[Fic Attack on Titan] Uncontrollable #6.5 (Eren x Levi)


Title: Uncontrollable
Chapter 6.5 : หนึ่งคืนในห้องพักของหัวหน้ารีไว
Author: Yaoyuay
Fandom: Attack on Titan
Pairing: Eren Yeager x Levi
Rating: PG-13
Warning: Yaoi
 
 
 
 
อาบน้ำจนตัวหอมแล้วขาทั้งสองข้างก็พาเขามาหยุดอยู่หน้าประตูห้องของหัวหน้ารีไว เอเลน เยเกอร์ยังคงไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรถึงได้มาขอนอนที่ห้องของผู้เป็นหัวหน้า ในเมื่อตอนนี้เขาไม่ใช่เด็กเล็กๆ ที่ไม่กล้านอนคนเดียว และไม่ใช่ว่าจะนอนคนเดียวไม่ได้ ถ้าหากหัวหน้ารีไวเกิดถามถึงเหตุผลเขาก็ไม่รู้จะตอบยังไง แต่ถ้าหากบอกว่าเป็นการป้องกันการอาละวาดในตอนกลางคืนระหว่างช่วงที่ยังฝึกอยู่อาจพอใช้เป็นข้ออ้างที่เขาขอมานอนคืนนี้ได้
 
 
จ้องบานประตูตรงหน้านานจนแทบจะจำลายไม้ได้ มือข้างหนึ่งกอดหมอนใบที่ใช้หนุนนอนทุกคืนถือมาด้วย เพราะจำได้ว่าห้องของหัวหน้ารีไวมีหมอนแค่ใบเดียว จากประสบการณ์นอนบนพื้นโดยไม่มีอะไรรองศีรษะเมื่อสองคืนก่อนทำให้เขารู้ว่าพื้นอิฐเย็นๆ นั้นแข็งเหลือเกิน สูดหายใจเข้าจนสุดแล้วก็ยกมือขึ้นเคาะประตูไม้สองสามครั้งจนมีเสียงอนุญาตดังมาจากข้างในห้อง เขาจึงเปิดประตูดันเข้าไป
 
 
หัวหน้ารีไวไม่ได้อยู่ในชุดลำลองหลังจากอาบน้ำเสร็จเตรียมจะนอนแบบเมื่อคืนก่อน ทั้งที่เขามาตอนเวลาที่เหมาะแก่การนอนแล้ว แต่หัวหน้ากลับยังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานในชุดเครื่องแบบเหมือนเดิม และกำลังเขียนอะไรบางอย่าง ใบหน้านิ่งคิ้วขมวดนั้นไม่แม้แต่จะเงยขึ้นมามองผู้มาเยือนอย่างเขา มือยังคงจับปากกาเขียนลงบนกระดาษเรื่อยๆ ขณะที่เอเลนกำลังทำอะไรไม่ถูก
 
 
ปิดประตูห้องแล้วแต่ยังคงกอดหมอนยืนนิ่งไม่ขยับอยู่ที่เดิม เพราะไม่รู้ว่าควรพาร่างตัวเองไปอยู่ที่ส่วนไหนของห้อง หัวหน้ารีไวจะอนุญาตให้เขานั่งตรงไหนก็ได้ตามใจหรือเปล่า จนกระทั้งผู้เป็นเจ้าของห้องเงยหน้าขึ้นมาเมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติ ดวงตาเล็กหรี่ลงแบบเวลาที่มีเรื่องให้หงุดหงิด
 
 
“หะ..หัวหน้ายังทำงานไม่เสร็จเหรอครับ”
 
รีบเอ่ยทักทายก่อนตามมารยาทของคนมาขออาศัยห้องนอน อย่างน้อยวันนี้เขาก็พกหมอนมาเอง คงไม่เป็นการรบกวนหัวหน้าเท่าไหร่
 
 
“ชั้นเพิ่งคุยธุระกับเออร์วินเสร็จไม่นาน กำลังเขียนรายงานการฝึกของแกอยู่”
 
 
“ผมมารบกวนหัวหน้าหรือเปล่าครับ”
 
เป็นคำถามที่เสี่ยงมาก ถ้าหัวหน้ารีไวตอบว่าใช่ เขาคงได้หอบหมอนกลับไปนอนที่เตียงเดิมในห้องใต้ดินแน่
 
 
“ชั้นเขียนใกล้จะเสร็จแล้ว”
 
มือที่จับปากกาอยู่เริ่มขยับอีกครั้ง เมื่อคนที่ยังทำงานค้างอยู่ก้มหน้าลงไปสนใจกับแผ่นกระดาษต่อ
 
 
สรุปเอาเองว่านั่นคือคำอนุญาตให้เขาสามารถนั่งตรงไหนของห้องก็ได้ เอเลนเดินผ่านโต๊ะทำงานไปทางเตียงนอน ทบทวนสถานะตัวเองแล้วก็ตัดสินใจ วางหมอนที่ถือมาด้วยลงข้างๆ ทิ้งตัวนั่งเรียบร้อยลงที่ข้างเตียง ตำแหน่งเดิมกับที่เขาเคยนอนเมื่อคืนก่อน
 
 
ความเงียบดำเนินไปอย่างไม่รู้จะสิ้นสุดเมื่อใด มีเพียงเสียงขูดปากกาลงบนแผ่นกระดาษให้ได้ยินระหว่างที่หัวหน้ารีไวยังคงเขียนรายงานการฝึกของเขาต่อไป ถึงแม้เจ้าตัวจะบอกว่าใกล้เสร็จแล้ว แต่ดูเหมือนเวลาที่ผ่านไปนานอย่างเงียบเชียบขณะที่กระดาษรายงานยังไม่ถูกม้วนเก็บนี้ หัวหน้ารีไวอาจเพิ่งเริ่มเขียนรายงานได้ไม่นาน
 
 
ร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการฝึกเริ่มส่งผลให้เปลือกตาหนักจวนเจียนจะปิดลง ความง่วงคุกคามให้เอเลนยากจะหลีกหนี หมอนที่เคยวางอยู่ข้างตัวถูกเอามากอดไว้เมื่อเริ่มสัปหงกจนศีรษะพับลงบนหมอน ในที่สุดความมืดตอนหลับตาก็มาเยือนพร้อมกับที่ตัวเขาดิ่งลงสู่การพักผ่อนอันยาวนาน
 
 
 
 
 
 
ม้วนกระดาษรายงานเก็บวางไว้บนโต๊ะเมื่อเขียนรายงานการฝึกของวันนี้จนเสร็จเรียบร้อย รีไวยกแขนยืดตัวสลัดความเมื่อยล้าทั้งจากการฝึก และการนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิมเป็นเวลานาน พอได้ยกแขนขึ้นเอี้ยวบิดตัวเล็กน้อยก็คล้ายกับได้ผ่อนคลายลง หน้าที่ของวันนี้เสร็จสิ้น เหลือก็แต่รอให้วันพรุ่งนี้มาถึง
 
 
ลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานถอดเสื้อแจ็คเก็ตพาดไว้กับพนักเก้าอี้ รีบร้อนเสียจนไม่ได้ถอดเสื้อคลุมออกขณะที่กลับเข้ามาในห้องและเริ่มต้นเขียนรายงาน เป็นเพราะผลการฝึกในวันนี้แท้ๆ ทำให้เขาต้องเรียกประชุมกับเออร์วิน และฮันซี่โดยเร็ว รูปแบบการฝึกที่ต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เอเลนสามารถฝึกการควบคุมตัวเอง หลังจากควบคุมการแปลงร่างได้แล้ว
 
 
รีไวปลดผ้าผูกคอออกขณะที่ลุกเดินผ่านชั้นหนังสือไปทางเตียงนอน แทบจะลืมไปแล้วว่ามีคนมาขอนอนด้วย คนที่สร้างความวุ่นวายให้กับเขาตั้งแต่เย็นตอนที่จู่ๆ ก็วิ่งพรวดพราดมายืนหอบแล้วบอกขอมานอนด้วย ไม่รู้ว่ามันคิดอะไรของมัน อยู่ๆ จะมากลัวการนอนคนเดียวในห้องใต้ดินก็ไม่น่าใช่ แต่ถึงอย่างนั้นตอนนี้เจ้าตัวกลับนั่งฟุบหลับไปกับหมอนที่เหมือนจะถือมาด้วยจากห้องอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว
 
 
ยืนดูเด็กเหลือขอที่หลับหัวโงนเงนอยู่กับหมอนระหว่างที่ปลดกระดุมเสื้อไปด้วย ไม่รู้ทำไมมันถึงไม่ยอมนอนดีๆ แต่ขนาดที่นั่งอยู่แบบนี้ยังหลับได้ การฝึกวันนี้ที่แปลงเป็นไททันสองครั้งติดกันท่าทางจะหนักเอาการ
 
 
เผลอเดินเข้าไปใกล้อีกอย่างไม่รู้ตัวก็คล้ายกับเปิดโอกาสให้เด็กเหลือขอได้ใจ ร่างที่โงนเงนอยู่กับหมอนจู่ๆ ก็เหมือนกับเอนมาด้านหน้าอย่างไม่มีแรงฝืนตอนที่หลับสนิท น้ำหนักตัวคล้ายกับเทมาด้านหน้าทั้งหมด ศีรษะเอนมาพิงกับต้นขาเขาที่รองรับไว้อย่างพอดี
 
…อะไรของมัน…
 
 
จะเดินถอยหลังหนีออกมาก็กลัวเด็กเหลือขอนี่จะหัวทิ่มลงพื้น รีไวเลยได้แต่ยืนเฉยยอมให้ต้นขาเป็นที่พักของศีรษะที่เอนมาพิง และอยู่นิ่งอยู่แบบนั้นระหว่างที่เจ้าของหัวหนักๆ นี้หลับไม่รู้เรื่อง คงจะโรแมนติกเหมือนคู่รักถ้าหากศีรษะของคนหลับพิงอยู่กับไหล่ แต่เขากับเจ้าเด็กนี่ไม่ใช่คนรัก และตอนนี้เขาก็กำลังจะไปอาบน้ำ
 
 
สองมือประคองศีรษะของเด็กขี้เซาเอาไว้ระหว่างที่เขาค่อยๆ ก้าวขาออก ถอยหลังจากศีรษะของคนหลับที่อยู่ๆ ก็เอนมาพิงอย่างถือสิทธิ์ ถ้ามันไม่ได้หลับอยู่คงจะสวนแข้งอัดเข้าที่ช่องท้องให้จุกลุกไม่ขึ้นแล้ว แต่เพราะเห็นว่าเหนื่อยจากการฝึกมาทั้งวัน และตอนนี้ก็คือเวลาที่ควรได้พักผ่อน จึงได้เพียงก้าวถอยหลังออกมา และปล่อยให้คนหลับคอพับคอ่อนนั่งสัปหงกต่อไประหว่างที่เขาออกจากห้องไปอาบน้ำ
 
 
 
 
 
 
เปิดประตูกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง หลังจากขับไล่ความเมื่อยล้าตลอดทั้งวันออกไปกับสายน้ำ รู้สึกได้ว่าร่างกายทุกส่วนสะอาดพร้อมสำหรับการพักผ่อนยามค่ำคืน ให้ร่างกายได้ฟื้นฟูพลังที่เสียไปกับการออกแรงมาทั้งวัน แต่ผมที่เปียกน้ำยังไม่แห้งดีทำให้อาจต้องเสียเวลาอีกสักหน่อยเพื่อเช็ดผมจนแห้ง ผ้าขนหูที่พาคอเอาไว้ถูกทำหน้าที่ของมันขณะที่เจ้าห้องเดินผ่านโต๊ะทำงาน ก้าวยาวๆ มาทางเตียงนอน เห็นเด็กที่หลับอยู่กับหมอนยังคงโงนเงนอยู่ในท่าเดิม
 
 
พ่นลมหายใจออกมาเบาๆ อย่างสงสารคนนอนหลับไม่สบาย จะปลุกให้ตื่นก็กลัวจะทำให้นอนไม่หลับอีกทั้งคืน เลยได้แต่เดินมานั่งลงที่ขอบเตียงใกล้ๆ เด็กเหลือขอ มองดูศีรษะที่โงนเงนไปมาระหว่างที่เขาเช็ดผมไปเรื่อยๆ
 
 
ไม่รู้ว่าตอนที่หลับนี้จะกำลังฝันอยู่หรือเปล่า ถ้าหลับตาลงแล้วนอนฝันจะเป็นฝันดีหรือร้าย เด็กชายวัยสิบห้าปีที่เจอเรื่องเลวร้ายตั้งแต่อายุสิบขวบ ต่อสู้ดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากความตาย ทุ่มเทฝึกฝนตัวเองจนได้เข้าหน่วยทหาร ตั้งแต่ก่อนจะเข้าสังกัดหน่วยสำรวจก็เจอเรื่องราวร้ายๆ มานับไม่ถ้วน แม้แต่ตอนนี้ก็ยังต้องฝึกหนักต่อสู้เพื่อควบคุมพลังของสิ่งมีชีวิตอีกเผ่าพันธุ์หนึ่งในร่างกายตัวเอง
 
 
เอื้อมมือไปจะลูบศีรษะที่ยังเอียงไปมาไม่ยอมนิ่ง แต่จู่ๆ หัวหนักๆ นั้นกลับเอนมาพิงที่ข้างขาเขาก่อนที่จะทันได้เอื้อมมือไป เหมือนเป็นแรงดึงดูดที่ พอมีอะไรมาอยู่ใกล้เป็นต้องเอนหัวมาพิง หรือความจริงแล้วเจ้าเด็กนี่จะชอบใจขาเขาเป็นพิเศษตั้งแต่ตอนที่โดนอัดมันจนน่วมครั้งนั้นก่อนจะรับมาอยู่หน่วยสำรวจ แต่จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามตอนนี้ขาเขากำลังขยับไม่ได้อีกครั้ง เพราะหัวหนักๆ นี้พิงลงมาอีกรอบ โดยหมอนที่มันถือมาด้วยนั้นกลับเอาไปกอดแทนที่จะใช้หนุนนอน
 
…ปล่อยมันก็แล้วกัน…
 
 
ใจดีให้คนขออาศัยห้องนอนไม่พอ ยังอาศัยข้างตักเขาพิงแทนหมอน ยอมให้ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น ไม่มีครั้งต่อไปแล้วสำหรับเด็กเหลือขอที่ถือหมอนมาแต่ไม่ยอมนอนดีๆ
 
 
 
 
เมื่อผมเริ่มแห้งก็ปล่อยผ้าขนหนูพาดไว้กับไหล่แล้วเอนหลังทิ้งลงบนเตียงกว้าง หมอนสำหรับหนุนยังคงวางอยู่ทางหัวเตียง และเขาก็ไม่อยากเอื้อมมือไปหยิบมาหนุนขณะที่กำลังนอนตามขวางของเตียงทั้งยังมีเด็กเหลือขอนั่งหลับพิงข้างตักเขาอยู่ ลองนอนแบบนี้ดูบ้างก็แล้วกัน แต่แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น
 
 
ไฟในตะเกียงดับลงพร้อมกับที่ความมืดมิดเข้าปกคลุมห้องสี่เหลี่ยมที่คุ้นเคย ภาพสลัวของเพดานห้องปรากฎให้เห็นเหมือนทุกครั้งก่อนจะหลับลึกลงสู่การพักผ่อน แต่สิ่งที่ต่างออกไปในคืนนี้ คือไม่มีหมอนหนุนขณะที่นอน และที่ข้างต้นขายังรู้สึกหนักเมื่อมีศีรษะของใครอีกคนพิงอยู่ ถึงจะรู้สึกไม่สบายตัวเหมือนทุกครั้งแต่กลับทำให้เขาหลับตาลงผ่อนคลายกว่าทุกคืน
 
 
 
 
 
 
รู้สึกตัวขึ้นหลังจากที่ได้นอนหลับเต็มตื่น แม้จะรู้สึกเมื่อยตึงต้นคอไปข้างหนึ่ง แต่เอเลนก็รู้สึกว่าได้นอนเต็มอิ่ม กระพิบตาถี่ๆ สู้แสงที่ส่องเข้ามาอย่างไม่คุ้นเหมือนทุกเช้า ก็ทำให้รู้สึกตัวได้ว่าเมื่อคืนเขาไม่ได้หลับที่ห้องของตัวเองที่ชั้นใต้ดินเหมือนเคย แต่เขามาขอนอนที่ห้องของหัวหน้ารีไว
 
 
นึกได้ก็รีบกระเด้งตัวขึ้นนั่งหลังตรง พอมองกลับไปยังที่ศีรษะเขาเอนขึ้นมา หัวใจก็หล่นวูบลงไปอยู่ในท้อง เขานอนพิงต้นขาของหัวหน้ารีไวอยู่ทั้งคืน นี่คือความจริงเพราะหัวหน้ารีไวไม่ได้นอนบนเตียงแบบปกติ กลับนอนอยู่บนเตียงตามขวาง ขาพาดอยู่ตรงขอบเตียงให้เขาได้พักพิงขณะที่หลับไม่รู้ตัว หมอนที่อุตส่าห์ถือมาด้วยกลับไม่ถูกใช้ประโยชน์ เอามาเพียงแค่กอดไว้ทั้งคืนเท่านั้น
 
 
ปล่อยให้หัวใจเต้นเป็นจังหวะหน่วงๆ ที่ช่องท้องสักพักจนรู้สึกว่ากลับไปอยู่ในอกข้างซ้ายเหมือนเดิม จึงได้ค่อยๆ วางหมอนลงข้างตัวและชะโงกตัวขึ้น แอบมองหัวหน้ารีไวที่ยังนอนหลับอยู่บนเตียง ใบหน้าที่หลับไหลนั้นกำลังนอนหลับตาอยู่อีกฟากหนึ่งของเตียง เขาปล่อยให้ช่วงเวลาหนึ่งคืนผ่านไปอย่างที่ไม่ได้ใช้ให้คุ้มค่าเลย
 
 
คิดได้อย่างนั้นก็กลืนน้ำลายเหนียวลงคอแบบคนที่กำลังจะมีความผิด หันกลับมายันตัวลุกขึ้นค่อยๆ เดินอ้อมไปอีกฝั่งของเตียงอย่างเงียบเชียบที่สุด พยายามก้าวช้าๆ ไม่ให้มีเสียงที่อาจทำให้หัวหน้าตื่น พอเข้าไปใกล้ก็รีบลงไปนั่งคุดคู้แบบกลัวจะโดนจับได้ก่อนจะค่อยๆ ยันตัวขึ้นช้าๆ ตรงตำแหน่งขอบเตียงอีกฝั่งใกล้กับที่ศีรษะของหัวหน้านอนอยู่
 
 
เกาะขอบเตียงแล้วก็ชะโงกตัวขึ้นไปแอบดูหน้าตอนหลับของหัวหน้ารีไว ไม่แปลกที่จะรู้สึกหัวใจในอกเต้นรัวอีกครั้งเมื่อมองดูใบหน้าที่ผ่อนคลายยามได้พักผ่อนของคนที่เหมือนจะทำหน้าเครียดจนคิ้วขมวดอยู่ตลอดเวลา แต่ตอนนี้ดวงตาของหัวหน้ากำลังปิดสนิท และคิ้วก็ไม่ได้ผูกกันเป็นปมเหมือนเคย ใบหน้าดูผ่อนคลายขณะที่กำลังหายใจเข้าออกช้าๆ อย่างสม่ำเสมอ
 
…ได้เห็นแล้ว ใบหน้าที่ไม่เครียดของหัวหน้า…
 
 
จ้องมองอยู่แบบนั้นจนคล้ายกับละสายตาไม่ได้ ใบหน้าของคนที่เคร่งเครียดอยู่เสมอยามที่นอนหลับกลับดูผ่อนคลายเสียจนทำให้เขาเหมือนจะจมลึกตามลงไปสู่การพักผ่อนในห้วงนิทรานั้น
 
 
แต่จู่ๆ ดวงตาที่เคยปิดสนิทอยู่ตอนหลับกลับลืมขึ้นมาจ้องประสานกับเขา สะดุ้งตกใจจนเกือบจะผงะหนี แต่ก็ทำได้เพียงแค่คิด ในเมื่อถูกคนที่เพิ่งตื่นหยุดการหลบหนีของเขาเอาไว้ด้วยสองมือที่ประคองใบหน้าเอาไว้อยู่ไม่ให้เคลื่อนตัวหลบกลับลงไปที่ข้างเตียงได้
 
 
“ทำอะไรของแก”
 
 
แอบทำแต่ก็โดนจับได้เสียแล้ว เอเลน เยเกอร์ กำลังมีความผิดข้อหาแอบดูหัวหน้ารีไวตอนนอนหลับ จะตอบคำถามก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร จะหนีก็หนีไม่ได้ในเมื่อถูกล็อคตัวเอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้างของหัวหน้าที่กำลังจับหน้าเขาเอาไว้อยู่ในตำแหน่งที่เหมือนจะใกล้..เกินไป
 
 
หัวใจเต้นรัวเหมือนกำลังสูบฉีดเลือดอย่างหนัก และเหมือนกับกำลังสูบฉีดมารวมกันอยู่ที่ใบหน้า หวังว่าตอนนี้หัวหน้าจะไม่เห็นว่าหน้าเขาแดง และหวังว่ามือที่จับอยู่นั้นจะไม่รู้สึกถึงความร้อนที่เหมือนว่าหน้าเขาตอนนี้กำลังจะระเบิด ทั้งตกใจที่อยู่ๆ หัวหน้าก็ลืมตาขึ้นมา และทั้งใบหน้าที่อยู่ใกล้จนลมหายใจเป่ารดกันอยู่
 
 
นานสักพักกว่าอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นบนใบหน้าจะเริ่มคงตัว ระหว่างที่เขาไม่อาจละสายตาจากเจ้าของใบหน้าที่นอนอยู่ด้านล่างได้ ความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นในอกหน่วงไปถึงช่องท้อง คล้ายกับกำลังผลักดันให้เขาทำไปตามความรู้สึกอีกครั้ง ถ้าสมองไม่ห้ามเอาไว้ก่อน
 
 
“หัวหน้าปล่อยมือดีกว่าครับ”
 
 
แทนที่จะรอให้คนที่จับอยู่ปล่อยมือ กลับเป็นฝ่ายยกมือขึ้นจับมือของอีกคนออกจากใบหน้าตัวเอง แล้วรีบก้มหน้ามุดหนีซุกลงกับเตียง ทั้งที่ยังจับมือของคนที่กำลังทำให้หัวใจเต้นรัวหนักยิ่งกว่าเดิมจนคล้ายกับกำลังจะหลุดออกมาอยู่ด้านนอก
 
…ทำยังไงดี เขาควรทำยังไงดี…
 
 
 
 

– T B C –

 
 
 

x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x

 
 
แฮ่ -/////-
6.5 ที่มาแบบไม่ใช่ 16.5 (ฮาาาา…)
มาแบบที่เอเลนง่วงๆ หัวโอนไปเอนมาจนเรียกคะแนนสงสารจากเฮย์โจวผู้ใจดี
ขอมานอนห้องเขาแท้ๆ แต่ดันหลับก่อนซะได้ O.o?
 
 
เราอยากให้ความสัมพันธ์ของสองคนนี้ค่อยๆ ขยับไปทีละนิดค่ะ ^^
เริ่มจากค่อยๆ ได้อยู่ใกล้กัน มีเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดเป็นฉากมุ้งมิ้งออกมาแบบที่ทั้งเอเลนและเฮย์โจวไม่ได้ตั้งใจ
 
ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เฮย์โจวล้มตัวลงไปนอนทับเอเลนหลังจากแบกมาจากคอกม้า นั่นก็เป็นเพราะแบกมาจนเหนื่อยเลยขอเอนหลังหน่อย (ฮาาาา…)
 
หรือจะเป็นตอนที่ฝากเสื้อเอาไว้ตอนฝึกกับฮันซี่ แล้วตอนเอเลนรับเสื้อคืนก็มีได้มองตากัน
ตอนที่เอเลนอิจฉาเออร์วินกับฮันซี่อยู่ดีๆ แล้วรีไวเดินมานั่งลงข้างๆ แบบที่ใกล้กว่าทุกที
 
หรือแม้แต่ตอนที่เอเลนเข้าไปกอด ก็เป็นไปเองเพราะความที่เป็นห่วงกลัวว่าเฮย์โจวจะตาย และที่คนถูกกอดยอมให้กอดก็เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายร้องไห้หนัก
 
 
ช่างเป็นอะไรที่เบาบางมากกกก

Thank you for your comment ♥

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s