหรอกนะ”
 
ยื่นมือออกไปสัมผัสข้างแก้มของคนที่ดูเหมือนว่าจะเขินมากจนพูดไม่ออก ฮิวงะหลับตาลงตอนที่ฝ่ามือของเขาสัมผัสโดนที่แก้มร้อนฉ่า
 
“จูบน่ะ ต้องทำแบบนี้…”
 
 
 

– E N D –

 
 
 

x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x

 
อ้ายยย จบแบบที่ให้คิดต่อเอาว่าสองคนนี้จะจูบกันยังไง
 
เป็นเหตุการณ์เกิดหลังจากเรื่อง First Kiss ค่ะ
สงสัยพี่ฮิวงะของเราจะติดใจจูบพี่คิโยชิซะแล้วหล่ะถึงได้จะแอบขโมย -//////-
แต่พี่คิโยชิของเราก็นะ เจ้าเล่ห์ซะ!

5 comments

  1. พี่ย้วยยยยยย กรี๊ดดดดดดดดฟฟฟฟฟฟหฟฟฟฟฟฟฟฟฟ ฮืออออ น่ารักมากเลยค่ะแงงงงง ฟฟฟฟฟฟฟ กัปตันน่ารักเกินไปแล้วค่ะฮือออออออ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ พี่คิโยชิก็เจ้าเล่ห์ซะแงงง น่ารักไม่ไหวแล้วฟฟฟฟฟ ปล.นี่ไนท์เองนะคะ;///; แอบตามมาอ่าน ขอบคุณสำหรับฟิคฟินๆนะคะ รอติดตามเรื่องต่อไปค่ะ❤️

    Like

  2. พี่มิ้นขาาาาาาาาาาาาาา
    พี่ฮิวงะน่ารักอ่ะะะะะะะะ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด
    นึกภาพออกเลยว่าหน้าจะแดงขนาดไหน แล้วจะน่ารักขนาดไหน
    ติดใจสินะคะ กับจูบของพี่คิโยชิ แอร้ยยยยยยย

    Like

    1. อ๋ายยย ขอบคุณค่า *////*
      โดนพี่คิโยชิจับได้ พี่ฮิวงะต้องหน้าแดงแบบหน้าจะระเบิดแน่ๆ เลย อายมากกกกก

      Like

Thank you for your comment ♥

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s