[Fic Kuroko no Basuke] Destiny (Aomine x Kagami)


Title: Destiny
Author: Yaoyuay
Fandom: Kuroko no Basuke
Pairing: Aomine x Kagami
Rating: PG
Warning: Yaoi
 
 
 
 
“ขอข้าวหน้าเนื้อเซ็ตบีครับ”
 
เหมือนเสียงที่สั่งเมนูเซ็ตสุดคุ้มของเขาจะแปลกกว่าปกติ เมื่อได้ยินเสียงของใครอีกคนสั่งเมนูอาหารประสานเสียงไปกับเขา ข้าวหน้าเนื้ออัดแน่นด้วยปริมาณเกินอิ่มของร้านนี้ นอกจากเขายังมีคนอื่นกินหมดอีกเหรอ ความสงสัยทำให้คิ้วที่ชี้แหลมเป็นสองแฉกกระตุกจนต้องหันไปมองคนที่ยืนอยู่ด้านข้าง
 
…อาโอมิเนะ…
 
“แก!!”
 
 
“ก็เออสิวะ”
 
อีกฝ่ายตอบกลับมาด้วยท่าทางสบายๆ เหมือนกับการที่เขากับหมอนี่มาเจอกันในร้านข้าว สั่งเมนูเดียวกันพร้อมกันเป็นเรื่องปกติ แถมยังเอานิ้วแคะขี้หูอีก ยืนแคะขี้หูในร้านอาหารเนี่ยนะ ไอ้งั่งมิเนะ
 
 
“มาทำอะไรที่นี่!!”
 
 
“แล้วแกคิดว่าชั้นจะมาทำอะไรในร้านข้าวหล่ะ”
 
 
คุโรโกะไม่อยู่ ไม่มีใครมาขัดจังหวะอีกแล้วในตอนที่เขาจะปล่อยหมัดใส่ไอ้หมอนี่ นอกจากสีหน้าท่าทางกวนโมโหแล้ว คำพูดของมันยังเชิญชวนให้เขาอยากกระแทกกำปั้นใส่หน้าให้สะใจ
 
 
แต่ก่อนที่หมัดขวาจะพุ่งออกไปเข้าเป้าที่ใบหน้าของเอซโทโอโดยที่เจ้าตัวไม่ทันจะได้ยกแขนขึ้นมาการ์ดป้องกัน หรือก่อนจะได้ทันคิดว่าพวกเขายังยืนอยู่หน้าเคาท์เตอร์สั่งอาหาร สิ่งที่ช่วยดึงให้เขากลับมาอยู่ที่ร้านอาหารเหมือนเดิมคือกลิ่นหอมของข้าวหน้าเนื้อร้อนๆ พูนถ้วยตอนที่พนักงานยกมาวางพร้อมกันทั้งสองเซ็ต ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่ากลิ่นหอมของอาหารทำเสร็จใหม่ๆ ตอนที่กำลังหิวจัดทำให้เขาลืมเรื่องต่อยกับอาโอมิเนะไปชั่วคราว รีบชิงคว้าถาดอาหารที่อยู่ใกล้ตัวเดินหนีไปก่อน ทิ้งผู้เล่นแห่งโทโอเอาไว้กับอาหารอีกเซ็ตที่เหมือนกันอย่างไม่ใส่ใจ
 
เวลาอาหารกลางวันพอดีคนในร้านจึงแน่นกว่าเวลาอื่นเป็นพิเศษ โต๊ะอาหารก็ดูเหมือนจะถูกจับจองแล้วแทบทุกโต๊ะ ยกเว้นก็แต่โต๊ะตัวเล็กที่อยู่ติดหน้าต่างเท่านั้นที่ยังว่างอยู่
 
ความหวังสุดท้ายก่อนที่ข้าวหน้าเนื้อส่งกลิ่นหอมในถาดนี้จะหายร้อน รีบก้าวยาวๆ ไปวางถาดอาหารลงบนโต๊ะ กระเพาะที่ส่งเสียงโอดครวญประท้วงอยู่ใกล้จะได้รับสิ่งเติมเต็มชดเชยพลังงานที่เสียไปจากการซ้อมช่วงเช้า เสียงร้องแปลกประหลาดจะได้เงียบลงเสียที ถ้าหากไม่มีถาดอาหารที่มีข้าวหน้าเนื้อเซ็ตเดียวกันวางลงบนโต๊ะฝั่งตรงข้าม
 
“เฮ้ย!”
 
ทั้งตกใจทั้งโมโหปนกัน หมอนี่กล้าดียังไงมานั่งร่วมโต๊ะกับเขา เรื่องที่สั่งอาหารเซ็ตเดียวกันนั่นว่าจะทำเป็นไม่สนใจแล้ว แต่จะปล่อยให้มานั่งกินอาหารแบบเดียวกันบนโต๊ะเดียวกันแบบนี้ยอมไม่ได้ แค่สไตล์บาสที่เหมือนกันก็มากพอแล้ว
 
“ลุกออกไปเลยไป๊!! ไอ้งั่งมิเนะ”
 
 
ถ้าไอ้คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาไม่หูหนวกก็คงกำลังกวนประสาทเขาอยู่แน่ๆ ทั้งที่บอกให้ลุกออกไปเป็นสิบครั้งเห็นจะได้ มันก็ยังตักข้าวใส่ปากเคี้ยวเอาๆ ทำหูทวนลม
 
ได้..! ถ้ามันไม่ลุกเขาลุกเอง
 
 
 
 
 
 
เห็นคนหน้าบูดบอกบุญไม่รับกระแทกถาดอาหารลงบนโต๊ะเหมือนเดิม และยังทำเสียฮึดฮัดขณะที่ตักข้าวในชามเข้าปากเคี้ยวด้วยสปีดที่เหนือมนุษย์ ถ้าพวกเขาห้าคนเป็นรุ่นปาฏิหาริย์ด้วยความสามารถในการเล่นบาส คากามิ ไทกะ ก็คงเหนือปาฏิหาริย์ด้วยความสามารถในการกิน
 
เพียงครู่เดียวข้าวหน้าเนื้อที่เคยพูนชามก็ลดฮวบฮาบเหลือก้นถ้วย ในขณะที่ของเขายังเหลือข้าวอยู่เกือบเต็ม เขาไม่ได้กินช้าหรอก แต่เพราะมัวแต่มองคนตรงหน้ามากกว่า ถ้าไม่นับว่าคนที่นั่งร่วมโต๊ะกำลังกินอย่างเอาเป็นเอาตายแบบไม่พูดไม่จา และคิ้วชี้ๆ สองแฉกนั้นเชื่อมติดกันอยู่ตรงหน้าผาก ตอนนี้เขาสองคนก็ไม่ต่างอะไรกับมากินข้าวด้วยกัน บางทีถ้าอยู่นอกแมทช์การแข่งขันก็น่าจะสงบศึกกันเสียหน่อย
 
แต่ดูเหมือนสัญญาสงบศึกชั่วคราวจะโดนฉีกทิ้งตั้งแต่ยังไม่ได้ร่างด้วยซ้ำ เอซเซย์รินคว้าถาดข้าวได้ก็ลุกพรวดพราดออกไปจากโต๊ะทันทีโดยไม่ร่ำลา ทิ้งเขาไว้กับข้าวหน้าเนื้ออีกครึ่งถ้วยที่เหลือ พลาดเสียแล้วโอกาสที่จะได้กวนโมโหคนขี้โวยวายต่ออีกหน่อย
 
แต่ยังไม่ทันที่จะได้วางช้อนลงบนถาด คนที่เดินหายไปก็กลับมาอีกครั้งพร้อมถาดอาหารเซ็ตใหม่ ที่กินหมดก่อนหน้านี้คือยังไม่อิ่ม ชักเริ่มจะสงสัยว่ากระเพาะหมอนี่ทำด้วยอะไร ที่เขากินจนหมดนี่ก็จุกแทบตายแล้ว คากามิ ไทกะ เรื่องการกินอยู่เหนือปาฏิหาริย์จริงๆ
 
 
“มองอะไร”
 
คนกินเยอะทำคิ้วขมวดส่งสายตาดุๆ จ้องมาอีกแล้ว ถามมาได้ว่ามองอะไร ก็มองมันนั่นแหละ
 
 
“เปล่า~”
 
แกล้งกวนประสาท ส่งสายตากวนโมโหแบบสุดๆ ให้คนที่หยุดกินข้าวแล้วหันมาจ้องตากับเขา ในที่สุดก็ดูเหมือนเขาจะน่าสนใจกว่าข้าวหน้าเนื้อเสียที
 
 
“เปล่าอะไรของแก!! ก็เห็นอยู่ชัดๆ ว่าแกมองชั้น”
 
 
“ก็รู้นี่น่า”
 
 
เหมือนเขาจะยั่วโมโหจนคากามิทำเสียงดังเกินกว่าจะนั่งอยู่เฉยได้ นอกจากเสียงโวยวายแล้วหมอนั่นยังทุบโต๊ะระบายอารมณ์โมโหอีก แบบนี้ต่อให้เป็นใครก็ต้องหันมามอง
 
“เบาเสียงหน่อย หรือว่า? เอซเซย์รินชอบทำตัวเป็นจุดเด่น”
 
 
“แก๊!!”
 
เท่านั้นคนที่กำลังจะโวยวายเป็นต้องกลืนเสียงลงคอ เมื่อเจ้าตัวหันไปสังเกตบรรยากาศรอบตัว แม้แต่คนที่นั่งอยู่โต๊ะไกลสุดยังมองมา และเด็กก็กำลังจะร้องไห้
 
 
 
 
 
 
กลับมาทำเสียงฮึดฮัดในลำออีกครั้งเมื่อไม่สามารถระบายความโมโหออกไปได้ตอนที่โดนไอ้งั่งมิเนะกวนประสาท ได้แต่ตักข้าวหน้าเนื้อคำโตใส่ปากเคี้ยว ขณะที่ไอ้คนทำให้เขาหงุดหงิดอยู่นี้กำลังนั่งเท้าคางส่งตายสากวนอารมณ์แบบสุดๆ มาให้
 
เหม็นขี้หน้ามัน!
 
 
คากามิรวบถาดข้าวแล้วลุกพรวดเดินออกจากโต๊ะทันที อิ่มแล้ว อยากจะไปที่อื่นที่ไม่มีมันแล้ว ไอ้อาโอมิเนะ! แต่ดูเหมือนว่าไอ้คนที่นั่งกินข้าวร่วมโต๊ะกับเขาจะไม่ยอมให้เขาจากไปแบบไม่มีปากเสียงเสียแล้ว อาโอมิเนะเดินตามมาวางถาดข้าวลงข้างๆ ที่ชั้นเก็บถาด พร้อมส่งยิ้มกวนประสาทมาให้ตอนที่เขาหันไปมอง
 
หงุดหงิดเป็นบ้า!
 
 
ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้คุโรโกะอยู่กับไอ้คนเกรียนบาสแบบนี้ได้ยังไง ตอนอยู่ในแมทช์ก็สนุกอยู่หรอกที่จะได้เอาชนะมันในการแข่งขัน แต่พอมาเจอมันนอกสนามแบบนี้เขาอยากจะหนีมันให้พ้นๆ ก่อนจะเกิดสงครามแลกหมัดกันสักยก
 
 
แต่ดูเหมือนเขาคิดผิดที่พยายามจะหนีอาโอมิเนะ พอออกจากร้านข้าวหน้าเนื้อมันก็ยังเดินตามเขา พอหันไปมองก็ทำเป็นหยุดยืนหาวเฉมองไปทางอื่น มันกำลังตั้งใจจะหาเรื่องเขาจริงๆ ใช่มั้ย
 
โดยที่ไม่ต้องคิด เพียงแค่พุ่งตัวออกไปข้างหน้า สองขาก้าวยาวๆ ดีดตัวด้วยแรงส่งจากข้อเท้าพุ่งไปด้วยความเร็วที่สองขาก้าวสลับกัน ภาพที่มองเห็นผ่านสายตาไปอย่างรวดเร็ว พุ่งผ่านอากาศให้ลมไหลผ่านหน้าจนผมปลิว
 
คากามิวิ่งสุดฝีเท้า เร็วยิ่งกว่าวิ่งจากฝั่งของเซย์รินไปหาแป้นฝ่ายตรงข้าม เขาวิ่งหนีขนาดนี้หวังว่าไอ้บ้าอาโอมิเนะจะไม่คิดตามมา อย่างน้อยถ้าสมองมันใหญ่พอกับลูกบาสก็น่าจะคิดได้ว่าควรกลับไปได้แล้ว
 
 
 
 
 
 
คนที่อยู่ๆ ก็วิ่งหนีคงไม่รู้หรอกว่าเขากำลังวิ่งตามอยู่ ดีเหมือนกันได้เคลื่อนไหวหลังจากกินอิ่มจนแน่น ถ้าไม่ติดที่ว่าออกจะเคลื่อนไหวรวดเร็วไปเสียหน่อยหลังจากกินข้าวเสร็จไม่ถึงสิบนาที ถ้าคนที่วิ่งนำอยู่ไม่หยุด เขาคงเป็นฝ่ายที่จุกเสียก่อน
 
ทิ้งระยะห่างไว้ให้พอเหมาะกับคนที่โดนตามอยู่ไม่รู้ตัว อาโอมิเนะหลบเข้าข้างเสาตอนที่คากามิหันมามองา สีหน้าแบบโล่งใจสุดๆ นั้นอาจจะกำลังคิดว่าเขาไม่ได้ตามมาแล้ว โทษทีละกันคากามิชั้นกำลังหาอะไรทำแก้เบื่ออยู่พอดี
 
ถ้าเขามองไม่ผิด แมนชั่นสุดหรูตรงหน้าคือที่พักของไอ้บ้ากามิงั้นเหรอ อึ้งจนเกือบจะเผลอคลาดสายตากับคนที่เขากำลังแอบตามอยู่ สุดยอดเหลือเกินไอ้นักเรียนนอก
 
 
 
 
 
 
“ไง”
 
เสียงทักทายที่ฟังดูคุ้นเหมือนเป็นเสียงที่เพิ่งได้ยินไม่กี่นาทีก่อนหน้าที่เขาจะวิ่งหนีมา ทำให้ต้องรีบหันไปตามทิศทางของเสียงทันที
 
…อาโอมิเนะ…
 
 
“แกตามมาที่นี่ได้ยังไง”
 
 
“ชั้นก็วิ่งตามมาไงหล่ะ”
 
ตอบด้วยท่าทางยียวนกวนประสาทอีกแล้ว มันกะจะกวนให้ประสาทเขาเละคาที่เลยใช่ไหม
 
 
“มาจากทางไหน กลับไปตามทางนั้นเลยไป!”
 
ตะเบ็งเสียง ตะหวาดใส่คนที่ต่อให้พรุ่งนี้โลกจะแตกเขาก็ไม่มีทางญาติดีกับมัน จะซวยอะไรขนาดนี้นะวันนี้เจอไอ้หนึ่งในทีมปาฏิหาริย์ที่ร้านข้าวและต้องนั่งกินข้าวกับมันไม่พอ ยังจะตามเขาไปทุกทีอย่างกับเงาตามตัว เงาของเขาน่ะคือคุโรโกะ ไม่ใช่แก
 
 
“เอซเซย์รินนี่ใจดำจังนะ”
 
 
“ดำน้อยกว่าแกละกันไอ้งั่งมิเนะ”
 
นี่คงเป็นบทสนทนาสุดท้ายของเขากับอาโอมิเนะ ถ้าหากเขารีบล็อคประตูทันทีที่ปิดประตูกระแทกใส่หน้าคนที่ยืนอยู่ด้านนอก โดยไม่เปิดโอกาสแม้เพียงจังหวะที่เข็มวินาทียังไม่เดิน ไม่คิดจะอยากเห็นหน้าอีกไอ้คนที่กวนตั้งแต่บาทาไปถึงประสาท
 
 
 
 
 
 
“โทษทีนะ ดูเหมือนชั้นจะไวกว่า”
 
ผลักประตูเข้ามาในจังหวะก่อนเจ้าของห้องที่ไม่ต้อนรับเขาจะทันได้ล็อคประตู อาโอมิเนะแทรกตัวผ่านช่องว่างประตูที่ถูกดันให้แง้มออกเพียงครึ่งเดียว เข้ามายืนอยู่อีกฝั่งของบานประตูเป็นที่เรียบร้อย ส่งรอยยิ้มกวนประสาทให้แทนคำขออนุญาต
 
 
“แก!!!”
 
เจ้าของห้องพักสุดหรูตะหวาดลั่นในลำคอ ดันไหล่ผลักเขากระแทกกับประตูห้อง ด้วยส่วนสูงที่ใกล้เคียงกันทำให้มองเห็นหน้าตอนอารมณ์เสียสุดขีดของคากามิชัดเจน ไม่เพียงแค่หน้าเท่านั้นหรอก แม้แต่ลมหายใจแรงๆ ตอนโมโหยังจับจังหวะได้อยู่ตรงปลายจมูก ตอนนี้เจ้าตัวจะรู้หรือเปล่าว่าเข้ามาอยู่ใกล้เขามากขนาดไหน ถ้าอยู่ในสนามคงโดนกรรมการเป่านกหวีดเพราะโดนทำฟาวล์ไปแล้ว
 
“ออกไป”
 
 
“ถ้าชั้นไม่ยอมออกจะจับชั้นโยนออกนอกห้องมั้ยหล่ะ”
 
 
เหมือนความอดทนของคนที่เทียบได้กับรุ่นปาฏิหาริย์หมดลง คากามิพ่นลมหายใจแรงๆ พร้อมทำเสียงฮึดฮัดในลำคอขณะที่ปล่อยมือจากไหล่ทั้งสองข้างของเขา และเดินปึงปังหนีไปอีกทาง
 
 
ห้องนี้ใหญ่เกินกว่าที่หมอนี้จะอยู่คนเดียวจริงๆ มีเฟอร์นิเจอร์อยู่ไม่มาก ส่วนใหญ่จะเป็นนิตยสารบาสหรือไม่ก็พวกอุปกรณ์สำหรับออกกำลังกายแบบง่ายๆ และพื้นที่ก็ดูเหมือนจะมีอย่างเหลือเฟือถึงขนาดจัดแบ่งเป็นส่วนต่างๆ ได้อย่างลงตัว
 
แต่ที่ดูจะสะดุดสายตาเขาเป็นพิเศษคือตู้เก็บรองเท้าที่เหมือนจะใหญ่เกินกว่าจะเก็บรองเท้าของคนคนเดียว ถ้าจำไม่ผิดขนาดรองเท้าบาสหมอนี่ยังมีแค่คู่เดียว แล้วตู้เก็บรองเท้านี้จะวางไว้เกะกะทำไม
 
เก็บความสงสัยเอาไว้ให้อยากรู้ไม่ได้ อาโอมิเนะเดินไปทางตู้เก็บรองเท้าโดยไม่ต้องขอเจ้าของห้องให้เสี่ยงที่จะโดนจับโยนออกไปนอกห้องจริงๆ ฝาตู้รองเท้าก็ถูกเปิดออกด้วยความอยากรู้อยากเห็น
 
รองเท้าบาส ไม่ใช่แค่คู่หรือสองคู่ แต่มากพอจะทำให้เขาค้างอยู่แค่ฝาตู้ได้ หมอนี่หันมาสะสมรองเท้าตั้งแต่เมื่อไหร่ จะว่าหลังจากตอนที่เขาให้ยืมก็ไม่แน่ แล้วนั่น รุ่นใหม่ที่เพิ่งออกเลยนี่น่า แล้วยังมีรุ่นที่เหมือนกันกับเขาอีก เหมือนแม้กระทั่งสี และเบอร์รองเท้า
 
หรือความจริงจะเป็นอย่างที่ซัทสึกิว่า
 
…เขาสองคนเหมือนกัน…
 
ทั้งตำแหน่งในสนาม สไตล์บาส หรือแม้กระทั่งเบอร์รองเท้า
 
 
อาจเพราะเหมือนกันเกินไป เลยคล้ายกับจะอยู่ใกล้กันไม่ได้ เพราะทุกครั้งที่มองเหมือนจะเห็นภาพของตัวเองสะท้อนอยู่ เลยทำให้พาลอยากจะหาเรื่องกวนประสาท แต่ก็นั่นแหละเพราะได้เจอหมอนี่เขาเลยไม่รู้สึกว่าบาสน่าเบื่ออีกต่อไป
 
คนที่ทำให้เขาสนุกในการแข่งขัน คนที่เขารอคอยให้มาปรากฎตัว คนที่เขาแทบจะทนรอการพัฒนาแบบก้าวกระโดดแทบไม่ไหว คนที่เทียบคียงกับรุ่นปาฏิหาริย์ เพียงแต่ไม่ได้ถูกขนานนามว่าปาฏิหาริย์
 
…คนที่โชคชะตาส่งมาให้เขา…
 
 
 
 
 
 
“ทำอะไรของแกวะ!”
 
ทนยืนดูคนแอบเปิดตู้เก็บรองเท้าของเขาไม่ได้จนต้องร้องทักไป ถ้าตาไม่ฝาดเหมือนหมอนั่นจะสะดุ้งนิดๆ แล้วค่อยๆ ลุกยืนขึ้นหันมามองหน้าเขา ทำหน้าแปลกกว่าทุกที ทำไมตาขวางๆ นั่นถึงไม่กวนโอ้ยแล้วหล่ะ
 
 
ไม่ทันที่จะได้หาคำตอบในดวงตาสีน้ำเงินเข้ม หรือแม้แต่จะได้ยินคำตอบของคำถามที่ถามไปก่อนหน้า น้ำหนักตัวแทบจะทั้งหมดของอาโอมิเนะก็ทิ้งลงมาบนไหล่ของเขาพร้อมกับศีรษะหนักๆ ที่ซบลงมา ทำให้เขาตัวแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวหนี
 
“เห้ย! เป็นบ้าอะไรของแกไปแล้วเนี่ย!!”
 
โวยวายไปทั้งที่ไม่แน่ใจว่าไอ้คนตรงหน้าเขามันเป็นอะไร อยู่ๆ ก็เข้ามาซบแบบที่ไม่ใช่ปกติผู้ชายจะทำกัน ถึงแม้จะเป็นคนในชมรมบาสเซย์ริน อย่างมากก็แค่ตบตัว ไม่เคยที่จะเดินเข้ามาใกล้ และซุกหน้าลงแบบนี้
 
“ชั้นไม่ใช่สาวนมโตๆ ในหนังสือของแกนะเว้ย”
 
เมื่อไม่ได้คำตอบเลยเหมือนคำพูดจะหลุดออกมาเองแก้ประหม่า ถ้าเขาไม่ได้คิดไปเอง อยู่ใกล้กันขนาดนี้ทำให้ได้ยินเสียงหัวใจของอีกคนเลยเหรอ ถ้าหัวใจนั้นไม่ได้เต้นดังถึงขนาดที่เรียกได้ว่าผิดปกติ
 
 
“อือ…ก็ไม่ใช่น่ะสิ”
 
ตอบบ้าอะไรของมัน นั่นใช่คำตอบแน่เหรอ ระหว่างที่ปล่อยให้ความร้อนมารวมอยู่ที่ใบหน้า ก็หมือนคล้ายจะโดนรวบตัวเข้าไปใกล้มากขึ้นด้วยสองแขนของอาโอมิเนะที่ยกขึ้นมาโอบหลังเขาเอาไว้ จนสัมผัสได้ถึงแผ่นอกของอีกคน
 
ทั้งที่ไม่ได้ออกแรงจนรู้สึกเหนื่อย หรือเพิ่งเล่นกีฬาเสร็จ ทำไมหัวใจของเขามันถึงได้เต้นแรงราวกับเพิ่งไปวิ่งรอบสนามสักสิบรอบ ร่างกายเขามันต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ
 
 
 

– E N D –

 
 
 

x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x

 
ส่งคู่ฟ้าไฟมาทะเลาะกันค่ะ (ฮาาา)
 
ชอบมิเนะเกรียนมากเลย ไม่รู้ทำไมพอรู้จักไปเรื่อยๆ แล้วถึงได้ชอบมิเนะมากขึ้นก็ไม่รู้
แล้วก็ชอบมากเลยเวลาที่มิเนะทะเลาะกับคากามิ แต่จริงๆ แล้วแอบเป็นห่วงอยู่ห่างๆ มากเลยนะ XD
 
ไปดูแข่งทุกแมทช์ไม่พอ แอบบอกใบ้เทคนิคแล้วยังให้ยืมรองเท้าอีก
มิเน้~~~ นายมันน่ารักกกกกกกกก Vv

7 comments

  1. อยากอ่านอาโฮ่คิเสะอะะะะะะะ แต่คู่นี้ก้อน่ารักดีได้หมดค่ะได่หมดดดด55555555555555

    Like

  2. คู่นี้ก็เป็นอีกคู่ที่ชอบ !
    มีมาให้อ่านอีกเรื่อยๆเลยน้า
    >________<

    Like

  3. ฟิครับดูเดทคูบ้าบาสนี้ใช่ไหมคะ 5555555
    ปกติเค้ามองว่ามิเนะอัลฟ่าเมลนะ บากะกามิก็ออกมีมุมโมเอะเคะตัลหลอด(ไหนจะกลัวหมา ทำอาหารเก่ง) แต่ไม่รู้ทำไม ฟิคนี้ไหงเค้ารู้สึกว่าอาโฮ่เคะมากกกก และดูเป็นเด็กมีปัญหาขี้เหงาสุดๆได้ละเนี๊ยะ โอ๊ยยยย ไปถึงบ้านเค้าแบบนี้ ถ้าโดนกดขึ้นมาก็โทษใครไม่ได้นะอาโฮ่มิเนจจิ!!! 55555

    Like

    1. อ๊ายยยยย อาโฮ่ดูเคะเหรอคะ O//////O
      ฉากที่อาโฮ่เปิดตู้รองเท้าแล้วไปซบคากามินั่น ตอนเขียนก็แอบรู้สึกหน่อยๆ เหมือนกันค่ะ (ฮาาาาา…)

      ป.ล. สารภาพว่ายังไม่ได้ฟังเพลงของสองคนนี้เลย T v T

      Like

  4. คย๊าาาาาาาาา!!!! พี่มิ้นท์ แงงงงงงงงงงงงงงง น่ารักกกกกอ่ะะะะะะะะ
    มิเนะบาก่ะะะะะะะะ ทำเราเขินแบบนี้ได้ไงงงงงงง
    แต่สองคนนี้มีอะไรคล้ายๆกันจริงๆ ชอบมากเวลาทะเลาะ 55555
    ขอบคุณที่แต่งฟิคน่ารักๆให้ได้อ่านนะคะ แอบเห็นคู่ป๊าม๊า เดี๋ยวแว้บไปอ่าน><

    Like

    1. พี่ว่าสองคนนี้ตีกันน่ารักสุดๆ ไปเลย >v<,,
      เหมือนแบบว่ายิ่งตีกันยิ่งรักกัน แง๊!!! มิเนะบากะะะะะ

      Like

Thank you for your comment ♥

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s