[Fic Attack on Titan] Uncontrollable #9 (Eren x Levi)


Title: Uncontrollable
Chapter 9 : สิ่งที่ไม่โกหก
Author: Yaoyuay
Fandom: Attack on Titan
Pairing: Eren Yeager x Levi
Rating: PG-13
Warning: Yaoi
 
 
 
 
รู้ตัวว่าเผลอจูบตอนที่ริมฝีปากค่อยๆ สัมผัสโดน รู้ตัวว่าอยู่ใกล้ตอนที่ปลายจมูกเบียดชิด ไม่ใช่เพียงแค่ครู่เดียว หรือแค่ครั้งเดียวที่ริมฝีปากเม้มแน่นสนิทถูกจูบอยู่ซ้ำๆ คล้ายวอนขอ ไม่จำเป็นต้องเปล่งคำพูดขออนุญาตเมื่อการกระทำที่ชัดเจนเฝ้าสัมผัสอยู่ที่ริมฝีปากอยู่หลายครั้ง กว่าที่ริมฝีปากนุ่มจะเริ่มผ่อนคลายโอนอ่อนยอมรับสัมผัสที่ส่งมอบให้อย่างช้าๆ
 
ไม่ใช่เพียงแค่ปลายจมูกที่ได้เแลกเปลี่ยนลมหายใจ แม้แต่ริมฝีปากที่ทาบทับอยู่ก็เผยอ้าออกให้ได้ยินเสียงหายใจในบางครั้ง ก่อนจะถูกบดเบียดให้แนบชิดขึ้น พร้อมกับชักนำให้อีกฝ่ายจำต้องขยับตาม ไม่รู้สึกอยากพอ และไม่คิดที่จะหยุดตอนที่หลับตาลงรับทุกสัมผัสที่แลกเปลี่ยนกัน
 
ความนุ่มนวลของริมฝีปาก แผงฟันที่กระทบโดน หรือแม้แต่ปลายลิ้นที่สัมผัสถูกกันในบางครั้ง กำลังชักนำให้เขาขึ้นไปถึงจุดที่อารมณ์พุ่งขึ้นสูงจากเดิม ยากที่จะควบคุมเมื่อปลายลิ้นส่งเข้าไปสัมผัสความนุ่มนวลกว่าภายในช่องปาก สัมผัสหยอกเย้ากับปลายลิ้นของอีกฝ่ายที่ยังไม่ยอมทำตาม
 
จนเมื่อเสียงลมหายใจเริ่มเปลี่ยนเป็นเสียงหอบ พร้อมกับที่ไเสียงแห่งความพึงพอใจในลำคอของอีกฝ่ายเรียกให้ดวงตาค่อยๆ ลืมขึ้น และเหมือนจะรู้สึกตัว เอเลนหยุดที่จะรุกล้ำ แต่กลับยังไม่ยอมหยุดที่จะจูบอยู่ซ้ำๆ บนริมฝีปาก นานจนกระทั่งลมหายใจเริ่มปรับเข้าที่กว่าที่จะถอนริมฝีปากออกมา
 
 
เมื่อผละออกจึงรู้สึกตัว ใบหน้าที่อยู่ใกล้น้อยกว่าเมื่อตอนที่จูบกันกำลังปรับลมหายใจ และเผยอริมฝีปากออกน้อยๆ ถ้าไม่รีบหันหน้าหนีต้องเผลอจูบอีก และคงจะไม่ถูกหยุดด้วยเสียงครางในลำคออีกแน่
 
 
…เขาทำอะไรลงไป…
 
 
เอเลนตัดใจหันหน้าหนีกลับมา รู้สึกเหมือนทุกส่วนในร่างกายร้อนผ่าวคล้ายกำลังลุกไหม้ เหงื่อผุดออกมาจากแทบจะทุกรูขุมขนของร่างกาย ถ้าหัวใจสามารถระเบิดออกเป็นเสี่ยงได้ป่านนี้คงระเบิดออกเป็นครั้งที่ร้อย แทนจังหวะการเต้นที่เหมือนกับดังโครมครามอยู่นอกอก
 
“หัวหน้าจะต่อยผมมั้ยครับ จะเตะผมมั้ยครับ”
 
ถามรัวเร็วเหมือนกับกลัวจะถูกเตะช้าไป เอเลนตะเบ็งเสียงดังลั่นอย่างกับว่าคนที่เขาถามอยู่อีกฟากของป่าต้นไม้ยักษ์ ทั้งที่คนน่าจะตอบคำถามเขาอยู่ใกล้ชิดเพียงแค่แผ่นอกที่แนบชิดอยู่บนหลัง ที่ตะโกนจนคอแทบแตกคือแก้ประหม่า กลบเกลื่อนความรู้สึกเขินจนแทบทนไม่ไหว
 
 
“ถ้าแกยังไม่เลิกถามอีกชั้นจะทำจริง”
 
เหมือนเสียงนั้นจะดังอู้อี้อยู่ใกล้กับท้ายทอยของเขา
 
 
ถ้าตอนนี้เขาเป็นไททันคงต้องต้องยกมือขึ้นมาปิดระวังท้ายทอย กลัวว่าด้านหลังคอจะโดนนายทหารแห่งหน่วยสำรวจคนนี้โจมตีที่จุดตายจนร่างกายสลายเป็นไอความร้อน แต่กลับกันตอนนี้เขาคือเอเลน เยเกอร์ในร่างมนุษย์ ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนเล่นงานที่ท้ายทอย แม้ว่าหัวหน้าจะอยู่ใกล้จนใบหน้าแทบจะชิดกับหลังคอของเขาก็ตาม แต่ถ้าหัวหน้าจะใช้ฟันกัดแทนที่จะเอามีดเฉือน เขาก็คงทำอะไรไม่ได้
 
 
ถ้ามือทั้งสองข้างนั้นจับด้ามดาบอยู่ไม่ได้โอบอยู่รอบคอเขา
ถ้าข้าทั้งสองข้างนั้นสวมใส่อุปกรณ์เคลื่อนที่สามมิติไม่ได้พาดมาอยู่ใกล้กับเอว
ถ้าใบหน้านิ่งเฉยนั้นจะทำคิ้วขมวดเหมือนทุกทีไม่ได้ซุกอยู่ใกล้กับหลังคอของเขา

 
 
…ถ้าหัวหน้ารีไวล์ไม่ได้ทำตัวน่ารักอย่างนี้…
 
 
 
หัวใจที่อยู่ในอกข้างซ้ายยังเต้นรัวแรงเหมือนเตรียมจะระเบิด ถ้าจังหวะการเต้นของหัวใจจะไม่โกหก เขาอาจจะกำลังใกล้ตายเพราะหัวใจเต้นเร็วเกินไปกว่าที่ร่างกายของมนุษย์คนหนึ่งจะต้องการให้เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงทุกส่วนของร่างกายมากมายขนาดนี้ แต่บางทีมันอาจกำลังไปเลี้ยงอยู่ที่ส่วนเดียวคือหน้าของเขาเอง โชคดีแค่ไหนที่หัวหน้ารีไวล์ไม่เห็น ถ้าถูกเห็นอาจจะโดนเตะให้จมูกได้ระบายเลือดออกมาจากหน้า ตอนนี้หวังเพียงอย่างเดียวว่าที่แดงอยู่ขอให้เป็นแค่หน้า ถ้าด้านหลังคอแดงด้วยเขาอาจจะโดนกัดจริงๆ
 
 
 
แต่เสียงหัวใจไม่เคยโกหก เหมือนกับที่เขาสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจอีกดวงที่ตำแหน่งเดียวกันตรงข้างซ้าย แต่กลับไม่ได้อยู่ในอกของเขา จังหวะการเต้นที่เร็วรัวไม่ต่างกันนั้นอยู่ที่แผ่นหลังสะท้อนจากอกข้างซ้ายของอีกคนหนึ่ง
 
เพราะร่างกายอยู่แนบชิดกันมากกว่าทุกครั้ง
เพราะริมฝีปากที่ได้สัมผัสกัน และกันอยู่เนิ่นนาน
เพราะสัมผัสได้ถึงหัวใจของคนอีกคนหนึ่ง

 
จึงไม่อาจบังคับให้หัวใจตัวเองเป็นปกติได้อีกต่อไป
 
 
…ถ้าหัวใจจะไม่โกหก…
 
 
 
 
สองแขนที่พาดอยู่บนไหล่นั้นโอบกระชับรอบคอแน่นมากขึ้น เมื่อเขาเริ่มเดินไปที่ปลายของกิ่งไม้ และเตรียมจะพุ่งร่างออกไปพร้อมกับลวดสลิง ถ้าจะบอกว่าไม่หนักก็คงจะโกหก น้ำหนักตัวของหัวหน้ารีไวล์ถ้าให้เดาคงจะมากกว่าน้ำหนักตัวของเขาอยู่ไม่น้อย กล้ามเนื้อที่ถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดีคงจะเป็นคำตอบของคนตัวเล็กที่ดูเหมือนจะหนักกว่าทีตามองเห็น ได้แต่หวังว่าอุปกรณ์เคลื่อนที่สามมิติจะสามารถพยุงร่างของคนสองคนให้พุ่งไปในอากาศได้
 
กระโดดทิ้งตัวลงจากกิ่งไม้ให้แรงดึงดูดของโลกกระชากร่างของเขาให้ร่วงหล่นอย่างไร้การควบคุมอยู่นานกว่าที่จะยิงลวดสลิงออกไปปักลำต้นไม้เพื่อควบคุมทิศทางของการเคลื่อนไหวให้พุงสูงขึ้นไปอีกครั้ง แม้ว่าการพุ่งตัวจะช้ากว่าที่เคยเคลื่อนไหวด้วยตัวคนเดียวอยู่บ้าง แต่ก็ยังพอรักษาความเร็ว และทิศทางการเคลื่อนไหวให้พุ่งไปข้างหน้าด้วยแรงส่งของก๊าซได้อย่างไม่ติดขัดเท่าไรนัก
 
ถ้าจะคิดเข้าข้างตัวเอง หรือคิดไปให้กลายเป็นเรื่องชวนให้อมยิ้ม ตอนนี้หัวหน้ารีไวล์กำลังจูบหลังคอเขาไม่ยอมเลิก เหมือนกับทั้งปลายจมูก และริมฝีปากของหัวหน้ารีไวล์สัมผัสโดนที่หลังคอทุกครั้งที่เขาเคลื่อนไหวผาดโผนชวนให้ใจหาย ไม่ได้ตั้งใจในหลายครั้งที่ยังกะน้ำหนักตัวของทั้งเขา และหัวหน้ารีไวล์ไม่ได้ จนเกือบจะพุ่งกระแทกกับกิ่งไม้ แต่ถ้าหากทุกครั้งที่เขาเหมือนจะทำให้เกิดอุบัติเหตุนี้ หัวหน้ารีไวล์จะยิ่งกอดคอเขาแน่น และซุกหน้าลงมาใกล้จนไม่รู้ตัวว่าปลายจมูกกับริมฝีปากกดลงมาที่หลังคอเขาให้สึกขนลุกแปลกๆ เขาก็จะยังเคลื่อนไหวแบบผาดโผนอีกต่อไปเรื่อยๆ
 
 
“ชั้นจะสั่งแกให้ไปฝึกใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่สามมิติใหม่อีกรอบ”
 
 
เสียงอู้อี้นั้นดังมาจากหลังคออีกครั้ง บางทีจูบที่ท้ายทอยแค่นี้อาจจะพอแล้ว เขาควรจะหยุดเคลื่อนไหวแบบที่เสี่ยงให้ต้องกลับไปเป็นทหารฝึกหัดใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่สามมิติใหม่อีกหนเสียที
 
“อย่าเลยครับหัวหน้า”
 
 
ไม่มีคำตอบจากคนที่เปลี่ยนจากจูบท้ายทอยเขาเป็นพิงศีรษะลงมาแทนเมื่อการเคลื่อนไหวในอากาศเริ่มเข้าสู่วิถีปกติ นึกอยากจะให้ป่าต้นไม้ยักษ์นีไม่มีทางออก ให้เขาได้พุ่งตัวผ่านอากาศโดยที่มีอีกคนอยู่บนหลังแบบนี้ไปตลอดเวลาที่ลมพัดมาตีหน้า แต่ก่อนที่ก๊าซในถังเก็บจะหมดลงผืนป่าที่เหมือนกับจะไร้ขอบเขตนั้นก็สิ้นสุดลงพร้อมกับที่ปลายเท้าของเขาแตะลงบนพื้นดินอีครั้ง ม้าสองตัวยังผูกไว้กับต้นไม้ต้นเดิม และหัวหน้ารีไวล์ก็กำลังจะลงจากหลังเขาไปอยู่บนหลังม้าแทน
 
 
“ขึ้นหลังม้าไหวมั้ยครับ”
 
จงใจหันหน้ากลับไปด้านหลัง หวังจะได้เฉียดใกล้กับใบหน้าของผู้เป็นหัวหน้าอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าอีกคนจะรู้ทันก่อนที่เขาอาจจะมีโอกาสได้จูบอีก ใบหน้านั้นหันหนีไปอีกทางอย่างบังคับให้เป็นธรรมชาติที่สุด
 
 
“ขาอีกข้างชั้นไม่ได้เป็นอะไร”
 
พูดจบคนที่ปฏิเสธความช่วยเหลือของเขาก็ค่อยๆ ทิ้งตัวลงจากแผ่นหลัง ฝืนเดินกะเผลกไปจนถึงม้าคู่กาย เห็นเลยว่าหัวหน้ากัดปากจนเหมือนเลือดไหลตอนที่ยันตัวขึ้นไปบนหลังม้า ถ้าจะยอมให้เขาอุ้มก็ไม่ต้องทนเจ็บหรอก
 
เอเลนยันตัวขึ้นบนหลังม้าของเขา ออกควบตามหลังม้าของหัวหน้ารีไวล์ที่ออกนำไป ใบมีดดาบที่สำรองไว้เก็บอยู่ในสัมภาระบนหลังม้า ถ้าระหว่างทางกลับถูกโจมตีเขาก็ยังพอต่อสู้ได้ด้วยใบมีดทั้งหมดนี้ ถึงคราวของเขาบ้างแล้วที่ต้องเป็นฝ่ายปกป้องหัวหน้ารีไวล์
 
 
 
การจู่โจมแรกเกิดขึ้นทันทีโดยแทบจะไม่รอให้เขาเปลี่ยนใบมีดเล่มใหม่เข้ากับด้ามจับ แรงสั่นสะเทือนบนพื้นดินเกิดขึ้นพร้อมกับที่ไททันวิปริตพุ่งกระโจนเข้าใส่เมื่อเห็นว่าสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ตรงหน้าคือมนุษย์สองคน มือเท้าที่คลานสี่ขาตะกุยพื้นวิ่งมาด้วยความเร็ว และดีดตัวกระโดดขึ้นสูงหวังจะเข้ามาตะครุบ เอเลนยันตัวขึ้นบนหลังม้าพุ่งร่างออกไปทันก่อนที่ไททันวิปริตจะเปิดการโจมตีบนพื้นดิน
 
 
“หัวหน้าระวังตัวนะครับ”
 
หันไปบอกคนบนหลังม้าที่ไม่สามารถต่อสู้ได้เพราะอาการบาดเจ็บ ถ้าเขาอ่านสีหน้าตอนนี้ของหัวหน้ารีไวล์ไม่ผิดไป หัวหน้าคงกำลังบอกว่าห่วงตัวเองให้ดีก่อนจะมาห่วงคนอื่นเถอะ
 
อมยิ้มให้กับใบหน้าบึ้งตึงที่มองมา พร้อมกับฟาดใบมีดลงบนหลังคอของไททัน เฉือนเนื้อที่ท้ายทอยเปิดออกลึกพอดีจนทำให้สิ่งมีชีวิตโหดเหี้ยมกินเนื้อคนล้มลงร่างกระแทกพื้น ก่อนจะระเหยเป็นไอความร้อนปะปนในอากาศ การโจมตียังเกิดขึ้นต่อเนื่องไม่หยุด และใบมีดดาบในมือก็ยังคงกรีดเฉือนเนื้อไททันอีนับไม่ถ้วนที่พุ่งโจมตีเข้ามาระหว่างทางกลับเข้าไปในกำแพง
 
 
 
กองกำลังรักษาการณ์ทำความเคารพเมื่อเขา และหัวหน้ารีไวล์ควบม้าผ่านประตูกำแพงที่เพิ่งเปิดออกโดยทหารทั้งสองนาย ไม่มีใครสังเกตเห็นอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าของหัวหน้ารีไวล์ขณะที่ยังนั่งอยู่บนหลังม้า และหัวหน้าก็ยังแสดงสีหน้าเรียบเฉยเป็นปกติ ได้แต่หวังว่าอาการบาดเจ็บนั้นจะเล็กน้อยเหมือนอย่างที่สีหน้าแสดงออกมา แต่จากที่หัวหน้าเกือบจะไล่เขาให้กลับมาก่อน หรือยอมให้เขาแบกขึ้นหลังได้ อาการบาดเจ็บคงจะตรงกันข้ามกับสีหน้าโดยสิ้นเชิง
 
 
ควบม้ากลับมาจนถึงคอกม้าในที่พัก การลงจากหลังม้าไม่เป็นปัญหาสักเท่าไหร่กับหัวหน้าหน่วยทหาร แต่ก็ยังแอบมองเห็นริมฝีปากนั้นเม้มติดกันแน่นสนิทคล้ายกับฝืนกลั้นความเจ็บปวด เมื่อข้อเท้าข้างขวาเหยียบลงพื้นเพื่อรับน้ำหนักของร่างกาย ข้อเท้าซ้ายจึงรับหน้าที่มากขึ้นเมื่อต้องเทน้ำหนักของร่างกายไปที่ขาเพียงข้างเดียว
 
 
“เดินไหวมั้ยครับ”
 
หัวหน้ารีไวล์หันมาส่งสายตาดุงเมื่อเขาเข้าไปใกล้ ทำให้เผลอถอยออกมาอย่างเคยชิน ทั้งนี่ตอนนี้คนเจ็บไม่น่าจะเตะไหวแต่ก็ยังกลัวว่าอาจจะเป็นหมัดหรือศอกที่กระแทกเข้ามาแทน
 
 
แต่คนเจ็บยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ เหมือนว่าหัวหน้าจะพยายามพูดบางอย่างอยู่หลายครั้งตอนที่ริมฝีปากนั้นเม้มแน่นแล้วคลายออกอยู่ซ้ำๆ แต่กลับไม่มีประโยคใดออกมา
 
ถ้าคนดื้อไม่ยอมขอเขาคงต้องบังคับ
 
 
“คราวนี้หัวหน้าต้องยอมให้ผมช่วยแล้วนะครับ”
 
เดินเข้าไปใกล้ที่ด้านข้างคว้าแขนของคนสะดุ้งเล็กน้อยให้ไม่หนีไปไหน ขณะที่เอเลนเดินอ้อมไปด้านหน้า หันหลังให้แล้วย่อตัวลงนั่ง ก่อนจะหันกลับไปคว้าแขนอีกข้างของคนดื้อมาพาดคอ
 
“ขี่หลังผมเหมือนเดิมสิครับ”
 
ไม่ใช่คำสั่งที่ขู่บังคับ แต่กลับเป็นคำขอร้องปนออดอ้อนให้คนใจแข็งยอมทำตาม
 
“…นะครับ”
 
 
เท่านั้นคนที่ยื่นนิ่งจนถึงเมื่อครู่จึงยอมขยับเข้าใกล้ ทิ้งน้ำหนักตัวลงพร้อมแผ่นอกที่แนบลงมาจนชิดติดกับแผ่นหลังของเขาที่รอรับอยู่ ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้รับสัมผัสใกล้ชิด แต่หัวใจก็ยังเต้นรัวดังขึ้นมาให้รู้สึกประหม่า เมื่อแขนของหัวหน้ารีไวล์โอบรอบคอเขาแน่นขึ้น และลมหายใจที่เป่ารดตรงหลังคออีกครั้งตอนที่ใบหน้านั้นโน้มลงมา
 
“กลับห้องไปพักกันนะครับ”
 
เอเลนลุกขึ้นยืนพร้อมกับที่ค่อยๆ ประคองขาของหัวหน้ารีไวล์เอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ไม่ต้องให้เกี่ยวขาเอาไว้ที่เอวเหมือนก่อนหน้านี้ ในเมื่อตอนนี้มือทั้งสองข้างของเขาว่างอยู่ ไม่มีด้ามดาบหรืออุปกรณ์เคลื่อนที่สามมิติให้เกะกะ การช่วยประคองขาของคนเจ็บเอาไว้จึงเป็นสิ่งที่ควรทำ
 
หัวหน้ารีไวล์ตัวเล็ก เมื่อเปลี่ยนจากการเคลื่อนที่ในอากาศเป็นการเดินช้าๆ บนพื้นจึงได้จดจ่ออยู่กับแผ่นหลัง และฝ่ามือ มากกว่าที่จะตั้งสมาธิไปกับการใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่สามมิติ ถึงได้รู้ว่าหัวหน้ารีไวล์ตัวเล็กกว่าที่เขาได้แต่มองด้วยสายตา อาจเป็นเพราะความแข็งแกร่งที่เห็นภายนอกจึงทำให้หัวหน้ารีไวล์ดูยิ่งใหญ่มากกว่าขนาดตัว
 
 
 
ประตูห้องพักมาถึงเร็วต่างจากที่เขาอยากจะยืดทางเดินออกไปให้ยาวไม่สิ้นสุด หรืออาจทำได้เพียงแค่ยื้อเวลาที่ได้สัมผัสใกล้ชิดด้วยการก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ตอนที่โดนถามว่าทำไมไม่เดินเร็วกว่านี้ก็โกหกไปว่ากลัวจะทำให้แผลที่ข้อเท้าของอีกฝ่ายเจ็บ แต่เหมือนว่าเวลาจะไม่สามารถถูกดึงให้ยาวออกไปได้มากกว่านี้แล้วเมื่อมาสิ้นสุดลงที่บานประตูไม้หน้าห้องหัวหน้ารีไวล์
 
คนตัวเล็กโน้มตัวเอื้อมมือมาเปิดประตูห้อง ทำให้มีโอกาสที่ใบหน้าได้เฉียดมาใกล้กัน แอบหันไปมองหน้าด้านข้างที่เจ้าของสนใจบานประตูจนไม่ทันได้ระวังระยะห่าง นึกอยากจะสัมผัสความหอมนุ่มที่ข้างแก้ม แต่กลับเป็นเสียงเย็นๆ ที่ออกคำสั่งให้เขาเดินเข้าไปในห้องแทน
 
 
เอเลนย่อตัวลงให้คนขาเจ็บได้หย่อนตัวนั่งลงที่ข้างเตียงได้พอดี เมื่อหัวหน้ารีไวล์ปลอดภัยอยู่บนเตียงแล้วเขาจึงเปลี่ยนเป็นนั่งชันเข่าอยู่บนพื้นขณะที่มองดูอีกคนถอดรองเท้าบูทออก เท้าข้างซ้ายดูเหมือนจะไม่เป็นปัญหา แต่เท้าอีกข้างที่บาดเจ็บเมื่อถอดบูทออกมาแล้วบวมเป่ง และแดงก่ำจนน่ากลัว กระดูกที่แตกเริ่มอักเสบให้เห็นแล้วแม้จะเพียงเวลาแค่นิดเดียว
 
 
“ขอโทษครับ…”
 
ยังคงไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตาคนที่เสี่ยงชีวิตช่วยเหลือเขา ความรู้สึกผิดเริ่มก่อตัวขึ้นเหมือนครั้งที่ได้รู้ว่ามีคนยอมพุ่งเข้าหาความตายยินดีแลกชีวิตตัวเองกับชีวิตของเขา นอกจากนายทหารในหน่วยสำรวจยังเป็นหัวหน้ารีไวล์ ครั้งนี้ที่ข้อเท้าแล้วถ้าหากมีครั้งต่อไป
 
 
“หยุดโทษตัวเองได้แล้ว ถ้าแกยังไม่เลิกโทษตัวเองครั้งหน้าชั้นจะปล่อยให้แกตาย”
 
 
 
 
 
 
 
“ครับ”
 
 
เป็นคำตอบรับสั้นๆ จากเด็กเหลือขอที่เขาไม่รู้ว่ามันหมายถึงจะเลิกโทษตัวเอง หรือจะยอมถูกเขาปล่อยให้ตาย แต่หลังจากคำตอบรับของเอเลนแล้วห้องทั้งห้องก็เงียบลงอีกครั้ง และเหมือนกับเด็กที่ยังนั่งคุกเข่าสำนึกผิดอยู่ตรงหน้าเขาจะยังไม่เลิกขอโทษซ้ำซาก เมื่ออยู่ๆ ก็ยื่นมือออกมาแตะที่ข้อเท้าเขาอย่างเบาแรงถึงแม้จะสะดุ้งแต่ก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บ
 
 
“หัวหน้าเจ็บมากมั้ยครับ”
 
 
“…ไม่”
 
 
เป็นครั้งแรกตั้งแต่เข้ามาในห้องพักที่เอเลนเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ยากจะปฏิเสธความคิดว่าแววตาที่มองมานั้นยังเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เหมือนกับกำลังบอกว่าถ้าแลกกันได้ก็ยินดีจะเจ็บแทนเขา ไม่ใช่เรื่องเลย หน้าที่ของเขาคือต้องควบคุมดูแลการฝึกให้เด็กที่เป็นความหวังของมนุษยชาติฝึกสำเร็จ และกลายเป็นกำลังที่สำคัญของหน่วยสำรวจ เอเลนจะต้องปลอดภัยตลอดการฝึก และจะต้องฝึกสำเร็จไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม
 
“เลิกทำหน้าแบบนี้ได้แล้ว”
 
ยื่นมือออกไปปิดหน้าหงอยๆ ของเด็กไม่รู้จักโต ใช้มือปิดบังดวงตาสีเขียวที่ไม่รู้ว่าจะจ้องหน้าเขาไปอีกถึงเมื่อไหร่ เผื่อว่าความมืดจากฝ่ามือเขาจะช่วยทำให้เด็กนี่สงบสติอารมณ์ได้บ้าง
 
“ชั้นแค่บาดเจ็บที่ข้อเท้า ไม่ได้ตายจากแกไปซะหน่อย”
 
 
คิดเสียว่าเป็นการปลอบให้เด็กเหลือขอเลิกโทษตัวเองก็คงจะไม่เป็นอะไร ถ้าหากเขาจะก้มตัวลงไปใกล้กับศีรษะที่มีผมยุ่งเหยิงแล้วกดจูบลงเบาๆ โชคดีที่ปิดหน้าของเอเลนเอาไว้ก่อนจึงไม่ต้องกลัวจะถูกมองเห็นว่าเขากำลังทำหน้ายังไง หรือจะมองเห็นว่าเอเลนกำลังทำหน้าแบบไหน จูบที่กดลงบนเรือนผมอยู่เนิ่นนานจนคนที่เกร็งศีรษะในทีแรกด้วยความตกใจเริ่มผ่อนลงน่าจะเพียงพอให้เด็กนี่เลิกงอแงกับการรู้สึกผิด
 
“สิ่งที่แกต้องกังวลคือตั้งใจฝึกให้สำเร็จ เข้าใจมั้ย”
 
ยังคงกดจูบลงบนเรือนผมอยู่ซ้ำๆ ขณะที่เริ่มไล่ต่ำลงมาบริเวณหน้าผาก ประทับริมฝีปาก และปลายจมูกที่หน้าผากกว้างอยู่เนิ่นนานเมื่อฝ่ามืออีกข้างเริ่มจะเกลี่ยปลายผมที่ลงมาปรกให้เปิดขึ้นไป จากเพียงแค่อยากจะปลอบแต่กลับกลายเป็นความเอ็นดูให้อยากจะมอบสัมผัสจนกว่าจะพอใจ รีไวล์เริ่มไล่จูบลงมาจนถึงหว่างคิ้ว กดปลายคางลงที่ปลายจมูกของอีกฝ่ายตอนที่ไม่รู้ตัวว่ามือที่ปิดหน้าของอีกคนอยู่นั้นถูกเจ้าตัวจับให้เลื่อนออกไปกุมมือกันไว้แทน
 
ไม่รู้ตอนไหนที่กลายเป็นว่าใบหน้าอยู่ชิดจนสายตามาประสานกันอีกครั้ง และจากที่เขาเป็นฝ่ายเริ่มจูบเพื่อปลอบประโลมก่อนนั้นจะกลายเป็นเขาถูกจูบกลับด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไป
 
 
…ไอ้เด็กเหลือขอนี่…
 
 
ทั้งใบหน้าถูกครอบครองด้วยปลายจมูก และริมฝีปากของเด็กที่เหมือนกับจะโดนปลอบจนได้ใจ ทั้งหน้าผากของเขา ดวงตา ปลายจมูก หรือแม้แต่แก้มทั้งสองข้างก็กำลังถูกอีกฝ่ายสัมผัสด้วยริมฝีปากอย่างไม่รู้พอ อะไรที่ทำให้เขายอมถูกจูบไม่พอยังไม่ยอมที่จะหยุดสัมผัสใบหน้าอีกฝ่ายที่อยู่ใกล้ด้วยการจูบกลับในหลายครั้งที่เริ่มมีเสียงหอบหายใจปะปนอยู่ในความเงียบ
 
มือข้างหนึ่งถูกดึงไปวางทาบไว้ที่แผ่นอกของเด็กถือดีขณะที่รู้สึกว่าเอเลนเริ่มยันตัวขึ้นมาเบียดชิดเขามากขึ้น จังหวะการเต้นของหัวใจในแผ่นอกที่ฝ่ามือของเขาสัมผัสอยู่รัวดังไม่ต่างกัน เหมือนกับในป่าต้นไม้ยักษ์ตอนที่ริมฝีปากของเขาถูกสัมผัสเป็นครั้งแรก
 
 
…เขาเตะมันตอนนี้ได้มั้ย…
 
 
ท้ายทอยถูกฝ่ามืออีกข้างบังคับไม่ให้หันหนี และยังลูบปลายผมเขาอยู่ซ้ำไปมา ใบหน้าของเด็กที่ยังทำหน้ารู้สึกผิดก่อนหน้านี้หายไปแล้ว เขาคงปลอบมันเกินไปจนได้ใจ ใบหน้านั้นถึงเข้ามาใกล้อีกครั้ง และจูบลงบนริมฝีปาก
 
เป็นอีกครั้งที่ริมฝีปากสัมผัสโดนกันแต่กลับไม่ได้บดเบียดรีบร้อนเหมือนครั้งแรก สัมผัสแผ่วเบาที่ค่อยๆ ประทับลงมาอย่างช้าๆ ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายมากกว่าที่จะรู้สึกวาบหวามเหมือนตอนที่ถูกชักนำให้ขยับตามหรือเผยอออกรับสัมผัสภายใน
 
ไม่มีการรุกร้ำหรือบดเบียดให้หอบหายใจแรงขณะที่ริมฝีปากของเขาถูกกดสัมผัสลงอย่างแผ่วเบาซ้ำๆ ไม่กล้าจะลืมตาขึ้นมองหน้าของเด็กถือดีที่จูบเขาเป็นครั้งที่สอง แต่ถึงอย่างนั้นดูเหมือนร่างกายจะขยับไปเองเมื่อมืออีกข้างของเขาเริ่มเลื่อนไปโอบรอบแผ่นหลัง และรั้งตัวของคนที่กำลังจูบเขาให้ใกล้เข้ามาแนบชิดมากขึ้น จนกระทั่งแผ่นอกก็สัมผัสโดนกันแล้ว และร่างของเขากำลังถูกผลักให้นอนลงบนเตียง
 
 
 
จูบแผ่วเบายังตามมาไม่ห่างแม้ว่าร่างของเขาจะถูกคร่อมทับด้วยร่างที่ผอมบางแต่สูงใหญ่กว่า สองแขนยกขึ้นวางคร่อมไว้ด้านข้าง และปลายนิ้วก็ยังเกลี่ยผมเขาไปมาขณะที่ริมฝีปากยังคงมอบสัมผัสนุ่มนวลให้ทุกครั้งที่ลมหายใจเป่ารดกัน
 
หลายครั้งที่เหมือนริมฝีปากจะคล้ายเคลื่อนต่ำลงไปที่ปลายคางวนเวียนอยู่ใกล้กับลำคอ แต่เพียงครู่เดียวก็กลับขึ้นมาจูบซ้ำที่ริมฝีปากอีก นานกว่าที่เอเลนจะผละริมฝีปากออก และเปลี่ยนเป็นไล่จูบไปตามข้างแก้ม ฝังจมูกลงมาให้รู้สึกจักจี้ในหลายครั้งที่เหมือนเอเลนจะไม่ได้ทำแค่หอม
 
 
“หัวหน้ารีบหายเร็วๆ แล้วมาฝึกผมต่อนะครับ”
 
เสียงนั้นกระซิบเบาๆ ให้ได้ยิน แล้วเหมือนเด็กถือดีจะตั้งใจกดจูบหนักๆ ลงบนใบหู แล้วรีบลุกขึ้นยืน ขยับถอยห่างคล้ายกับจะรู้ทันว่าเขาเตรียมพร้อมจะกระแทกเข่าข้างที่ขายังดีอยู่ใส่มัน
 
 
“ชั้นหายเร็วก่อนจะได้ทำโทษแกแน่”
 
 
 
 

– T B C –

 
 

x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x

 
ระเบิดตัวตายค่ะ >/////////< เขียนเองฟินเองตายยยยยย
 
หัวหน้าบ้าที่สุดเลยเป็นคนเริ่มแล้วก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้
แล้วทำไมถึงได้จูบกันไม่ยอมเลิกหละคะ!!?
 
ฮือออฟินค่ะฟิน เป็นตอนที่เขียนยากแต่ก็ฟินสุดดดด T//////T
ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้านะคะ จะรีบมาต่อเร็วๆ ค่ะ ขอโทษที่มาต่อช้าทุกทีเลยค่ะ

2 comments

  1. มาอ่านรวดเดียวแล้วตัวจะแตกตาย
    ชอบมากเลยค่ะ ยิ่งตอนนี้ยิ่งเขิน เอเลนนี่หน้าใสใจเสือเอาแต่ฉวยโอกาสจริงๆ
    ได้ทีเอาใหญ่เลย U////U เฮย์โจอย่าให้เด็กได้ใจเกินไปนะคะ เดี๋ยวจะเลี้ยงยาก 555555
    อยากอ่านตอนต่อไปมากค่ะ จะรออ่านนะคะะ ><

    Like

  2. อร๊ายยย..ฟินไปแล้วววนะ เฮย์โจวอ่าาาซึนไปไหนค่ะ
    นี่ก้อฉวยโอกาสจัง…ฮ่าๆ
    ต่อนะค่ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อ่านซ้ำกี่รอบก้อฟิน แต่อยากอ่านตอนต่อไปจบใจจะขาดแล้วง่าาา
    สู้ๆนะค่ะไรท์ ><

    Like

Thank you for your comment ♥

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s