[Ragnarok Fic] Atlast – Pain #2


Title: Atlast
Author: Yaoyuay
Fandom: Ragnarok Online
Rating: PG
Genre(s): Drama, Angst, Romance
 
 
 
 
เสียงผิวปากหวีดสูงก้องกังวาลไปทั่วป่าข้างเมืองพาย่อน อั๊ศเดินเท้าอ้อมเมืองหลวงมาจนถึงป่าดิบชื้นแห่งนี้ เขานั่งลงบนโขดหินใกล้ต้นไม้ใหญ่ รอเวลาให้เสียงผิวปากของเขาเรียกเหยี่ยวฟาลคอนที่น่าจะกำลังอยากยืดเส้นยืดสายในช่วงเวลาออกล่าของมัน เวลากลางคืนที่คนส่วนมากใช้เป็นเวลาในการพักผ่อน มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะออกล่าในขณะที่การมองเห็นถูกความมืดบดบัง แต่สำหรับอั๊ศที่ฝึกปรือประสาทรับรู้ของเขาจนเฉียบคมไม่แพ้สัตว์ป่าแล้ว หากตามองไม่เห็นก็ใช้หูฟัง
 
 
ป่าดิบชื้นของพาย่อนในเวลากลางคืนมืดสนิท มืดมากจนมองแทบไม่เห็นอะไรนอกจากเงารางๆ ของต้นไม้ที่ขึ้นสูงเบียดชิดกันจนบดบังท้องฟ้าไม่ยอมให้แสงสว่างของดวงดาวหรือพระจันทร์ลอดเข้ามาได้ เพียงครู่หนึ่งอั๊ศได้ได้ยินเสียงกระพือปีกอย่างช้าๆ และสม่ำเสมอ ใบไม้ปลิวลู่ไปตามแรงลม บ่งบอกให้รู้ว่าสิ่งมีชีวิตอย่างหนึ่งกำลังเคลื่อนที่มาทางเขา เหยี่ยวฟาลคอนโฉบผ่านศีรษะของอั๊ศไปรอบหนึ่ง มันบินวอนอยู่สูงขึ้นไปไม่มากพักหนึ่งก่อนจะร่อนลงมาเกาะบนท่อนแขนเขาที่ยืนรอรับมันอย่างว่าง่าย ปีกกว้างของมันกระพือสองสามครั้งก่อนจะหุบลงข้างตัวอย่างว่าง่าย
 
 
“ไง? พร้อมลุยกันรึยัง”
 
ราวกับมันฟังที่อั๊ศพูดรู้เรื่อง ฟาลคอนโฉบขึ้นบินร่อนเหนือศีรษะของเขาหลายรอบจนในที่สุดมันก็บินลอยตัวอยู่เหนือศีรษะเขา รักษาระยะห่างเยื้องออกไปด้านหลังพร้อมจะร่อนลงโฉบศัตรูที่อยู่ในรัศมีการมองเห็นของมันทันที อั๊ศคว้าคันธนูมาถือไว้ข้างตัว ลูกธนูที่ถูกเหลาไว้อย่างแหลมคมพร้อมจะปริชีพทุกสิ่งที่พุ่งปักลงไปถูกเก็บไว้พร้อมในกระปอกใส่ธนูที่ด้านหลัง
 
 
ได้ยินแล้ว เสียงลมหายใจหนักถี่ของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ อั๊ศกระชับคันธนูในมือแน่นส่งสัญญาณให้ฟาลคอนเตรียมตัว อั๊ศพยายามเคลื่อนที่ไปอย่างเงียบที่สุด ทุกย่างก้าวต้องระวังไม่ให้เหยียบโดนกิ่งไม้หรือใบไม้แห้งให้เกิดเสียง ถึงอย่างนั้นอั๊ศก็ต้องรีบเบี่ยงตัวหลบหลังต้นไม้ใหญ่แนบหลังชิดกับลำต้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เมื่อจู่ๆ ลูกไฟวิญญาณสีม่วงฮอรองก็ปรากฎขึ้นต่อหน้าโดยไม่ทันได้ตั้งตัว อั๊ศยกมือขึ้นห้ามฟาลคอนก่อนที่มันจะโฉบลงโจมตี ลูกธนูธาตุน้ำสองดอกง้างเตรียมพร้อมที่คันธนู เส้นเอ็นถูกง้างจนตึงพร้อมที่จะปล่อยลูกธนูสองดอกออกไปปริชีพลูกไฟตรงหน้าพร้อมกันในคราวเดียว เพียงแค่รอกังจังหวะให้ดี
 
 
ฉึก!!
 
 
ลูกธนูสองดอกพุ่งออกไปปักลงบนเป้าหมายพร้อมกัน และในทันทีลูกไฟวิญญาณนั้นก็พุ่งมาทางอั๊ศอย่างเร็ว มันไม่ยอมหายไป!
 
 
อั๊ศออกวิ่งเต็มฝีเท้าพร้อมคว้าลูกธนูธาตุน้ำออกมาอีกสองดอก เมื่อกี๊นี้เบาเกินไป เขาประมาทเกินไปจนทำให้พลาด ขณะที่ฮอรองตามเขามาด้วยความเร็วที่เกือบจะเท่ากันนี้ทำให้เขากะจังหวะที่จะหันหลังกลับไปยิงมันซ้ำโดยที่ตัวเองไม่โดนโจมตีก่อนอย่างยากเต็มที อั๊ศตัดสินใจชะลอฝีเท้าจนในที่สุดก็หยุดวิ่ง หันกลับไปเผชิญหน้ากับลูกไฟวิญญาณนั้น อาศัยจังหวะในการหลบหลีกนี่แหละ!
 
 
ฮอรองพุ่งมาทางอั๊ศ มันออกร่างของมัน จากมีเพียงหนึ่งกลับกลายเป็นมีถึงสามลูกไฟ อั๊ศหรี่ตามองจับการเคลื่อนไหวของมัน กะจะหวังที่จะหลับไปด้านหลังและปักธนูลงไปที่ลูกไฟลูกใดลูกหนึ่ง
 
 
เห็นแล้ว! ช่องว่างที่จะหลบไปด้านหลังของมันได้ และในทันที่ที่มันเปิดช่องโหว่ อั๊ศไสลด์ตัวพุ่งไปด้วยความเร็ว อ้อมไปที่ด้านหลังประชิดตัวมัน เงื้อจนสุดแขนปักลูกธนูธาตุน้ำลงบนลูกไฟที่สว่างเรืองโดยไม่ได้ใช้ธนู ลูกไฟขยายใหญ่เปล่งแสงสีม่วงจ้าจนแสบตาก่อนที่มันจะหายไปพร้อมทิ้งลูกธนูธาตุไฟเอาไว้หนึ่งดอก
 
 
“เอาธาตุน้ำปัก แต่ดันได้ธาตุไฟกลับมาเนี่ยนะ” อั๊ศบ่นเมื่อหยิบลูกธนูธาตุไฟขึ้นมา “เอาไปยิงเอ็ดการ์ได้ที่ไหนหล่ะ”
 
 
และในตอนนั้นเสียงร้องคำรามก็ดังก้องไปทั่วผืนป่า เจ้าพยักษ์ร้ายที่มีกรงเล็บอันแหลมคมได้ตื่นขึ้นแล้ว อั๊ศปักธนูธาตุไฟลงบนดินแล้วลุกขึ้นยืน จากนี้ต่างหากหล่ะของจริง
 
 
อั๊ศออกวิ่งเต็มฝีเท้า ไล่ตามเสียงคำรามอย่างต่อเนื่องที่ดังกึกก้องไปทั่วป่า เหยี่ยวฟาลคอนออกบินนำหน้า เพราะมันรู้ดีว่าเวลานี้คือการไล่ล่าอย่างแท้จริง เหงื่อชื้นเริ่มเกาะพราวไปทั่วใบหน้าของอั๊ศ รับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่เร็วพอกับจังหวะการก้าวเท้าของเขา พยายามจะสลัดความคิดอื่นในหัวสมองออกไป ให้เหลือเพียงแต่การไล่ตามเจ้าของเสียงคำรามเท่านั้น ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวพร้อมสำหรับการต่อสู้ที่กำลังใกล้เข้ามา
 
 
ลูกธนูเงินวาววับพุ่งแหวกผ่านอากาศมาด้วยความรวดเร็ว เฉียดข้างแก้มจนเป็นแผลให้เลือดไหลซึมออมาช้าๆ อั๊ศตกใจจนขาทั้งสองข้างทรุดล้มลงไถลไปกับพื้น คันธนูกระเด็นไปอีกทาง ลูกธนูธาตุน้ำทั้งหมดหล่นกระจ่ายเกลื่อนพื้น อั๊ศหอบหายใจถี่ทั้งเหนื่อยจากที่ออกวิ่งด้วยความเร็ว และทั้งตกใจที่มี ‘ใคร’ อีกคนกำลังล่าเขาอยู่
 
 
“มัวแต่ล่าจนไม่ได้สนใจเลยรึไงว่าตัวเองก็อาจจะกำลังโดนล่าอยู่เหมือนกัน”
 
 
ประโยคที่คุ้นเคยถูกพูดซ้ำให้ได้ยินอีกครั้ง ตอกย้ำนิสัยแก้ไม่หายของตัวเองให้ชัดขึ้น คาเฟลเดินออกมาจากเงาไม้โดยมีดิสเซิร์สวูฟเดินตามมาข้างๆ
 
 
“…คาเฟล” อั๊ศมองตามร่างของเพื่อนสนิทที่กำลังเดินมาหาเขา
 
 
“เออสิวะ!! ทำเปรี้ยวอะไรออกมาตอนมืดค่ำคนเดียวเนี่ย”
 
คาเฟลก้มลงเก็บคันธนูของอั๊ศแล้วโยนมาให้เจ้าตัวรับไว้
 
 
“แกตามมาได้ยังไง”
 
 
“ลืมไปแล้วรึไงวะว่าชั้นก็เป็นฮันเตอร์เหมือนแกนะเว้ย ตอนที่แกเรียกฟาลคอนของแกไปน่ะ พอดีว่าชั้นกำลังให้อาหารพวกมันอยู่พอดี”
 
คาเฟลบอกระหว่างที่กำลังเก็บลูกธนูธาตุน้ำที่หล่นเกลื่อนพื้นขึ้นมา “เลยรีบออกตามฟาลคอนแกมา กะจะเรียกเลือดของไอ้คนที่มันกล้าดีปฏิเสธมื้อเย็นของชั้นซะหน่อย!!”
 
 
อั๊ศทำเสียงในลำคอ เย้ยหยันความบังเอิญที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้
 
 
“ยังแก้ไม่หายนะ ไอ้นิสัยที่ทำให้แกโดนล่าซะเองแบบเนี้ย”
 
คาเฟลโยนลูกธนูทั้งหมดลงบนตักอั๊ศ นั่งยองๆ ลงตรงหน้าใช้นิ้วเช็ดเลือดที่แก้มออกให้ “เอ้า! ลุกขึ้นมา ไหนจะไปล่าอะไร?”
 
 
“เอ็ดการ์” อั๊ศจับมือคาเฟลที่ยื่นมาช่วยพยุงเขาลุกขึ้น
 
 
“เห่ย เห่ย เห่ย” คาเฟลร้องแหย
 
 
“หรือแกกลัว?” อั๊ศเลิกคิ้วสูง ยิ้มมุมปากอย่างเยาะเย้ย
 
 
“แล้วไอ้คนใจกล้าที่ไหนมันเพิ่งล้มกลิ้งโค่โล่ไม่เป็นท่ากันวะ?”
 
คาเฟลเกาคางทำท่าคิดระหว่างรออั๊ศเก็บลูกธนูลงกระบอก
 
“เอาวะ!! ไม่ได้ลุยแบบฮันเตอร์อย่างนี้มานานแล้ว อย่าถ่วงมือถ่วงเท้าชั้นละกันนะจ้ะ” คาเฟลยื่นหน้าไปพูดใกล้ๆ อั๊ศแล้วก็ดีดที่แผลตรงแก้มอย่างแรงจนเลือดที่เกือบจะหยุดแล้วไหลออกมาอีกรอบ
 
 
กรงเล็บยาวคมกริบตะปปลงมาตรงหน้าอก คาเฟลถอยหลบได้ทันอย่างหวุดหวิด แต่ถึงอย่างนั้นปลายเล็บก็ยังสะกิดโดนให้เสื้อบริเวณนั้นฉีกขาดเป็นแนวยาว คาเฟลรีบก้าวถอยหลังอย่างรวดเร็วไปตั้งหลัก กระชับคันธนูในมือแน่นพร้อมหันพยักหน้าเป็นเชิงส่งสัญญาณให้อั๊ศโจมตีขณะที่เอ็ดการ์เพ่งความสนใจมาที่เขา
 
 
อั๊ศยิงลูกธนูธาตุน้ำดอกสุดท้ายไปปักที่กลางหน้าผากของไนน์เทล ปริดชีวิตของจิ้งจอกเก้าหางตัวนั้นก่อนจะคว้าลูกธนูในกระบอกขึ้นมาอีก ลูกธนูธาตุน้ำทั้งแปดดอกง้างอยู่ที่คันธนู เล็งไปยังกลางหลังของเอ็ดการ์ ลูกธนูธาตุน้ำทั้งแปดดอกพุ่งแหวกอากาศมาพร้อมกันปักลงบนกลางหลังเอ็ดการ์ ส่งผลให้มันร้องคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวด มันลุกยืนสองขาสะบัดส่ายไปมาหวังจะให้ลูกธนูที่กลางหลังของมันหลุดออก ยิ่งมันร้องครวญครางหนักขึ้นบรรดาจิ้งจอกเก้าหางก็วิ่งกรูกันออกมาจากพุ่มไม้บริเวณนั้นอีก พุ่งโจมตีใส่ทั้งอั๊ศและคาเฟล พวกมันรุมกัดที่ทั้งข้อมือและข้อเท้าไม่ยอมให้ทั้งสองได้ยิงธนูไปยังเอ็ดการ์ได้อีก
 
 
ข้อมือข้างที่ถนัดของอั๊ศถูกกัดช้ำจนเลือดไหล ขาทั้งสองข้างถูกยึดเอาไว้ด้วยคมเขี้ยวของจิ้งจอกเก้าหางตัวเล็กทำให้ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ ความเจ็บปวดทวีความรุนแรงมากขึ้นจนตัวเขาเกือบจะทรุดลง เหยี่ยวฟาลคอนก็บินโฉบลงมาตรงนั้นพอดี มันโฉบลงมาด้วยความรวดเร็ว กรงเล็บอันแหลมคมของมันจิกลงที่กลางหลังของไนน์เทล โฉบเอาตัวของจิ้งจอกเก้าหางร่อนขึ้นฟ้าก่อนจะปล่อยลงพื้นด้วยความสูงที่เหนือยอดไม้ขึ้นไปพร้อมกับบินลงมาจิกซ้ำจนจิ้งจอกตัวน้อยสิ้นฤทธิ์ แต่ไนน์เทลตัวที่เหลือยังคงกัดอั๊ศไม่ปล่อย ยิ้งเขาสะบัดข้อมือหวังจะให้คมเขี้ยวของมันหลุดจากเขาก็ยิ่งเป็นการทำให้เขี้ยวของมันฝังลึกลงกว่าเดิม พอใช้มืออีกข้างดึงมันออกก็มีแต่จะทำให้คมเขี้ยวก็มันขูดแผลเป็นรอยยาว
 
 
ฟาลคอนบินโฉบกลับมาที่อั๊ศอีกครั้ง จงอยปากอันแหลมคมของมันจิกเข้าที่เนื้ออ่อนบริเวณหลังคอของไนน์เทลจนเป็นแผลเหวอะ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไม่ยอมปล่อยข้อมือของอั๊ศ ฟาลคอนบินจิกซ้ำแล้วซ้ำแล้วจนกระทั่งมันหมดลม ขนสีทองของมันหลุดลุ่ยให้เห็นแผลที่เนื้อสีแดงเปิดออกเป็นรอยกว้าง อั๊ศจึงสามารถสลัดมันออกจากข้อมือเขาได้ อั๊ศทรุดนั่งลงเปิดกระเป๋าสะพายหลังหยิบไวท์โพชั่นออกมา เขาเปิดจุกขึ้นดื่มเพื่อสมานแผลที่เกิดขึ้น เมื่อเรี่ยวแรงกลับมาและแผลเริ่มสมานตัวเขาจึงรีบพุ่งไปหาคาเฟล
 
 
ไนน์เทลจำนวนมากรุมคาเฟลอยู่ มันกัดขย้ำลงไปที่ต้นคอของคาเฟลจนเป็นแผลลึก เลือดไหลออกมาเป็นทางยาว คันธนูหลุดมือกระเด็นห่างออกไปจึงทำให้คาเฟลไม่สามารถตอบโต้มันได้ ขณะที่อั๊ศกำลังวิ่งไปหาเขาก็กระดมยิงธนูใส่ไนน์เทลเรื่อยๆ เขาต้องระวังมากเป็นพิเศษไม่ให้ลูกธนูนั่นพุ่งไปปักบนร่างกายคาเฟล ไนน์เทลล้มลงส่วนหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นพวกมันจำนวนที่เหลือก็ยังรุมกัดคาเฟลอย่างไม่ปล่อย นอกจากบาดแผลที่คอแล้ว ยังมีบาดแผลตามต้นแทนหรือท่อนขาให้เห็นอีกประปราย อั๊ศหยิบธนูธาตุน้ำขึ้นมาเป็นจำนวนมาก หวังจะให้ลูกธนูพวกนี้พุ่งไปปักที่ไนน์เทลพร้อมๆ กัน พอดีกับที่ดิสเซิร์สวูฟของคาเฟลกระโจนเข้ามาขย้ำคอของไนน์เทลซ้ำๆ และจับมันโยนออกไปให้พ้นตัวของคาเฟล พวกมันกระเด็นไปนอนแน่นนิ่งอย่างสิ้นฤทธิ์ อั๊ศรีบส่งไวท์โพชั่นให้คาเฟลดื่มอย่างรวดเร็ว
 
 
“เกือบตาย!!” คาเฟลถลึงตาใส่อั๊ศ
 
 
“เออ! เกือบเหมือนกัน มันดันเรียกไนน์เทลออกมาอีกฝูง”
 
อั๊ศบอกกับคาเฟล หยิบคันธนูของคาเฟลส่งให้
 
 
แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะทันหายเหนื่อย เสียงเอ็ดการ์คำรามลั่นอีกครั้ง มันวิ่งตรงมาที่เขาทั้งคู่ก่อนจะกระโดดขึ้นสูงตัวลอยอยู่กลางอากาศ กางคมเล็บคมกริบของมันออกยาวหวังจะตะบบเขาทั้งสองให้ตายคาที่ คาเฟลสั่งให้ดิสเซิร์สวูฟพุ่งกระโจนเข้าใส่เอ็ดการ์ มันใช้ขาหน้าสองข้างของมันยันเอ็ดการ์เอาไว้ พยายามต้านไว้ขณะที่รอเจ้านายของมันลุกขึ้นสู้ หมาป่ากับเสือกำลังสู้กัน
 
 
ทั้งเสียงคำรามของดิสเซิร์สวูฟและเอ็ดการ์ดังลั่นสนั่นไปหมด คาเฟลกับอั๊ศระดมยิงลูกธนูเข้าใส่เอ็ดการ์พยายามเล็งให้เข้าใกล้จุดตายมากที่สุด ฟาลคอนของอั๊ศเองก็บินโฉบลงจิกเอ็ดการ์เรื่อยๆ มันพยายามจิกลงที่ดวงตาเพื่อจะปิดกั้นการมองเห็นของเอ็ดการ์ขณะที่ดิสเซิร์สวูฟเองก็พยายามต้านเอ็ดการ์เอาไว้อย่างสุดแรงเช่นกัน
 
 
คาเฟลรวบธนูธาตุน้ำทั้งแปดออกเอาไว้ ง้างอยู่กับคันธนู เขาตั้งสมาธิหวังจะให้ธนูทั้งแปดดอกนี้พุ่งไปรวมปักลงที่หน้าผากของเอ็ดการ์พร้อมๆ กัน ขณะที่อั๊ศเองก็พยายามเล็งที่แขนและขาเพื่อให้ลูกธนูนั้นหยุดการเคลื่อนไหวของเอ็ดการ์ให้ได้มากที่สุด ยิ่งมันเคลื่อนไหวได้ช้าลงโอกาศที่คาเฟลจะปริดชีพมันได้ด้วยธนูทั้งแปดดอกนั้นก็มีมากขึ้น คาเฟลปล่อยสายเอ็นที่ง้างออกอย่างสุดแรง ลูกธนูทั้งแปดพุ่งไปที่จุดเดียวกัน เป้าหมายคือหน้าผากของเอ็ดการ์ ฟาลคอนของอั๊ศบินหลบลูกธนูที่พุ่งตรงไปเพื่อเปิดทางให้มันพุ่งเข้าใส่เป้าหมายโดยตรง ร่างใหญ่โตของพยักษ์ร้ายล้มลงอย่างสิ้นฤทธิ์ก่อนจะค่อยๆ เลือนหายไป คาเฟลเดินเข้าไปดูบริเวณที่เอ็ดการ์ล้มลงก็พบแต่เพียงพื้นหญ้าที่ว่างเปล่า
 
 
“โล่งหว่ะ ไม่คุ้มค่าเหนื่อยเล้ย~”
 
คาเฟลยักไหล่ก่อนจะเดินตรงมาทางอั๊ศ “แต่ก็สนุกดีไม่เลว” เขาลูบขนที่ข้างลำคอของดิสเซิร์สวูฟพลางตบเบาๆ เป็นการชื่นชมมัน
 
 
อั๊ศหัวเราะในลำคอระหว่างที่เก็บหางของจิ้งจอกเก้าหางขึ้นมาและโยนให้คาเฟล
 
“เอ้า! เก็บไว้เป็นที่ระลึก”
 
 
“แหม ขอบใจจริงๆ เลย”
 
คาเฟลรับเอาไว้ ใช้นิ้วคีบหางจิ้งจอกห้อยต่องแต่งไปมา “แล้วทีนี้แกจะบอกชั้นได้รึยังว่ามีเรื่องอะไร?”
 
อั๊ศชะงัก ทั้งที่อุตส่าห์หนีออกมาล่าที่ป่าพาย่อนนี้ ทุ่มสุดตัวให้ทั้งความคิดและประสาทสัมผัสทุกส่วนในร่างกายรับรู้แต่การฆ่า เพื่อที่จะได้ลืมเรื่องราวที่ไม่อยากนึกถึง และก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นเลยสักนิด แต่คาเฟลก็มาถามให้เขาย้อนกลับไปนึกถึงมันอีก
 
 
“มองดูก็รู้ว่าแกมีเรื่องไม่สบายใจเก็บเอาไว้อยู่ , ตั้งแต่ที่คล็อคทาวเวอร์แล้ว แกขาดความเป็นตัวของตัวเองไปหมด พอมานี่แกก็ล่าอย่างบ้าคลั่งเอาเป็นเอาตาย และที่สำคัญแกปฏิเสธข้าวเย็นชั้น!!” พูดจบคาเฟลก็เอาคันธนูเคาะหัวอั๊ศเบาๆ ทีนึง “มีเรื่องอะไรก็บอกกันได้นะเว้ย!”
 
 
“…..อย่ามาทำเป็นรู้ดีไปหน่อยเลย”
 
อั๊ศพูดตัดบท เฉมองไปทางอื่น หลีกเลี่ยงที่จะต้องมองหน้าคาเฟล
 
 
คาเฟลถอนหายใจยาว
 
“ตามใจแก ถ้าอยากจะเก็บเอาไว้ให้มันอัดอั้นตายไปเลยก็”
 
 
แต่ถึงอย่างนั้นอั๊ศก็ยังคงนิ่ง ไม่แม้แต่จะแสดงท่าทีใดๆ ออกมา เอาแต่ลูบขนของฟาลคอนที่เกาะอยู่บนไหล่ซ้ำๆ
 
 
“เอ้า!~ กลับเหอะ จวนจะเช้าแล้ว”
 
คาเฟลโยนปีกผีเสื้อสีม่วงอ่อนให้อั๊ศรับเอาไว้ “ชั้นไม่อยากพลาดฝีมือทำอาหารของมะซึนนะเว้ย” พูดจบคาเฟลก็สะบัดปีกผีเสื้อแล้ววาร์ปหายกลับไปที่พักพร้อมกับดิสเซิร์สวูฟ
 
 
 
 

– T B C –

 
 
 

x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x

 
 
จำได้ว่าตอนนี้เป็นตอนที่เขียนสนุกที่สุดเลยหล่ะค่ะ
แล้วในบรรดาตัวละครทั้งหมด คาเฟลเป็นตัวละครที่ทำให้เราหลงใหลมากเลย จริงๆ นะ (ฮาาา..)

Thank you for your comment ♥

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s