[Fic Attack on Titan] Uncontrollable #5 (Eren x Levi)


Title: Uncontrollable
Chapter 5 : แนวทางการฝึกที่เปลี่ยนแปลง
Author: Yaoyuay
Fandom: Attack on Titan
Pairing: Eren Yeager x Levi
Rating: PG-13
Warning: Yaoi
 
 
เพราะถูกขู่เอาไว้ไม่ให้มาสาย ร่างกายจึงเด้งจากเตียงโดยอัตโนมัติตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง แล้วรีบพาร่างของตัวเองไปอาบน้ำอย่างเร็วที่สุด ใช้เวลาแต่งตัวสวมชุดทหารพร้อมคาดสายรัดเสร็จภายในเวลาไม่ถึงห้านาที ตอนนี้เอเลน เยเกอร์พร้อมแล้ว เขาลงมานั่งอยู่ที่ห้องอาหารเป็นคนแรกก่อนที่จะได้ยินเสียงพวกนกร้องในตอนเช้าเสียอีก
 
 

เพราะหัวหน้ารีไวไม่ได้บอกเวลานัดที่แน่นอน การลงมานั่งรอแต่เช้าจึงเป็นสิ่งที่ควรทำที่สุด ถึงแม้ไม่รู้ว่าต้องนั่งรอนานเท่าไหร่ แต่ในเวลาที่ฟ้าเพิ่งเริ่มสว่างพร้อมกับที่พวกนกเพิ่งเริ่มจะบินออกจากรัง ก็ดูเหมือนจะเช้าเกินไป

 
 

หลังที่เคยเหยียดตรงในท่านั่งสง่างามของทหารเริ่มค่อยๆ งอลง ใบหน้าที่มองตรงไปข้างหน้าเริ่มก้มต้ำ และหัวก็เริ่มจะหนักขึ้นทุกทีเมื่อเวลาผ่านไปนานเสียจนแสงแดดที่ก่อนหน้านี้ยังหลบอยู่หลังเมฆหนากลายเป็นแสงจ้าในเวลาของตอนสาย สามชั่วโมงแล้วที่เขาลงมานั่งรอหัวหน้ารีไว นานเกินเสียจนไม่สามารถนั่งรอในท่าเรียบร้อยได้

 
 

เอเลนไถลตัวไปบนโต๊ะกินข้าว เกยคางลงบนโต๊ะไม้ตรงหน้าอย่างรู้สึกเบื่อ เพราะทหารส่วนใหญ่ออกไปสำรวจตั้งแต่เมื่อวานยังไม่กลับเข้ามา ห้องอาหารในวันนี้เลยเงียบกว่าทุกวัน หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จแล้ว เขาก็ไม่มีอะไรทำนอกจากนั่งรอหัวหน้ารีไว
ได้กลิ่นไม้ของโต๊ะกินข้าวตรงหน้าระหว่างที่เกยคางอยู่บนโต๊ะ เอียงศรีษะหันหน้าไปทางประตูทางเข้าของห้องอาหารหวังจะเห็นร่างเล็กของหัวหน้ารีไวเดินเข้ามา นานจนเผลอคิดไปว่าตาฝาด แต่หัวหน้ารีไวที่เดินผ่านประตูห้องอาหารเข้ามาพร้อมกับหัวหน้าหน่วยเออร์วิน และผู้บังคับหมู่ฮันซี่ไม่ใช่ภาพลวงตา ทั้งสามคนหยุดยืนคุยกันอยู่ที่ด้านหน้าประตูอยู่นานระหว่างที่เขากำลังมองอยู่บนโต๊ะไม้นี้

 
 

หัวหน้ารีไวตัวเล็ก เมื่อยืนอยู่ข้างทั้งสองคนนั้น สูงแค่ประมาณไหล่ของหัวหน้าหน่วยเออร์วิน ตัวเล็กกว่าผู้บังคับหมู่ฮันซี่อีก คิ้วทั้งสองข้างบนหน้าผากของหัวหน้ารีไวดูขมวดน้อยกว่าปกติ ไม่ได้มารวมกันจนแทบจะผูกเป็นปมเหมือนเดิม ทั้งสามคนน่าจะรู้จักกันมานานถึงได้ดูพูดคุยกันอย่างสนิทสนมด้วยท่าทางสบายๆ เวลาที่ไม่ต้องสั่งการทหารคนอื่น

  

…ใกล้จัง…

  

หัวหน้าเออร์วินยื่นเอกสารให้หัวหน้ารีไว แล้วผู้บังคับหมู่ฮันซี่ก็ยื่นหน้าเข้ามาอ่านพร้อมกัน

  

…ได้แตะไหล่ด้วย…

  

หัวหน้ารีไวเงยหน้าขึ้นคุยกับหัวหน้าหน่วยเออร์วิน และหน่วยหน้าหน่วยก็เหมือนกับจะก้มหน้าลงมานิดนึง

 
 

…ใกล้เกินไปแล้ว…

 
 
 
 

รู้สึกเมื่อยคอที่นอนเอียงศีรษะมองทางนั้นอยู่นาน เอเลนเลยตัดสินใจหันหนีไปมองภาพกำแพงอีกทาง หันหลังให้กับภาพของหัวหน้าทหารทั้งสามคน

 
 

…ถ้าเขาได้ใกล้หัวหน้ารีไว แบบนั้นบ้าง…

 
 

ที่รู้สึกเมื่อยคอนั่นเป็นข้ออ้างกลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเอง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าขณะมองดูหัวหน้าทหารทั้งสามพูดคุยกันอย่างสนิทสนม นอกจากความเคารพนับถือในตัวผู้บังคับบัญชาแล้ว ยังมีอีกความรู้สึกเกิดขึ้นอย่างไม่มีที่มาที่ไป

 

…เหมือนเด็ก ที่กำลังอิจฉา

 

แต่ก็ทำอะไรไม่ได้…

 
  
 

“การรอชั้นมันทำให้แกถึงกับแสดงท่าทางน่าเบื่อแบบนี้ออกมาเลยหรือไง”

 

เสียงของคนที่แอบมองอยู่เมื่อครู่ดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้เอเลนรีบกระเด้งศีรษะขึ้นจากโต๊ะแทบจะในทันที

 
 

“มะ..ไม่ใช่นะครับ!”

 
 

รีบหันกลับมาเปลี่ยนท่าทางเป็นนั่งตัวตรง และกำลังจะลุกขึ้นยืนแสดงความเคารพถ้าหัวหน้ารีไวไม่นั่งลงข้างๆ ก่อน

 
 

“เพราะยัยบ้าไททันไปด้วยพวกชั้นเลยกลับมาช้า”

 
 

ถ้าไม่ได้คิดไปเอง เหมือนหัวหน้ารีไวจะนั่งลงข้างเขาในระยะห่างที่ใกล้กว่าทุกที หัวใจก็กระตุกเป็นจังหวะแปลกๆ ให้กล้ามองหน้าในระยะประชิด

 
 

เผลอเม้มปากอย่างไม่รู้ตัวอีกครั้งเมื่อได้อยู่ใกล้ รู้สึกวูบไหวในช่องท้องเหมือนตื่นเต้นแปลกๆ เมื่อรู้สึกว่าระยะที่แขนห่างกันประมาณคืบนี้ใกล้เคียงกับภาพของหัวหน้าทหารทั้งสองคนที่เขามองเห็น แต่ก็ยังอยากที่จะรุกล้ำเข้าไปหา ให้มากกว่าทุกคนที่เคยเข้าใกล้

 
 

“ไปเตรียมม้าได้แล้วเราจะออกไปฝึกด้านนอกกำแพงกันเหมือนเเดิม”

 
 

“ครับ!”

 
 

หยุดความรู้สึกเอาไว้ที่แค่อยาก แล้วรีบดีดตัวขึ้นจากเก้าอี้ ละจากระยะห่างที่แคบลงนั้น ปล่อยความต้องการให้ปั่นป่วนอยู่ในช่องท้องโดยหวังจะให้เขาได้มีโอกาสแบบครั้งนี้อีก ยังคงนึกสงสัยและไม่เข้าใจสิ่งที่ตัวเองกำลังรู้สึกขณะที่ก้าวยาวๆ วิ่งไปตามทางเดินที่ปูด้วยอิฐ ตรงไปยังคอกม้า และปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา

 
  
  
 

ภาพทิวทัศน์นอกกำแพงกว้างไกลสุดสายตาปรากฎให้เห็นอีกครั้ง ลมเย็นพัดโชยมากระทบผิวหน้าให้รู้สึกผ่อนคลายขณะที่เอเลนควบม้าตามหลังหัวหน้ารีไวอยู่ในระยะห่างที่รักษาไว้ไม่ให้พลัดหลงเส้นทางการเดินทางไปยังสถานที่ฝึกเปลี่ยนไปจากวันแรก ไม่ใช่ทางไปป่าต้นไม้ยักษ์เหมือนอย่างเคย แต่กลับลัดเลาะไปตามเส้นทางที่คดเคี้ยว คล้ายกับกำลังมุ่งหน้าไปยังภูเขาที่มองเห็นอยู่ไกลๆ

 
 

สองข้างทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูงขึ้นอย่างหนาทึบ เป็นทำเลที่ได้เปรียบในการใช้ความสามารถของอุปกรณ์เคลื่อนที่สามมิติได้อย่างเต็มที่ อุปกรณ์จะถูกติดอยู่ข้างตัว พร้อมด้วยใบมีดที่ยังเหลืออยู่เต็มช่องเสียบ ไม่มีวี่แววของพวกไททันระหว่างที่เขา และหัวหน้ารีไวเดินทางผ่านเขตป่าคดเคี้ยวไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเส้นทางนั้นลาดชันขึ้นคล้ายกับกำลังเข้าสู่เขตเนินเขาที่มีต้นไม้ขึ้นหนากว่าทางลาดปกติ การจู่โจมก็เกิดขึ้นในทันที

 
 

พื้นดินสั่นสะเทือนขณะที่ฝ่าเท้าขนาดใหญ่ยักษ์นั้นย่ำกระทืบลงบนพื้นดินตอนที่พวกมันกำลังวิ่งมา จำนวนของพวกมันมีไม่ต่ำกว่าสิบตัว นำหน้ามาด้วยไททันประเภทที่พุ่งเข้าใส่มนุษย์อย่างที่ต้องการฆ่าให้ตายเพียงอย่างเดียว มือยาวปะป่ายมาข้างหน้าอย่างสะเปะสะปะไม่รู้ทิศทาง ไททันวิปริตกำลังพุ่งเข้ามาเล่นงานพวกเขาก่อนเป็นตัวแรก

 
 

เอเลนดีดร่างพุ่งตัวออกจากหลังม้าไปด้วยแรงส่งของอุปกรณ์เคลื่อนที่สามมิติที่สวมใส่อยู่ ร่างพุ่งแหวกไปในอากาศด้วยลักษณะการเคลื่อนไหวที่รวมแนวราบ และดิ่งเข้าด้วยกันไปในทิศทางที่ร่างเล็กพุ่งผ่านหน้าไปก่อนด้วยความเร็วที่เหนือกว่า โดยมีเป้าหมายคือสิ่งมีชีวิตร่างยักษ์ที่กำลังวิ่งมา

 
 

ไม่มีคำสั่งให้แปลงร่าง และเขาก็ไม่อยากเข้าสู้ด้วยร่างกายอันใหญ่โตแบบเดียวกับพวกมัน วันที่สวมเครื่องแบบเต็มยศ พร้อมด้วยผ้าคลุมสีเขียวปักตราปีกแห่งเสรีภาพที่กลางแผ่นหลัง เขาอยากจะร่วมสู้กับหัวหน้ารีไวในฐานะทหารของหน่วยสำรวจ ไม่ใช่ในฐานะไททัน

 
 

เบี่ยงร่างไปทางซ้ายตามแนวของลวดสลิงหลังจากที่ปลายฉมวกแหลมปักลงบนลำต้นไม้ ก่อนจะปลดปลายลวดกระตุกให้หัวแหลมๆ ของตะขอนั้นหุบลง และกระโดดขึ้นไปบนกิ่งก้านของต้นไม้สูง หลบการปะทะกับไททันวิปริตโดยตรงระหว่างรอคำสั่งการโจมตีจากหัวรีไว

 
 

ร่างเล็กพุ่งแหวกผ่านอากาศอ้อมไปด้านหลังตรงท้ายทอยด้วยความเร็วที่เพียงแค่กระพริบตา ร่างนั้นก็ฟาดฟันใบมีดเฉือนลงบนเนื้อตรงท้ายทอยตรงจุดตาย ทำให้ร่างใหญ่ยักษ์ของไททันวิปริตล้มลงกระแทกพื้นทั้งยืน ระเหยกลายเป็นไอความร้อนก่อนที่มันจะทันยกมือขึ้นมาตะปบปิดตรงท้ายทอยด้วยซ้ำ

 
 

เมื่อเห็นว่ามีร่างหนึ่งล้มลงพร้อมกับความตาย พวกมันตัวอื่นๆ ที่เหลือก็พากันจู่โจมเข้ามาพร้อมกันแทบจะทุกทิศทางเหมือนคล้ายกับรุมโจมตีเขาทั้งสองคน เอเลนกระโดดลงจากกิ่งไม้พุ่งตัวไปด้วยแรงส่งของแก๊สที่ด้านหลัง พร้อมสนับสนุนผู้เป็นหัวหน้าที่กลางอากาศ ใบมีดดาบที่กำอยู่ในมือแน่นตั้งแต่เมื่อครู่จนด้ามจับชื้นไปด้วยเหงื่อ ถูกยกขึ้นฟาดฟันตัดแขนของยักษ์ไททันที่พุ่งมาหมายจะคว้าร่างของทั้งเขาและหัวหน้ารีไวขาดสะบั้นร่วงลงพื้น

 
 

เหมือนความสนใจของมันเปลี่ยนไปอยู่กับแขนข้างที่ขาดนั้นแทนที่จะเป็นมนุษย์สองคนตรงหน้า เลยได้โอกาสให้เอเลนพุ่งตัวอ้อมไปด้านหลังลำคอ เฉือนเนื้อหนาๆ ตรงท้ายทอยนั้นออกด้วยความรวดเร็ว แต่ลึกพอที่จะจัดการจุดตายได้ในดาบเดียว

 

…ฆ่าไททันตัวที่สองได้ในฐานะหน่วยสำรวจ…

 
 

ความดีใจโถมเข้ามาเป็นกำลังให้เด็กหนุ่มรู้สึกคล้ายกับมีพลังบางอย่างขับเคลื่อนให้เขาพร้อมเผชิญกับการต่อสู้ตรงหน้า ยิงปลายฉมวกแหลมไปปักบนร่างไททันตัวที่อยู่ใกล้ พร้อมพุ่งตัวเข้าไปสนับสนุนหัวหน้ารีไวที่กำลังรับมือกับไททันสี่ตัวพร้อมๆ กัน ไม่เข้าไปใกล้จนเกะกะขัดขวางการเคลื่อนไหวอันรวดเร็วของหัวหน้า แต่เข้าไปเพื่อคอยระวังการโจมตีจากไททันตัวอื่น

 
 

ปักใบมีดดาบลงบนดวงตาข้างหนึ่งของไททันตัวที่กำลังเหยียบอยู่บนร่างของมัน ปิดกั้นการมองเห็นของดวงตาข้างหนึ่ง และก็รีบดีดตัวออกพุ่งหนีฝ่ามือใหญ่ยักษ์ที่กำลังจะตะปบลงมา เรียกร้องความสนใจให้มันละจากหัวหน้ารีไวขณะที่เขาพุ่งตัวขึ้นไปตั้งหลักบนกิ่งไม้ เมื่อได้จังหวะก็พุ่งตัวลงมาอีกครั้งตอนที่ยิงชมวกปลายแหลมปักลงบนท้ายทอยของมัน เคลื่อนไหวผ่านอากาศลงมาปักใบมีดกรีดเฉือนเนื้อบริเวณนั้นออก

 
  
 

การต่อสู้ดำเนินไปอีกไม่นาน ด้วยจังหวะการต่อสู้ที่คล้ายกับจะคาดเดาการเคลื่อนไหวกันได้ จึงทำให้เขาสามารถสนับสนุนให้หัวหน้ารีไวจัดการพวกไททันที่จู่โจมเข้ามาพร้อมกันได้อย่างรวดเร็ว อาจเป็นเพราะหลายครั้งที่เขาได้เฝ้าดูหัวหน้ารีไวต่อสู้ ทั้งในร่างมนุษย์และร่างไททัน เขาจึงสามารถจดจำการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและแม่นยำคล้ายกับร่ายมนตร์นั้นได้เกือบทั้งหมด

 
 

เท้าแตะพื้นพร้อมกับแรงส่งจากการเคลื่อนที่ในอากาศ ทำให้ร่างกายเซไปด้านหน้าแต่ก็พอจะทรงตัวไม่ให้ล้มได้ ร่างหอบโยนด้วยความเหนื่อยจากการเคลื่อนที่ในอากาศด้วยความเร็ว เคลื่อนไหวร่างกายแกว่งใบมีดดาบตัดเฉือนร่างกายของพวกไททันแบบที่ไม่เคยได้ต่อสู้ในรูปแบบของทหารประจำหน่วยเท่าไหร่นัก แต่กลับเป็นการต่อสู้แบบที่เขาอยากเข้าร่วมมากที่สุด

 

“แปลงร่างเป็นไททันซะ”

 
 

“ครับ?”

 

เป็นคำตอบรับที่ดูเหมือนจะทวนคำสั่งนั้นมากกว่า ระหว่างที่ยังคงหอบหายใจจนตัวโยน

 

เอเลนถึงกับทำหน้าเหวอเมื่อจู่ๆ ถูกสั่งให้ปฏิบัติตามแบบไม่มีการให้เตรียมตัวจากหัวหน้ารีไว ซึ่งตอนนี้กำลังปลดใบมีดเก็บเข้าช่องเสียบดาบ หลังจากไททันตัวที่เพิ่งโดนเฉือนท้ายทอยไปล้มตึงลงด้านหลังให้พื้นดินสั่นสะเทือน

 
 

ได้ยินเสียงของร่างกายใหญ่ยักษ์ที่กำลังระเหยกลายเป็นไอด้วยความร้อนสูงชัดเจนกว่าทุกครั้ง เมื่อความเงียบปกคลุมรอบตัวโดยไม่มีบทสนทนาใดๆ ต่อ และตัวเขาก็ไม่รู้เหตุผลในการแปลงร่างครั้งนี้ เมื่อไททันที่เข้าโจมตีถูกจัดการไปจนหมดแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถขัดคำสั่งได้

 
 

มือข้างที่ถนัดถูกยกขึ้นมาอย่างงงๆ ส่งเข้าหาริมฝีปากที่อ้าออกพร้อมกับกดฟันคมๆ ลงบนขอบมือบริเวณใกล้กับนิ้ว ขย้ำลงจงใจฝังเขี้ยวลงบนผิวหนังฉีกให้เนื้อแยกออกจนเป็นแผล เลือดซึมไหลเข้าปากสัมผัสปลายลิ้นเป็นรสชาติที่คุ้นเคย หวังจะให้ความเจ็บปวดที่แล่นผ่านเส้นประสาทมาเป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการแปลงสภาพเปลี่ยนเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกเรียกขานอีกชื่อหนึ่ง

 
 

เพียงแต่ครั้งนี้ก็เป็นเหมือนหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา ความเจ็บปวดจากบาดแผลที่เขาสร้างขึ้นไม่สามารถกระตุ้นให้เกิดการแปลงร่างได้ ร่างกายยังคงไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ แม้ว่าเขาจะยิ่งสร้างบาดแผลให้กับตัวเองมากขึ้นก็ตาม

 
 

เลือดสีแดงเปรอะไปจนทั่วฝ่ามือไหลผ่านลงมาตามแขน ริมฝีปากแดงฉ่ำไปด้วยสีของเลือดจากบาดแผลที่เลอะไปจนถึงปลายคาง เจ็บจนแทบขาดใจทุกครั้งที่ต้องกลั้นใจกัดซ้ำลงบนบาดแผลที่ยังไม่สมานตัวเอง เลือดยิ่งไหลออกมาจากขึ้นเหมือนกับความเจ็บปวดที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในร่างกาย

 
 

“อั่กก!…”

 

ห้ามเสียงเอาไว้ไม่ได้เมื่อความเจ็บปวดแล่นปราดจากฝ่ามือไปตามแขน เจ็บจนแทบทนไม่ได้แต่ก็ยังฝืนกัดซ้ำลงที่เดิม

 
 

“พอได้แล้ว”

 
 

ยั้งแรงกัดเอาไว้ได้ทันก่อนที่จะกัดลงบนฝ่ามือเพื่อสร้างบาดแผลใหม่ แทบจะไม่มีส่วนใดบนมือขวาที่ยังไม่มีบาดแผล และก็แทบจะไม่มีส่วนใดบนมือที่ยังไม่เปื้อนเลือดเช่นกัน

 
 

“ถ้าจู่ๆ ให้แปลงร่างเลยยังทำไม่ได้สินะ เหมือนเพื่อนทหารของแกจะควบคุมการแปลงร่างได้ดีกว่าแค่ทำให้ร่างกายเป็นแผลนิดเดียว”

 
 

ความทรงจำเมื่อครั้งที่วางแผนควบคุมตัวแอนนี่ย้อนกลับมาให้นึกไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงขั้นบันไดเชื่อมลงไปยังใต้ดิน เพียงแค่ของมีคมสะกิดให้นิ้วของแอนนี่เป็นแผล การแปลงร่างก็เกิดขึ้นในทันที หากเปรียบเทียบกับการฝึกเมื่อวานของผู้บังคับหมู่ฮันซี่ เขาก็แปลงร่างได้เพียงแค่โดนหนามของใบไม้นิดเดียวโดยที่เลือดยังไม่ออกด้วยซ้ำ

 
 

“แกต้องควบคุมการแปลงร่างให้ได้ในระดับนั้น หรือโดยที่ไม่ต้องสร้างบาดแผลให้กับร่างกาย เพียงแค่คิด ว่าจะแปลงร่าง”

 
 

แนวทางในการฝึกเริ่มชี้ขัดให้เห็นเป็นขั้นตอน หัวหน้ารีไวไม่ได้พูดถึงการอาละวาดระหว่างแปลงร่าง แต่เหมือนกำลังจะฝึกให้เขาสามารถควบคุมการแปลงร่างได้อย่างใจต้องการก่อนเป็นอันดับแรก

 
 

“ก่อนจะฝึกให้แกควบคุมตัวเอง ต้องฝึกให้แกควบคุมการแปลงร่างให้ได้ก่อน นี่คือข้อสรุปของแนวทางการฝึกที่พวกชั้นสามคนคุยกันเมื่อเช้าหลังจากส่งรายงานการฝึกวันที่สองของแก คนพวกนั้นดูไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่การฝึกของแกยังเหยาะแหยะเหลือเกิน”

 
 

“ขอโทษครับ…”

 

รู้สึกผิดที่ตัวเขาทำให้คนที่ให้โอกาสเขาต้องหนักใจ ไม่ใช่เพียงแค่หัวหน้ารีไวที่เป็นคนควบคุมการฝึกของเขา แต่รวมไปถึงผู้บังคับหมู่ฮันซี่ที่คอยแนะนำการฝึกให้กับเขา และหัวหน้าหน่วยเออร์วินที่เป็นคนหยิบยื่นโอกาสในการแก้ตัวให้กับเขา

 
 

“ถ้าสำนึกผิดก็หาทางทำอะไรสักอย่างซะ รอให้แผลที่มือหายแล้วค่อยฝึกกันต่อ”

 

ใบมีดในมือของหัวหน้ารีไวถูกปลดออกเก็บลงที่ช่องเสียบดาบ ก่อนร่างที่เคยยืนอยู่ตรงหน้าจะหันหลังเดินไปนั่งพิงกับต้นไม้ แขนทั้งสองข้างไขว้กันอยู่ตรงหน้าอก และจ้องมองมาทางเขาตลอดเวลาที่ปล่อยให้ความเงียบดำเนินอยู่นี้

 
 
 
 
การฝึกดำเนินมาจนถึงวันที่สาม ไม่รู้ว่าโอกาสที่เขาได้รับนี้จะสามารถยืดออกไปได้อีกนานเท่าไหร่ ถ้าฟังจากที่หัวหน้ารีไวบอกเวลาของเขาคงเหลืออีกไม่มากให้ยังได้หายใจอยู่ในร่างของมุษย์ ต้องหาทางทำอะไรสักอย่างแบบที่หัวหน้ารีไวบอกมืออีกข้างที่ยังไม่โดนกัดจนเป็นแผลถูกยกขึ้นมาเตรียมจะฝังเขี้ยวลง แต่ก็โดนรั้งเอาไว้ด้วยมือของคนที่เมื่อครู่ยังนั่งพิงต้นไม้อยู่
 
  
 

คอเสื้อถูกกระชากอย่างแรงจนร่างเขาโน้มต่ำลง ข้อมือซ้ายถูกยึดเอาไว้ไม่ให้เคลื่อนเข้าหาริมฝีปากและกดฟันคมๆ ลงได้ การเคลื่อนไหวทุกอย่างถูกหยุดไว้โดยสมบูรณ์

 

“ไม่ต้องกัดมือแล้ว ตามชั้นมา”

 

ร่างเล็กกว่ากระชากคอเสื้อเขาให้เดินตามไปอย่างทุลักทุเล ด้วยส่วนสูงที่ต่างกันทำให้เขาเหมือนจะหน้าทิ่มทุกครั้งที่หัวหน้ารีไวออกแรงกระชากให้เดินตาม

 
  
  
 

หัวหน้ารีไวพาเขาเดินแหวกผ่านดงไม้ที่ขึ้นอยู่หนาทึบมาตามทางที่รก และลาดชัน ลัดเลาะไปตามทางเดินแคบที่เหมือนไม่ใช่ทางที่ควรผ่าน หนามของต้นไม้บางชนิดที่เดินผ่านขูดเฉียดข้างแก้มให้เป็นรอยมีเลือดไหลซึมออกมา เดินผ่านดงไม้ที่กีดขวางไปค่อนข้างลำบาก และทุลักทุเลเมื่อถูกลากคอเสื้อไปตลอดทาง

 
 

หลุดพ้นดงไม้หนามมาได้ก็เป็นพื้นโล่งจนเผลอนึกไปว่าเขาหลุดออกมาอยู่อีกที่หนึ่งที่ไม่ใช่ป่ารกเมื่อครู่ พื้นดินแห้งแตกเป็นรอยคล้ายกับความแห้งแล้งจงใจเจาะจงเลือกให้มีเพียงแค่บริเวณนี้ที่ไม่มีต้นไม้สักต้นขึ้นอยู่เลย ทั้งที่มองเลยไปไม่ไกลที่ผ่านมายังเป็นป่าเขียวทึบ

 
 

ไม่ทันที่จะได้มองสำรวจสถานที่นี้ได้จนทั่ว ก็โดนกระชากคอเสืออย่างแรงอีกครั้ง หัวหน้ารีไวลากเขาให้เดินตามไป ขณะที่สายตายังคงปรับไม่ชินกับแสงแดดจ้าที่ส่องลงมาแผดเผาจนต้องหยีตา รู้สึกตัวอีกทีก็ถูกกระชากให้หมุนตัวหันไปอีกทาง กลายเป็นหัวหน้ารีไวเข้ามาประชิดตัวเขามากขึ้น และดันเขาให้เดินถอยหลังไปเรื่อยๆ

 
 

รู้สึกคล้ายกับพื้นดินที่เท้าอีกข้างกำลังจะก้าวถอยหลังไปนั้นสุดลง เอี้ยวคออหันกลับไปมองเห็นเป็นหุบเหวลึกที่เห็นเป็นเพียงความมืดที่ด้านล่าง แม้แต่แสงแดดจ้าที่แผดเผาลงมาก็ส่องไปไม่ถึง หัวหน้ารีไวกำลังจะทำอะไร มือนั้นยังคงกำคอเสื้อเอาเขาไว้แน่น แต่สิ่งที่ทำตรงข้ามกันคือมือนั้นก็กำลังออกแรงผลัก คล้ายกับจะดันร่างของเขาให้เอนลงไป

 
 

“หัวหน้าาาาครับ!!”
เอเลนแผดเสียงร้องหวังจะเตือนสติของผู้บังคับบัญชา เมื่อตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าสิ่งที่คนตรงหน้าเขาต้องการจะทำต่อไปคืออะไร แต่ร่างที่ก้าวประชิดเข้ามาเรื่อยๆ นั้นเดาได้เพียงอย่างเดียวคือ หัวหน้ารีไวกำลังจะทิ้งตัวเขาลงไปในก้นเหว

 
 

ไม่ทันที่สมองจะได้ประมวลผลมากกว่านี้ และไม่ทันที่เหงื่อแห่งความกลัวจะผุดออกมา มือที่เคยกำคอเสื้อเขาอยู่ก็ปล่อยออกอย่างรวดเร็วพร้อมกับผลักร่างของเขาให้หงายหลังลงไปกับอากาศ ร่วงลงสู่ความว่างเปล่าที่ไม่มีสิ่งใดรองรับอยู่นอกจากก้นเหว

 
 

แต่สิ่งที่แทบจะริดรอนลมหายใจของเขาออกไปพร้อมกับหัวใจที่เหมือนกับจะหยุดเต้นนี้ คือร่างของหัวหน้ารีไวที่ทิ้งตัวลงมาพร้อมกันด้วย

 
  
 

– T B C –
x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x
ฉึบ!! 
ตัดจบตอนอย่างปวดร้าวหัวใจ จะโดนคนอ่านไล่กระทืบมั้ยนะ
; w ; อย่าทำเค้าน้าาาาาา~
ตอนนี้มีฉากที่อยากเห็นอยู่คือเอเลน และเฮย์โจวสู้กับไททันด้วยกันในฐานะหน่วยสำรวจค่ะ
อยากเห็นเอเลนที่สามารถสนันสนุนเฮย์โวได้ ก็ได้มาเขียนสนองนี้ดตัวเองลงในฟิคแล้ว (ฮาาา..)
เหมือนจะตัดพีคความรู้สึกเอเลนในช่วงต้นตอนด้วยการตัดจบตอนอันแสนปวดร้าว..
พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ XD

Thank you for your comment ♥

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s