[Fic Attack on Titan] Uncontrollable #7 (Eren x Levi)


Title: Uncontrollable
Chapter 7 : การเดิมพัน
Author: Yaoyuay
Fandom: Attack on Titan
Pairing: Eren Yeager x Levi
Rating: PG-13
Warning: Yaoi
 
 
 
 
ประตูห้องหัวหน้าหน่วยสำรวจเปิดแง้มออกยังไม่ทันสุด เมื่อพอจะเห็นเพียงส่วนหนึ่งผ่านช่องว่างของประตูคือคนที่ทำให้เขาต้องรออยู่กับความร้อนรน ที่ทำได้เพียงแต่ระบายลมหายใจเข้าใออกแรงๆ ขณะที่เวลาในห้องสี่เหลี่ยมนี้เดินช้าเหลือเกิน เผลอโผลงคำพูดออกไปแบบไม่ใช่นิสัยปกติของเขา ไม่แปลกที่ผู้มาเยือนจะทำได้เพียงแค่เบิกตาแล้วยืนค้างอยู่หน้าประตูครู่หนึ่ง
 
 
“ช้าจริง!”
 
 
รีไวล์เด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้ทันทีที่ประตูห้องเปิดออกพร้อมผู้มาเยือนคนสุดท้ายของการประชุม ฮันซี่ยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงบานประตู ความตกใจทำให้เธอได้เพียงแต่ยืนเฉย นายแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เห็นเพื่อนทหารคนนี้ตวาดเสียงด้วยสีหน้าที่ร้อนรน
 
 
“ใจเย็นๆ แล้วนั่งลงก่อนรีไวล์”
 
เอลวินหันมาปราม เอื้อมมือมาบีบไหล่คนที่นั่งไม่ติดตั้งแต่เมื่อครู่ให้นั่งลงที่เดิม ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้ฮันซี่เดินเข้ามาด้านใน
 
 
ฝ่ามือใหญ่ที่เอื้อมมาสัมผัสนั้นเองที่ทำให้เขายอมนั่ง และค่อยๆ สงบลง เป็นเพราะเขาเองที่ไม่สงบหรือเพราะเพื่อนทหารทั้งสองใจเย็นเกินไปถึงได้รู้สึกว่าความร้อนรนในใจที่ต้องการบอกเล่าผลการฝึกในวันนี้ถึงไม่สามารถจะทนได้อีกแม้แต่นาทีเดียว หากช้ากว่านี้สิ่งที่พวกเขาไม่อยากให้เกิดขึ้นที่สุดจะต้องเกิดขึ้น และพวกเขาก็ไม่มีทางที่จะแก้ไขใดๆ ได้เลย
 
 
“หาไม่ได้ง่ายๆ เลยนะจะเห็นนายร้อนรนเนี่ยรีไวล์ เกิดอะไรขึ้นกับการฝึกของเอเลนงั้นเหรอ”
 
 
หัวหน้าทหารผ่อนลมหายใจพลางควบคุมสติ ผ่านมานานเสียจนลืมเลือนความร้อนรนที่เคยสุมในอกก่อนหน้าจะเข้ามายังหน่วยสำรวจ เรื่องราวที่ผ่านมาในอดีตได้ขัดเกลาความร้อนรนเปลี่ยนเป็นความสุขุมเยือกเย็น ที่เขาต้องนำมันกลับมาใช้หาทางจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นในการฝึกวันนี้
 
“เอเลนสูญเสียการควบคุมตัว”
 
 
ปากกาในมือของผู้บังคับหมู่หล่นกระทบพื้นโต๊ะไม้เบาๆ เป็นเพียงเสียงเดียวที่เกิดขึ้น หลังจากที่รีไวล์ได้บอกสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้กับทั้งสองคน ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเป็นตายของเอเลน ทุกคนรับรู้ว่าโอกาสของเอเลนไม่มีเหลืออีกแล้วสำหรับการอาละวาด
 
“ระหว่างที่แปลงเป็นไททัน แล้วฆ่าไททันจำนวนมาก อยู่ๆ เด็กนั่นก็เหมือนขาดสติไป”
 
รีไวล์ขยายความต่อ หลังจากที่เริ่มต้นเล่าจากไคลแมกซ์ของเหตุการณ์ การบอกเล่าข้อมูลอย่างละเอียดเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการวิเคราะห์ ดังนั้นการเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นสิ่งที่ควรทำที่สุดในตอนนี้
 
รีไวล์เริ่มต้นเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในการฝึกวันนี้อย่างละเอียดทั้งหมด ซึ่งแน่นอนรายงานการฝึกที่ส่งให้กับทางราชสำนักเขาตัดสินใจเองแล้วว่าบางส่วนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่ถูกเขียนลงไปในรายงาน โดยเฉพาะช่วงที่เอเลนเอาแต่ออกวิ่งโดยไม่ได้ยินเสียงเรียกของเขา
 
“ปัญหาเกิดขึ้นจากการแปลงเป็นไททันครั้งที่สอง เด็กนั่นฆ่าไททันเป็นจำนวนมาก แล้วหลังจากนั้นก็เหมือนเสียการควบคุมตัวไป”
 
 
“แต่เอเลนไม่ได้ทำร้ายนายที่เข้าไปดึงออกมาจากร่างไททันใช่มั้ย”
 
ฮันซี่เริ่มตั้งคำถามขณะวิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้น ทหารหญิงผู้คลั่งไคล้ไททันดูสุขุมกว่าที่เคย ทั้งที่ปกติแล้วแค่เพียงมีใครก็ตามพูดถึงไททันเพียงแค่เอ่ยชื่อเรียก ผู้บังคับหมู่หญิงก็แทบกระโจนใส่ด้วยสีหน้าและแววตาที่แสดงออกถึงความกระหายใคร่รู้อย่างเปิดเผยในทันที
 
แต่ครั้งนี้กลับต่างออกไป เหตุการณ์และข้อมูลทั้งหมดที่ถูกบอกเล่าผ่านหัวหน้าทหารผู้ควบคุมการฝึกถูกจดบันทึกไว้ทั้งหมด มือข้างที่จับปากกาอยู่กำแน่นคล้ายกับกลัวจะเผลอทำหลุดมืออีก
 
 
“ใช่ เด็กนั่นเอาแต่วิ่งโดยที่ไม่สนใจรอบตัวเลย แม้แต่ตอนที่ชั้นใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่สามมิติพุ่งเข้าไปดึงตัวออกมา ก็ไม่มีทีท่าจะป้องกันส่วนท้ายทอย เหมือนกับว่าสนใจแต่จะฆ่าพวกไททัน”
 
 
“ไม่เหมือนกับการอาละวาดครั้งก่อนๆ สินะ”
 
ฮันซี่วางปากกาลง ยกสองมือประสานกันที่อก เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ขณะที่เริ่มต้นใช้ความคิดในการวิเคราะห์อีกครั้ง ระหว่างที่สมองเริ่มต้นลำดับเหตุการณ์ และหาข้อแตกต่างจนได้เป็นข้อสรุปของตัวเอง
 
“อาจไม่เรียกว่าเป็นการสูญเสียการควบคุมตัวจนทำให้อาละวาด เพียงแต่เอเลนสูญเสียความเป็นตัวเองไป”
 
 
เอลวินขยับตัวหลังจากที่รับข้อมูลทั้งหมดแล้ว สองมือประสานกันท้าวอยู่ที่คางระหว่างเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเข้าด้วยกัน
 
“ก่อนนี้เราสันนิษฐานกันว่าสาเหตุที่เอเลนอาละวาดจนทำร้ายคนอื่นมาจากความเหนื่อยล้า และความกลัว แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะด้วยปัจจัยที่ต่างออกไป และเอเลนก็ไม่ได้อาละวาดในทันที”
 
 
ห้องสี่เหลี่ยมเงียบลงอีกครั้งเมื่อทุกคนกลับไปอยู่ในภวังค์ของความคิด ในการนึกหาสาเหตุที่อาจเป็นไปได้จากข้อสันนิษฐานของเอลวิน ปัจจัยที่ทำให้เสียการควบคุมตัวของเอเลนนอกจากความเหนื่อยล้าของร่างกายที่เป็นเหตุให้ทำร้ายมิคาสะ หรือแม้แต่ความกลัวที่ทำให้เกิดการอาละวาดก่อนหน้านี้
 
 
“ความแค้นในอดีต…”
 
คนที่มีข้อมูลจากการค้นคว้ามากสุดเอ่ยขึ้น ฮันซี่เปิดเอกสารที่ถือติดตัวมาอย่างรวดเร็ว ระดาษรายงานถูกคลี่ม้วนออก และกวาดสายตาเพียแค่มองผ่านเพื่อมองหาข้อมูลที่ช่วยสนับสนุนสมมติฐานของเธอ และในที่สุดก็เหมือนจะเจอข้อมูลที่กำลังหา รายงานประวัติของเอเลนจากเขตชิกันชินะ
 
“เอเลนมาจาก เขตที่โดนพวกไททันบุกทำลาย และแม่ของเอเลนก็โดนไททันฆ่าตายในเหตุการณ์ครั้งนั้น”
 
ข้อมูลที่พวกเขารู้กันดี แต่กลับกลายเป็นเรื่องที่ถูกมองข้ามไป ความโศกเศร้าเสียใจที่แปรเปลี่ยนเป็นความเคียดแค้นฝังแน่นลึกในจิตใจ ความแค้นที่แม้แต่ความตายของสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์ที่ฆ่าชีวิตของผู้เป็นที่รักก็ไม่เพียงพอ ไม่อาจนำลมหายใจกลับคืนสู่ร่างที่ถูกพวกมันฉีกขาดออกจากกันได้
 
 
“การแก้แค้นสินะ”
 
เอลวินยังประสานสองมือไว้ที่คาง ดวงตาหรี่ลงเหมือนกับทุกครั้งที่ต้องใช้ความคิด ใบหน้าสุขุมนั้นไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ระหว่างที่ความเงียบยังคงดำเนินต่อไปในห้องนี้
 
 
“ยังไงนี่ก็เป็นแค่สมมติฐานของชั้นเท่านั้นหล่ะนะ เรื่องการแปลงร่างของเอเลนเหมือนเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนเกินไปกว่าที่จะเขียนระบุเป็นทฤษฎีได้ เพราะฉะนั้นเรื่องปัจจัยแทรกซ้อนที่ทำให้เกิดการสูญเสียความเป็นตัวเอง หรือการอาละวาดน่ะ ยังไงพวกเราก็ทำได้แต่เพียงคาดเดา”
 
 
“เราต้องพิสูจน์ ถ้าจะให้การฝึกของเอเลนสำเร็จ”
 
รีไวล์พูดขึ้นหลังจากเงียบอยู่นาน จริงอย่งที่ฮันซี่บอกสิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้ก็เพียงแค่คาดเดาสาเหตุของการสูญเสียความเป็นตัวเองเท่านั้น หากยังไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงก็ได้เพียงแต่คาดเดากันต่อไป
 
“ความจริงพวกเราก็แบกรับมันไว้แต่แรกอยู่แล้ว ตั้งแต่ที่ตัดสินใจฝึกให้เอเลนควบคุมตัวเอง ยังไงก็ต้องมีสักครั้งหรือสองครั้งที่เอเลนจะต้องอาละวาดขึ้นมา แต่สิ่งที่ต้องทำคือสาเหตุที่เป็นปัจจัยของการอาละวาดให้พบ แล้วหาทางฝึกให้เอเลนควบคุมมันให้ได้”
 
 
“นายคิดจะทำแบบเดิมอีกใช่มั้ยรีไวล์”
 
เอลวินมักจะอ่านความคิดของลูกน้องในปกครองได้เสมอ หรือนี่จะเป็นสิ่งที่ควรมีของหัวหน้าทหาร
 
 
“ชั้นจะให้เอเลนฆ่าไททันอีก ฆ่าให้มากเท่าที่ร่างไททันของเด็กนั่นจะรับไหว ถ้าเลือดของพวกไททันจะทำให้สูญเสียความเป็นตัวเองจนถึงขั้นอาละวาดได้ ชั้นจะดึงเด็กนั่นออกมาจากหลังคอเรื่อยๆ จนกว่ามันจะควบคุมตัวเองได้”
 
 
ไม่มีคำคัดค้านจากเพื่อนทหารอีกสองคน ทั้งหมดรู้ดีว่าการฝึกครั้งนี้คือการแบกรับความเสี่ยง และอันตรายจากการแปลงเป็นไททันของเอเลน ความเมตตาจากทางราชสำนักมีให้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น การใช้พลังของเอเลนเพื่อมนุษยชาติต่อสู้กับพวกไททัน ยังคงเป็นเรื่องที่ทางเบื้องต้นไม่เห็นด้วยทั้งหมด นอกจากร่างมุษย์แล้ว สายเลือดอีกเผ่าพันธุ์หนึ่งของเอเลนก็คือศัตรูของมนุษย์ในร่างไททัน
 
 
“แล้วรายงานในวันนี้นายจะเอายังไง”
 
ในที่สุดฮันซี่ก็ถามถึงเรื่องที่เขาคิดมาตลอดระหว่างทางควบม้ากลับเข้าเมือง หรือแม้แต่ตอนที่อยู่ๆ เด็กนั่นก็วิ่งกระหืดกระหอบตามมาขอนอนที่ห้อง ถึงแม้ครั้งนี้จะไม่ใช่การอาละวาด เป็นเพียงการสูญเสียความเป็นตัวเองแบบที่ฮันซี่เรียก แต่ไม่ว่ายังไงทางราชสำนักต้องถือว่านั่นคือการสูญเสียการควบคุมตัวนำไปสู่การอาละวาดได้
 
แต่ถึงอย่างนั้นยังไม่มีใครรู้นอกจากพวกเขาสามคนในห้องนี้ หรือแม้แต่ตัวของเอเลนเองก็ตาม และที่สำคัญราชสำนักยังไม่รู้
 
 
 
 
 
 
“นายพร้อมที่จะเสี่ยงไหมหล่ะ?”
 
 
คำพูดของฮันซี่ดังสะท้อนก้องในความคิดตลอดเวลาที่ลงมือเขียนรายงานการฝึกเมื่อคืน หรือแม้แต่ตอนที่ควบม้าเข้ามาในเมืองเพื่อส่งรายงาน ม้วนรายงานถูกเขียนบอกเล่าผลการฝึกที่ไม่ครบถ้วนทั้งหมดถืออยู่ในมือข้างซ้าย ขณะที่รีไวล์ยืนรอให้ทหารยามเดินกลับมาเรียกเขาเข้าพบเพื่อรายงานผลการฝึกแก่ราชสำนัก
 
…ไม่ได้บิดเบือนความจริง
เพียงแต่บอกเล่าเหตุการณ์ที่ไม่ครบถ้วน…

 
 
นั่นคือการแบกรับความเสี่ยงอย่างที่ฮันซี่ถามเขาเมื่อเย็นวันก่อน ความผิดขอนายทหารที่รายงานความเท็จ หากทางราชสำนักรู้ความจริง โทษคือการประหารชีวิต ไม่มีความเมตตาต่อนายทหารที่ไม่ซื่อสัตย์แก่ผู้อยู่เบื้องต้น แต่หากสิ่งที่เขาคิดคือความถูกต้อง และเขาเชื่อในความถูกต้องนั้น การฝึกของเอเลนจะต้องสำเร็จ เด็กนั่นจะสามารถเป็นกองกำลังที่ดีให้กับหน่วยสำรวจ และจะเป็นความหวังของมนุษยชาติในการนำอิสระภาพกลับคืนมา
 
 
ประตูห้องถูกเปิดออกอีกครั้งโดยนายทหารยาม คำอนุญาตให้เข้าพบคือการที่ประตูห้องถูกเปิดให้กว้างขึ้น และนายทหารยามเดินกลับเข้าไป โต๊ะทำงานของนายทหารสูงสุดผู้ส่งสาส์นจากราชสำนัก และรับรายงานจากเหล่าทหารเพื่อรายงานแก่เบื้องบนตั้งอยู่ด้านในสุด ติดหน้าต่างของห้องที่กว้างเกินสำหรับเป็นห้องของคนเพียงคนเดียว
 
 
รีไวล์เดินเข้าไปด้านใน หยุดยืนทำความเคารพในท่ามือขวาตบที่หัวใจตรงกลางห้อง นิ่งค้างในท่านั้นจนกระทั่งผู้เป็นเจ้าของห้องบอกให้เขาทำตัวตามสบาย เก้าอี้มีอยู่หนึ่งตัวที่อีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะตรงข้ามกับที่นายทหารผู้นั้นนั่งอยู่ แต่รีไวล์ไม่ได้รับอนุญาตให้นั่ง เขาทำได้เพียงแค่เดินเข้าไปยืนอยู่ห่างจากเก้าอี้พอประมาณ และรอฝั่งคำสั่งต่อไป
 
 
“การฝึกเป็นยังไงบ้างหล่ะหัวหน้าหน่วยไวล์”
 
นายทหารที่นั่งอยู่อีกฝากของโต๊ะถามขึ้น ริมฝีปากที่เอ่ยถามนั้นคลี่ยิ้ม แต่ตาดวงตาภายใต้แว่นกรอบเหลี่ยมนั้นกลับไม่ยิ้มเหมือนอย่างที่สีหน้าแสดงออกมา
 
 
ไม่มีความเชื่อใจในหมู่ทหารผู้รับใช้ราชสำนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหน่วยสำรวจที่ยังไม่เคยสร้างผลงานหรือความสำเร็จในการค้นคว้าข้อมูลของพวกไททัน ยิ่งมีการสำรวจก็ยิ่งเสียทหารในหน่วย งบประมาณไม่เคยถูกหยิบยื่นให้ตั้งแต่ความล้มเหลวครั้งใหญ่ที่ผ่านมา โอกาสของเอเลนอาจเป็นความเมตตาสุดท้าย
 
“ค่อนข้างคืบหน้าบ้างแล้วครับ”
 
 
“ชั้นรอที่จะเห็นความหวังของมนุษยชาติเป็นกองกำลังที่สำคัญของหน่วยสำรวจแทบจะไม่ไหวแล้วหล่ะ”
 
 
ริมฝีปากคลี่ยิ้มมากกว่าเดิม แต่แววตานั้นยังคงเรียบเฉย มือข้างหนึ่งของนายทหารยื่นมาด้านหน้าให้รีไวล์ส่งม้วนกระดาษรายงานให้ ไม่ใช่ตอนนี้ที่รายงานจะถูกเปิดออกอ่าน แต่เป็นหลังจากที่รายงานนี้ถูกส่งให้กับทางราชสำนักเพื่อทราบผลการฝึกไปพร้อมกัน
 
 
รีไวล์ทำความเคารพในท่าตบอกด้านซ้ายอีกครั้งหลังจากได้ส่งมอบรายงาน แต่ก่อนที่จะได้หันหลังกลับออกจากห้องที่ใหญ่เกินไปนี้ กลับโดนหยุดไว้ด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบนั้นอีกครั้ง
 
 
“ชั้นจะรออ่านรายงานฉบับหน้านะ หัวหน้าหน่วยรีไวล์”
 
 
ไม่มีประโยคตอบรับจากนายทหารผู้ควบคุมการฝึกของมนุษย์ที่สามารถเป็นได้ทั้งความหวัง และความสิ้นหวังของมนุษยชาติ รีไวล์เพียงแค่ทำความเคารพอีกครั้งก่อนจะเดินออกไป
 
 
 
 
 
 
เขาได้เดิมพันไปแล้ว เดิมพันกับความเชื่อมั่นของตัวเขาเอง ตั้งแต่แรกที่รับเอเลนเข้าหน่วยสำรวจ ความมุ่งมั่นที่ถูกส่งผ่านรั้วเหล็กของกรงขังที่บอกว่าจะกำจัดไททันให้หมด ความเชื่อมั่นที่เขาได้บอกกับเด็กเหลือขอนั้นเอาไว้ว่ามันจะต้องทำได้ ความหวังของมนุษยชาติจะต้องนำอิสรภาพกลับมาสู่มนุษย์อีกครั้ง แต่หากผลออกมาตรงกันข้าม ตัวเขาต้องเป็นฝ่ายรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นทั้งหมด ไม่ใช่เอลวิน หรือฮันซี่ ตัวเขาจะต้องจัดการเรื่องทั้งหมดนี้ด้วยตัวเอง
 
 
ขณะที่ควบม้าออกมาด้านนอกกำแพง ตามเส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังป่าต้นไม้ยักษ์ เหล่าไททันที่อยู่ด้านนอกเริ่มเปิดฉากการโจมตีอีกครั้ง เมื่อพวกมันรู้ว่าสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์กำลังรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ของมัน ความหอมหวานของกลิ่นเนื้อตอนโดนฉีกออกเป็นตัวเร่งเร้าให้พวกมันกระโจนเข้าใส่นายทหารที่กำลังควบม้าผ่านเข้ามา
 
 
ลวดสลิงถูกยิงออกปักลงบนฝ่ามือใหญ่ยักษ์ ขณะที่รีไวล์พุ่งตัวไปตามแนวของลวดสลิงพร้อมกับฟันฝ่ามือที่พุ่งโจมตีนั้นขาดออกเป็นเศษเนื้อ ปลายฉมวกแหลมพุ่งไปปักอีกครั้งที่หัวไหล่พร้อมกับที่ม้วนตัวหลบมืออีกข้างที่ตะปบมา ใส่แรงผ่านแขนขวาข้างที่กำใบมีดดาบเฉือนเนื้อตรงท้ายทอยออกส่งผลให้ร่างใหญ่ยักษ์ที่เขายืนเยียบอยู่นั้นล้มลงในทันที ร่างของสิ่งมีชีวิตที่กินเนื้อมนุษย์เพื่อความสนุกไม่ใช่อิ่มท้องค่อยๆ สลายกลายเป็นไอความร้อน ขณะที่พวกมันตัวอื่นๆ เริ่มพุ่งเข้ามาโจมตี
 
 
ไม่ใช่เรื่องลำบากในการฆ่าพวกมันทีละตัวโดยไม่ต้องเปลี่ยนใบมีด แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อพวกไททันทั้งหมดกว่าสิบตัวล้มลง และสลายเป็นไอ ใบมีดดาบทั้งสองข้างก็คล้ายกับจะบิ่นออกจนทื่อลง รีไวล์ปลดใบมีดดาบทิ้งก่อนจะผิวปากเป็นเสียงแหลมสูงเพื่อเรียกม้าคู่กายที่เขาปล่อยให้วิ่งหนีไประหว่างที่ต่อสู้กับพวกไททันให้กลับมา ความคิดที่จมปลักอยู่กับความกังวลเรื่องของเอเลนทำให้เขาลืมเบิกใบมีดมาสำรองไว้ที่ช่องเสียบ โชคดีที่แก๊สยังเหลืออยู่เต็ม ต่อให้ใบมีดเหลือเพียงแค่สองใบอาจไม่เป็นปัญหาสำหรับการฝึกในวันนี้
 
 
ควบม้าต่อไปอีกไม่ไกลเมื่อถึงทางเข้าป่าต้นไม้ยักษ์ เสียงคำรามที่คุ้นหูดังกึกก้องให้ได้ยินเหมือนทุกครั้งที่ร่างไททันของเอเลนต่อสู้ การฝึกในวันนี้เขาให้เอเลนออกมาที่นอกกำลังก่อนระหว่างที่เขาเข้าไปในเมืองเพื่อส่งรายงานการฝึก จุดนัดหมายคือป่าต้นไม้ยักษ์ หากระหว่างทางถูกโจมตีจากพวกไททัน และเลี่ยงไม่ได้หากต้องต่อสู้อนุญาตให้สามารถแปลงเป็นทันไทได้ทันทีหากอุปกรณ์เคลื่อนที่สามมิติเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับมือได้
 
 
ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้วที่เกิดการต่อสู้ขึ้น แต่จากไอความร้อนที่พุ่งสูงบริเวณรอบๆ หรือกระทั่งอวัยวะบางส่วนของร่างไททันเอเลนที่ขาดออกระหว่างที่กำลังฟื้นฟูตัวเอง ความตั้งใจในการฝึกวันนี้คือเขาจะให้เอเลนต่อสู้ให้มากที่สุดจนกว่าร่างไททันนั้นจะหมดแรง สูญเสียความเป็นตัวเอง หรือเลวร้ายที่สุดคืออาละวาด ใบมีดที่เหลืออยู่เพียงสองใบในช่องเก็บใบมีดของเขามีไว้สำหรับดึงตัวเอเลนออกมาจากท้ายทอยเท่านั้น ไม่ใช่สำหรับการช่วยเหลือระหว่างต่อสู้
 
 
ใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่สามมิติพุ่งตัวไปตามแนวต้นไม้ใหญ่มุ่งหน้าไปตามที่มาของเสียงคำราม รีไวล์เคลื่อนที่อยู่สูงกว่าพื้นราบไม่ต่ำกว่าสิบห้าเมตรขณะที่สังเกตการณ์ร่องรอยการต่อสู้ที่เกิดขึ้นอยู่เบื้องล่าง ในที่สุดก็พบรอยคราบเลือดที่ยังระเหยไม่หมดตามลำต้นไม้ และโพรงหญ้า เอเลนฆ่าไททันไปจำนวนมากก่อนที่เขาจะมาถึง สิ่งเดียวที่ภาวนาไม่ให้เกิดขึ้นคือร่างไททันที่สูงกว่าสิบห้าเมตรเบื้องหน้านั้นยังเป็นเด็กหนุ่มในหน่วยของเขา
 
 
“เอเลน!!”
 
ส่งเสียตะโกนเรียกชื่อของคนที่ฝังร่างอยู่ในสิ่งมีชีวิตร่างยักษ์นั้น หวังให้ร่างสูงใหญ่นั้นหันมาตามเสียงเรียกก่อนที่เขาจะต้องติดใบมีดเข้ากับด้ามดาบเพื่อดึงร่างมนุษย์ออกมา
 
เสียงคำรามที่ต่างจากปกติดังก้องให้ได้ยินพร้อมกับที่สิ่งมีชีวิตเจ้าของเสียงคำรามวิ่งตรงมา ไม่มีทางรู้ว่าการพุ่งเข้าหน้านั้นคือการเปิดฉากโจมตีเนื่องจากร่างนี้ได้สูญเสียความเป็นมนุษย์ไปแล้ว หรือแท้จริงร่างนั้นเพียงแค่เห็นไททันตัวอื่นด้านหลังเขา รีไวล์รีบพุ่งตัวขึ้นไปบนกิ่งไม้ที่อยู่สูงขึ้นไปให้พ้นจากวงโจมตีของร่างกายที่สูงกว่าสิบห้าเมตร
 
 
ไม่มีฝ่ามือใหญ่ยักษ์ที่ตะปบมา หรือแม้แต่กำปั้นนั้นจะชกต้นไม้เพื่อเขาให้พลัดหล่นลง ร่างไททันของเอเลนวิ่งมาคุกเข่านั่งเรียบร้อยที่โคนต้นไม้ เงยหน้าส่งสายตาจ้องมองมายังเขาที่อยู่ด้านบน จะเรียกว่าน่าเอ็นดูก็ออกจะยังห่างไกลเกินไป สิ่งที่ทำให้โล่งอกจนพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ได้ คือเด็กนี่ยังไม่สูญเสียความเป็นตัวเอง
 
 
ใช้ลวดสลิงนำไปก่อนที่รีไวล์จะหย่อนตัวลงด้านล่าง ระหว่างที่ไททันเอเลนมองตามด้วยดวงตาที่เหมือนมีความหวังอะไรบางอย่าง เป็นอะไรของมัน จะว่าดูเชื่องผิดปกติก็คงได้
 
“มาถึงนานหรือยัง”
 
การสื่อสารกับร่างไททันของเอเลนเริ่มเป็นปัญหาอีกครั้งให้เขาต้องตั้งคำถามที่ตอบได้เพียงแค่ใช่หรือไม่ใช่ด้วยการใช้ศีรษะพยักหน้า หรือส่ายแรงๆ
 
เอเลนร่างไททันส่ายหน้ารัว นั่นน่าจะแปลว่ายังไม่นาน
 
 
“ฆ่าไททันไปเยอะหรือยัง”
 
เอเลนร่างไททันพยักหน้า คงจะฆ่าไททันไปเยอะแล้วก่อนเขาจะมาที่นี่
 
 
“ตอนนี้แกรู้สึกยังไง”
 
เอเลนร่างไททันคร่างต่ำ ความผิดเขาใช่ไหมที่ถามแบบให้ตอบแบบขยายความ
 
 
“ดีหรือไม่ดี พยักหน้าหรือส่ายหน้ามา!”
 
ขึ้นเสียงดังกลบเกลื่อนแก้อาการเสียหน้าที่เผลอถามแบบที่ไททันเอเลนไม่สามารถตอบได้ แต่เมื่อร่างไททันเอเลนพยักหน้ารัวๆ ก็เป็นการจบบทสนทนา
 
“เอาหล่ะ ไปกันต่อยังไม่หมดแรงใช่มั้ย”
 
 
เอเลนในร่างไททันพยักหน้ารัวก่อนที่เขาจะพุ่งร่างขึ้นไปบนต้นไม้อีกครั้ง การต่อสู้เริ่มเปิดฉากอีกครั้งเมื่อร่างไททันของเอเลนออกวิ่งการโจมตีเกิดขึ้นแทบจะในทันทีที่พุ่งตัวพ้นพุ่มไม้หนาออกไป แต่เพียงแค่เอเลถีบขา ร่างไททันที่เล็กกว่าก็กระเด็นออกไป หรือเพียงแค่เหวี่ยงหมัด ฟาดแขนออกให้ร่างที่เข้ามาโจมตีนั้นกระแทกกับต้นไม้ ออกแรงบดขยี้ตรงลำคอให้ศีรษะหยุดกระเด็นออก
 
 
จากที่เฝ้าสังเกตอยู่ด้านบน ทักษะการต่อสู้ในร่างไททันของเอเลนพัฒนาขึ้นมาก หากเทียบกับก่อนหน้านี้ที่ยังลังเลว่าจะแปลงร่างได้หรือไม่ได้ คล้ายกับการควบคุมการเคลื่อนไหวนั้นทำได้สมบูรณ์แบบ และการต่อสู้แบบประชิดตัวก็นับว่าทำได้ดี หากจะเพิ่มการฝึกพิเศษเสียหน่อยคงต้องให้เอเลนในร่างมนุษย์ได้เรียนรู้การต่อสู้ด้วยมือเปล่า แบบที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอุปกรณ์เคลื่อนที่สามมิติ หรือใบมีดดาบ
 
 
แม้จะโดนโจมตีจากไททันหลายตัวพร้อมกันจนเสียอวัยวะบางส่วนไป เอเลนก็ยังคงปัดป้องหรือโต้ตอบกลับได้ดี แม้ว่ามือขวาข้างที่ถนัดจะถูกกัดขาดไป แต่มือซ้ายก็ทำหน้าที่ได้ดีไม่แพ้กัน แม้กระบวนการการฟื้นฟูตัวเองของร่างไททันก็ดูคล้ายกับสามารถเร่งความเร็วให้เพิ่มขึ้นได้
 
 
การฝึกคล้ายกับจะดำเนินไปด้วยดี หากไม่มีเสียงคำรามกึกก้องจนแสบหู พร้อมกับที่ร่างไททันเอเลนแสดงอาการผิดปกติอีกครั้ง เป็นเสียงเดียวกับก่อนหน้านี้ที่เขาเคยได้ยินในการฝึกเมื่อวาน เสียงคำรามซ้ำๆ พร้อมกับที่ดวงตาสีเขียวนั้นเป็นแสงเรืองประกายที่แปลกไป
 
 
…สัญญาณของการเริ่มต้นการสูญเสียความเป็นตัวเอง…
 
 
 

– T B C –

 
 

x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x

 
__//\\__ กราบรอบทิศ
ขอโทษจริงๆ ค่ะที่หายไปนานนนนนนนมากกกกกกกกกกก
 
หลังจากที่เจอมรสุมงาน และโมเม้นต์ที่เกิดเป็นมโนพล็อตสั้นๆ
จนเขียนฟิคสั้นออกมาได้หลายเรื่องมาก แต่ฟิคยาวดองงง!!
ตอนนี้กลับมาเขียนต่อเหมือนเดิมแล้วค่ะ T v T
 
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามมากเลย ; ///// ; หวังว่าจะยังไม่ลืมกันนะคะ
จากนี้จะมาต่อเรื่อยๆ เหมือนเดิมแล้วหล่ะค่ะ XD

Thank you for your comment ♥

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s