[Fic Attack on Titan] Uncontrollable #3 (Eren x Levi)


Title: Uncontrollable
Chapter 3 : หลังการฝึก
Author: Yaoyuay
Fandom: Attack on Titan
Pairing: Eren Yeager x Levi
Rating: PG-13
Warning: Yaoi
 
 
 

. . . . Uncontrollable : Intro
. . . . Chapter 1 : ความรู้สึกผิดบาปในใจ
. . . . Chapter 2 : การฝึกฝนที่เอาชีวิตเข้าแลก

 
 
 
 
 
 
ขณะที่เด็กหนุ่มเพิ่งหลุดออกจากร่างของไททันยังหมดสติอยู่บนหลังม้า หน้าที่ในการพาม้ากลับเข้าในคอกก็กลายเป็นของหัวหน้าทหารผู้เป็นความหวังของมนุษยชาติ ซึ่งนอกจากจะต้องควบม้ามาพร้อมกันทั้งสองตัวแล้ว ยังต้องคอยระวังไม่ให้ไอ้หนูนี้ไถลลงจากหลังม้าระหว่างทางที่ต้องพยายามเร่งความเร็วเพื่อเลี่ยงการต่อสู้กับพวกไททันเท่าที่ทำได้ ลำบากเอาการในการสู้กับพวกไททันที่เข้ามารุม ในขณะที่อีกคนยังนอนหายใจล่อพวกมันอยู่
 
 
นอกเหนือจากที่คาดเอาไว้แต่แรกอยู่มาก อย่างน้อยถ้าหมดแรงหลังจากแปลงเป็นไททันก็คิดว่ามันน่าจะยังพอขี่ม้ากลับเมืองได้ ต่อให้ไม่เหลือแรงสู้กับไททันระหว่างทาง ก็ยังดีกว่าให้เขาต้องหยุดม้าก่อนจะโผไปสู้กับพวกไททัน แล้วยังจะต้องคอยระวังไม่ให้ร่างที่อ่อนปวกเปียกอยู่บนหลังม้าโดนจับเข้าปากยักษ์ตอนที่กำลังเฉือนเนื้อตรงท้ายทอยของไททันตัวอื่น
 
 
ม้าคู่กายของหัวหน้าทหารหน่วยสำรวจกลับเข้าคอกไปแล้วเหลือแต่ม้าตัวที่เจ้าของยังนอนพาดอยู่บนหลังที่เขาคิดอยากจะเก็บทั้งม้าและเจ้าของกลับเข้าคอกไปพร้อมกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเดินเข้าไปใกล้หลังม้า และดึงร่างที่ยังนอนหมดสติอยู่มาพาดไว้กับหลังของเขาแทน
 
 
ร่างที่สูงกว่าถึงสิบเซ็นติเมตรอ่อนยวบยาบยามที่หมดสติ คอพับหน้าทิ่มอยู่ตรงไหล่ของคนปากร้ายใจดีอย่างไม่มีทีท่าว่าจะตื่น ความอ่อนล้าจากการใช้แรงกายต่อสู้กับพวกไททันทำให้แม้จะโดนจับพาดหลังแบบขอไปทีจนเท้าครูดลากไปกับพื้นระหว่างที่คนแบกเดินไปตามทาง ก็ยังคงนอนหลับสนิทเพื่อฟื้นฟูแรงกายที่เสียไป
 
 
ม้าทั้งสองตัวกลับเข้าคอกไปแล้ว ถัดจากคอกม้าคือพาตัวเอเลนกลับเข้าไปยังที่พัก ห้องนอนของเจ้าเด็กตัวปัญหายังเป็นที่ชั้นใต้ดินเหมือนกับครั้งก่อนที่เคยใช้ปราสาทเก่าเป็นฐานพัก ตั้งแต่ที่แปลงเป็นไททันในทีแรก คงไม่มีทางแล้วที่เจ้าเด็กนี่จะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นทางหน้าต่างห้อง และเขาขี้เกียจแบกมันกลับไปจนถึงห้องพักที่อยู่ชั้นล่างในส่วนที่ลึกสุดของที่พัก เลยตัดสินใจเดินเลี้ยวที่สุดบันไดข้างหน้า และตรงไปยังห้องพักของตัวเอง
 
 
 
 
 
 
ประตูไม้บานใหญ่ถูกเปิดออกพร้อมกับที่เจ้าของห้องเดินกลับเข้ามาด้านใน เหมือนกับเมื่อคืนที่มีแขกหมดสติไม่ได้รับเชิญมาด้วย แต่ครั้งนี้กลับเป็นเขาต้องแบกมาเอง ระหว่างทางที่เดินมา อยู่ดีๆ แขนอ่อนเปลี้ย ที่พาดอยู่บนไหล่ของเขา ก็เลื่อนตกลงไปอยู่ข้างตัวเหมือนเดิมทำให้เสียสมดุลย์ของส่วนสูงที่ต่างกัน เดือดร้อนให้เขาต้องคว้าแขนนั้นกลับขึ้นมาใหม่ และต้องจับแขนยาวๆ นั้นเอาไว้ตลอดทาง
 
 
หันหลังให้กับเตียงแล้วก็ปล่อยร่างที่อ่อนยวบยาบไม่รู้สึกตัวลงบนเตียงนุ่ม พร้อมกับทิ้งตัวลงไปด้วยกัน สัมผัสที่รู้สึกได้ผ่านแผ่นหลังไม่ใช่สัมผัสนุ่มของฟูกเหมือนเคย แต่เป็นสัมผัสที่อุ่นร้อนยามเมื่อผิวกายแนบชิดกัน สัมผัสอุ่นที่แผ่นหลังคล้ายกับตอนที่เขาแบกไอ้เด็กนี่มาจากคอกม้า แต่ตอนนี้กลับสบายกว่ากันมาก ไม่ต้องแบกน้ำหนักตัวของเอเลนไว้บนหลัง แต่ได้ทิ้งน้ำหนักของตัวเองลงบนร่างที่ปล่อยให้นอนหงายอยู่ด้านล่างโดยมีเขานอนทับอยู่
 
 
…ไม่ได้จงใจจะเอาคืนที่ต้องแบกร่างของเด็กเหลือขอที่มีส่วนสูงเกินอายุไปสักหน่อย
 
แต่คือการสั่งสอน เด็กที่ทำอะไรไม่ได้เรื่องไปเสียหมด…
 
 
 
นานจนกระทั่งสัมผัสได้ถึงแผ่นอกที่กระเพื่อมขึ้นลงตอนที่อีกคนหนึ่งหายใจ ศีรษะหนุนอยู่ตรงอกในตำแหน่งใกล้กับหัวใจเลยได้ยินเสียงการเต้นเป็นจังหวะของอวัยวะที่สำคัญสุดของร่างกาย เป็นสิ่งที่แสดงให้รู้ว่ามนุษย์เจ้าของหัวใจที่ยังสูบฉีดเลือดอยู่มีชีวิต
 
 
ไม่ใช่การตายที่สูญเปล่า ไม่ใช่การตายที่ไร้ค่า คำปฏิญาณที่เป็นเหมือนดั่งคำสาบานตอนที่มือตบลงบนอกข้างซ้ายตรงตำแหน่งของหัวใจในท่าทำความเคารพ พลทหารแห่งทีมสำรวจทั้งสี่คนที่สาบานว่าจะฝากชีวิตเอาไว้กับคำสั่งของเขา จนกระทั่งในการปฏิบัติภารกิจครั้งสุดท้าย
 
 
แม้จะผ่านมานานแต่เหตุการณ์ในวันออกสำรวจครั้งนั้นยังชัดเจนเป็นภาพติดตา เลือดเปื้อนร่างที่บิดเบี้ยวจนผิดรูปของคนคุ้นเคยทั้งที่มือทั้งสองข้างยังจับด้ามดาบเอาไว้แน่น ดวงตาที่เคยประสานมองมาด้วยความเคารพนั้นเบิกกว้างค้างอยู่อย่างหวาดกลัวแต่กลับเลื่อนลอย และผ้าสีขาวที่คลุมร่างของคนพวกนั้นเอาไว้
 
…ร่างที่ไม่มีเสียงการเต้นของหัวใจ…
 
 
 
เผลอปล่อยตัวเองให้ย้อนกลับไปหาอดีตอยู่นานจนตัดสินใจยันตัวขึ้นลุกยืนข้างเตียง ก่อนจะหันกลับไปมองร่างที่ยังนอนสลบไม่ได้สติ ใบหน้าที่หลับอยู่อย่างอ่อนเพลียนั้นแทบไม่เหลือร่องรอยของของเนื้อเยื่อที่เคยเป็นสีแดงๆ ที่ข้างแก้มแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาเพิ่งดึงตัวออกมาจากท้ายทอยของร่างไททัน ยังเห็นเป็นรอยอย่างชัดเจน ฟื้นฟูร่างกายได้รวดเร็วเสียจนน่าตกใจ
 
…แบบนี้ถ้าเขาต้องฆ่าเอเลนจริงๆ
 
ต้องฆ่าด้วยวิธีไหน ร่างกายนี้ถึงจะฟื้นฟูตัวเองไม่ได้…
 
 
 
 
 
 
“เฮ้ รีไว”
 
เสียงเรียกของเพื่อนทหาร เรียกให้รีไวหันไปทางที่มาของเสียง ฮันซี่กำลังโบกมือเรียกให้เขาไปหาทางโต๊ะอาหารที่อยู่ถัดไปไม่ไกล
 
“การฝึกวันนี้เป็นยังไงบ้าง”
 
คำถามทั่วไป แต่พอคนถามคือทหารหญิงผู้คลั่งไคล้ไททันเป็นชีวิตจิตใจ ดวงตาเป็นประกายหลังแว่นกรอบสี่เหลี่ยมนั้น แสดงถึงความหวังอันแรงกล้าจากคำตอบของเขา
 
 
“ยังไม่มีอะไรน่าพอใจ”
 
คนขี้รำคาญตอบสั้นๆ ก่อนจะเริ่มตักอาหารในจาน ยังไงแล้วหลังจากการฝึกทุกวันก็เป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องเขียนรายงานให้เออร์วิงส่งไปที่ราชสำนัก และแน่นอนว่าคนที่เกี่ยวข้องในแผนการฝึกของเอเลนต้องได้อ่านรายงานการฝึก รวมถึงยัยบ้าไททันที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้
 
 
“ยังแปลงร่างตามที่ตั้งใจไม่ได้ใช่มั้ย”
 
อาหารเย็นที่ยังเหลืออยู่กว่าครึ่งจานแทบจะถูกลืมในทันที เมื่อตอนนี้สิ่งที่น่าสนใจกว่าอาหารในจานกำลังจะถูกถ่ายทอดออกมาจากปากของคนตรงหน้า
 
ไม่มีอะไรน่าเสียดายไปกว่าการที่พลาดสังเกตุการณ์การฝึกของเอเลนอีกแล้ว น่าตื่นเต้นจนยากจะควบคุมอาการไม่ให้แสดงออกพอรู้ว่าเออร์วิลตัดสินใจให้ต้องฝึกเอเลนอย่างจริงจัง เพราะต้องไปทำภารกิจอื่น เลยหาโอกาสได้ยากที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการฝึก แต่ถึงอย่างนั้นก็ขออนุญาตเออร์วิลเอาไว้แล้ว ถ้าหากว่ามีเวลาว่าง ก็จะร่วมในการฝึกนี้ด้วย
 
 
พอเห็นคนที่กำลังตักซุปเข้าปากพยักหน้าตอบ ฮันซี่ก็รีบถามต่อแทบจะในทันที
 
“แล้วทำยังไงเอเลนถึงแปลงร่างได้หล่ะ”
 
 
จงใจเคี้ยวข้าวคำที่เพิ่งตักเข้าปากอยู่นานกว่ารีไวจะกลืนผ่านลำคอลงไป ฟันกรามทำงานเกินหน้าที่บดอาหารละเอียดจนกระเพาะแทบไม่ต้องย่อยอีก สังเกตปฏิกิริยาคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามก็กระสับกระส่ายคล้ายกับทนรอฟังคำตอบแทบไม่ไหว และคำตอบจากเขาก็เหมือนจะช้าเหลือเกิน
 
“ชั้นลองกดดันไอ้หนูนั่นแบบที่ตั้งใจจะฆ่ามันจริงๆ”
 
 
“ห๊าาาาาาาาาา!!!!——“
 
ฮันซี่แผดเสียงร้องลั่น กระแทกปลายด้ามช้อนกับส้อมที่ถืออยู่ในมือทั้งสองข้างลงบนพื้นโต๊ะจนเป็นรอย ยื่นหน้าข้ามโต๊ะมาจนสุดตัว จ้องมองเขาด้วยใบหน้าตกตะลึงสุดขีด ในขณะที่ทหารคนอื่นในหน่วยก็มองมาที่เธอด้วยใบหน้าที่ตกตะลึงสุดขีดไม่แพ้กัน
 
 
แต่ดูเหมือนทุกคนจะชินกับปฏิกิริยาแบบนี้จนเหมือนเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว พอรู้ว่าที่มาของเสียงร้องเหนือมนุษย์นั้นคือผู้บังคับหมู่ฮันซี่ เพียงไม่นานเหตุการณ์ก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติ แต่คนที่ไม่ปกติยังคงจ้องหน้าถลึงตาใส่รีไวอยู่เหมือนเดิม
 
“แล้วเป็นยังไง”
 
 
เหมือนไปกระตุ้นต่อมคลั่งไททันของผู้บังคับหมู่อย่างจัง ความกระหายอยากรู้ในเรื่องไททันแฝงอยู่ในน้ำเสียงที่ที่เพี้ยนไปคล้ายกับกำลังหัวเราะ และครางแปลกๆ ในลำคอไปพร้อมกัน ลำพังแค่รู้ว่าจะมีการฝึกพิเศษให้กับเอเลนก็แทบจะรื้อทฤษฎีไททันที่บันทึกโดยฮันซี่ออกมาบรรยายเสียเกือบหมด ทางที่ดีถ้าไม่อยากให้บทสนทนานี้ยืดยาวออกไปยันเช้า เขาควรจะรีบตัดบท
 
“หมดแรงง่ายกว่าที่คิดไว้”
 
 
คำตอบสั้นๆ ทิ้งเป็นปริศนาให้กับผู้บังคับหมู่ผู้คลั่งไคล้ไททันแทบจะดิ้นตาย มือสองข้างที่กำช้อนส้อมอยู่เริ่มสั่น และบีบแน่นจนแทบจะกลืนด้ามช้อนลงไปในฝ่ามือแทนเรื่องที่รีไวควรจะเล่าต่ออย่างละเอียด เสียงครางในลำคอเริ่มเริ่มดังชัดขึ้นเป็นจังหวะตามการหายใจ
 
“เดี๋ยวสิรีไว เธอค่อยๆ เล่าสิ”
 
 
ปฏิกิริยาที่แสดงออกอย่างเปิดเผยเร่งเร้าให้เขาควรจะเล่าต่อ แต่รีไวกลับเลี่ยงโดยการตักซุปเข้าปากต่อโดยที่ไม่ได้พูดอะไร หยิบขนมปังขึ้นกัดอย่างไม่รีบร้อน ในขณะที่อีกคนยังคงรบเร้าเขาต่อไม่เลิกลา
 
“ชั้นจะกลับห้องแล้ว ไอ้หนูนั่นยังนอนไม่ฟื้น เธอรออ่านจากรายงานแล้วกัน”
 
 
“เอ๋——!!!!?”
 
ฮันซี่แผดเสียงร้องลั่นอีกครั้ง ยกสองมือขึ้นกุมศีรษะพร้อมกับลุกยืนขึ้น ทุกสายตาจับจ้องมาที่เธออีกครั้งก่อนจะหันกลับไปเหมือนเดิม ผู้บังคับหมู่แสดงปฏิกิริยาแปลกๆ ติดกันสองครั้งก็ยังคงเป็นเรื่องปกติ
 
 
ไม่อยากจะเสียเวลาการเขียนรายงานกับเสียงร้องโหยหวนนั้น จึงปล่อยให้ฮันซี่ร้องโวยวายเต้นไปมาอยู่ข้างก้าอี้แบบนั้น แต่ขณะที่เขากำลังเก็บถาดอาหาร และจะลุกจากโต๊ะไป ก็โดนดึงแขนเอาไว้ก่อน
 
 
“เดี๋ยวก่อนสิ! รีไว”
 
เสียงน่าสยดสยองนั้นรั้งเขาไว้อีกครั้ง คงเลี่ยงไม่ได้ถ้าต้องเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด อาจจะไม่ได้แย่อย่างที่คิด มองในแง่ดีคือเขาได้ทบทวนเหตุการณ์ในการฝึกวันนี้ก่อนลงมือเขียนรายงาน แต่ในแง่ร้ายคือเขาอาจโดนยัยบ้าไททันนี่ซักไซ้จนถึงเช้า
 
“เอาข้าวไปให้เอเลนด้วย ยังไม่ได้กินอะไรเลยไม่ใช่เหรอ”
 
 
 
 
 
รีไวเปิดประตูกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งพร้อมกับถาดอาหารที่ฮันซี่ฝากมา คิดว่าเด็กเหลือขอน่าจะยังนอนอยู่บนเตียงเหมือนเดิมในสภาพที่หมดแรงจนดูไม่จืด แต่ภาพที่เขาเห็นกลับเป็นเตียงนอนว่างเปล่า ผ้าปูเตียงที่ยับย่นเล็กน้อยเมื่อตอนที่ทิ้งตัวลงไปพร้อมกับเอเลนกลับเรียบตึงเสียจนน่าแปลกใจ คล้ายกับเพิ่งถูกดึงจัดให้เรียบเหมือนตอนก่อนที่เขาจะออกไปนอกกำแพง แต่พอมองเลยไปยังปลายเตียงถึงได้เห็น คงจะเป็นฝีมือของเจ้าเด็กที่ลงมานั่งเรียบร้อยอยู่บนพื้นข้างเตียงนี่
 
 
“ขอโทษครับ ผมจัดเตียงหัวหน้าเหมือนเดิมแล้ว”
 
เอเลนรีบสารภาพเมื่อเห็นคนที่เพิ่งเข้ามาในห้องมองมาที่ตัวเอง ทำอะไรแทบไม่ถูกตอนที่รู้สึกตัวแล้วพบว่าตัวเองมาอยู่ในห้องเดิมเช่นเดียวกับเมื่อเช้า ต่างกันที่ไม่ได้นอนอยู่บนพื้นเย็นๆ เหมือนเดิม แต่กำลังนอนแผ่สบายอยู่บนเตียงของหัวหน้ารีไว
 
รีบพรวดพราดลงมานั่งอยู่บนพื้นก่อนที่ประตูห้องจะถูกเปิดออกโดยเจ้าของห้องที่ไม่อยู่ พอมองไปที่เตียงเห็นผ้าปูย่นยับเป็นรอยตรงที่เขาเคยนอน ก็รีบลุกขึ้นไปตีงให้เรียบตึง จัดจนเรียบร้อยไม่ให้มีร่องรอยของการนอนเหลืออยู่
 
 
“ใครให้แกจัด”
 
 
“ขอโทษครับ ”
 
คำขอโทษซ้ำๆ ถูกเอ่ยจากปากของคนที่กลัวตัวเองจะมีความผิด ไม่รู้ตัวเขาไปนอนอยู่บนเตียงของหัวหน้ารีไวได้อย่างไร และไม่รู้ว่าหัวหน้าอนุญาตให้เขาขึ้นไปนอนหรือเปล่า ที่แน่ๆ ตอนนี้สิ่งที่กลัวที่สุดคือเท้าหนักๆ ของหัวหน้าจะฟาดลงมาที่หน้าหรือท้องให้เจ็บจนจุกเหมือนกับครั้งก่อน
 
“ผมตื่นอยู่บนเตียงหัวหน้า เลยรีบลุกลงมา แล้วก็จัดเตียงให้เหมือนเดิมครับ”
 
รีบเล่าเหตุการณ์ต่ออย่างรวดเร็วเพื่อให้ตัวเองพ้นผิด ก้มหน้าลงกับพื้นและเผลอยกมือขึ้นมาเตรียมรับลูกเตะหนักๆ ที่อาจจะกำลังแหวกผ่านอากาศมาฟาดที่หน้าเขา แต่กลับเป็นถาดอาหารที่ถูกวางลงข้างๆ ตัวแทน
 
 
“ฮันซี่ฝากข้าวมาให้แก กินซะ”
 
หลังจากวางถาดอาหารลงบนพื้นข้างตัวคนที่ยังนั่งคุกเข่าอยู่ในท่าแปลกๆ ก่อนที่เจ้าของห้องจะเดินไปเปิดม่านหน้าต่างใกล้กับโต๊ะทำงานให้แสงสว่างจากภายนอก และภาพของบ้านเรือนตอนกลางคืนช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าที่เจอมาตลอดวัน ถึงแม้ว่าจะอยากพักเอนกายลงบนเตียงนุ่ม ที่ถูกผู้มาเยือนสองคืนติดกันจัดดึงจนผ้าปูที่นอนเรียบตึงอย่างเรียบร้อยก็ตาม แต่หน้าที่สำคัญของเขาในคืนนี้คือเขียนรายงานการฝึกของเอเลนให้เสร็จ เพื่อส่งให้กับทางราชสำนักในเช้าของวันพรุ่งนี้
 
 
เสียงช้อนกระทบจานข้าวให้ได้ยินเพียงแผ่วเบาบอกให้รู้ว่า เด็กเหลือขอที่นั่งอยู่ไกลออกไปทางปลายเตียงเริ่มตักอาหารในจานเข้าปาก ไม่มีบทสนทนาใดๆ ต่อจากที่เอเลนอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นตอนเขาไม่อยู่คล้ายกับสารภาพบาป และเสียงก๊อกแก๊กตอนที่ช้อนกับจานข้าวกระทบกันก็เบาลง ไอ้หนูนั่นน่าจะกินอิ่มแล้ว
 
 
“ผมเอาจานไปเก็บข้างล่างนะครับ”
 
 
“เดี๋ยว!”
 
มองตามร่างที่ถือถาดข้าวกำลังจะเปิดประตูออกจากห้อง ก็เผลอรั้งไว้ก่อนที่ร่างนั้นจะทันได้ปิดประตู ทำให้คนที่กำลังจะเดินไปแง้มประตูกลับเข้ามา
 
“กลับไปอาบน้ำแล้วมาที่ห้องนี้ ชั้นขี้เกียจลงไปปลุกแกตอนเช้า”
 
 
 
 
 
 
รีบก้าวเร็วๆ ตรงไปยังห้องพักของหัวหน้ารีไวที่เขาเพิ่งกลับออกมาเพื่อไปเก็บจานข้าว และอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ตั้งแต่เขาจำความได้และเริ่มอาบน้ำเอง นี่อาจเป็นครั้งแรกที่เขาใช้เวลาอาบน้ำนานที่สุดเพื่อทำความสะอาดร่างกายแทบจะทุกซอกมุม เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดใหม่ที่ไม่ค่อยได้ใส่ ตรวจสอบจนคิดว่าร่างกายของเขาตอนนี้น่าจะสะอาดที่สุดแล้ว เพราะเจ้าของห้องที่เขาต้องมาพักด้วยอีกคืนนี้ เป็นคนที่รักความสะอาดเป็นที่สุด
 
 
มาหยุดยืนที่ประตูไม้บานเดิมอีกครั้ง ดมเสื้อตัวเองยังคงได้กลิ่นหอมสะอาดอยู่จึงตัดสินใจเคาะประตูเพื่อขออนุญาตเข้าไปด้านใน
 
“ขออนุญาตครับ”
 
 
หลังจากได้ยินเสียงอนุญาตจากอีกฝ่ายดังผ่านประตูไม้บานใหญ่ตรงหน้าก็ค่อยๆ เปิดประตูแง้มออกก่อนจะก้าวเข้าไปในห้อง หยุดยืนเก้ๆ กังๆ อยู่หน้าประตูไม้บานที่เพิ่งปิดลงอย่างไม่รู้ว่าควรจะพาร่างตัวเองไปอยู่ตรงไหนของห้อง ก็พอดีกับที่เจ้าของห้องหันกลับมาจากชั้นหนังสือพอดี จึงได้มองร่างนั้นอย่างชัดๆ
 
 
หัวหน้ารีไวเองก็คงเพิ่งอาบน้ำเสร็จเหมือนกัน ชุดลำลองแบบที่เคยเห็นหัวหน้าใส่ไม่บ่อยนักในตอนกลางคืนมีผ้าขนหนูผืนเล็กๆ พาดอยู่บนไหล่ ทรงผมตัดสั้นที่ไถเกรียนตรงต้นคอเป็นทรงแปลกยามเมื่อเปียกน้ำหมาดๆ เหมือนเพิ่งสระผมมา ถึงแม้ว่าผ้าขนหนูบนไหล่นั้นจะใช้เช็ดผมที่เพิ่งสระมา แต่ก็ยังมีหยดน้ำเล็กๆ ให้เห็นอยู่ตรงปลายผมใกล้กับใบหู
 
 
ภาพของหัวหน้าในท่าทางสบายๆ ทำให้เขาเผลอมองอยู่นาน ไม่เคยเห็นหัวหน้ารีไวคนที่มักเข้มงวดอยู่เสมอในท่าทางผ่อนคลายตอนอยู่ในห้องส่วนตัว
 
 
“ชั้นจะนอนแล้ว พรุ่งนี้ชั้นต้องตื่นแต่เช้าไปส่งรายงานการฝึกของแก”
 
รีไวเดินกลับมาที่โต๊ะทำงาน พาดผ้าขนหนูผืนเล็กนั้นไว้บนพนักเก้าอี้ ก่อนจะเดินตรงไปยังเตียงนอนที่ถูกจัดเตรียมพร้อมไว้สำหรับการพักผ่อน
 
 
“เอ่ออ…ให้ผมนอนตรงไหนเหรอครับ”
 
เอเลนที่ยังยืนนิ่งอยู่หน้าบานประตูที่เดิมถามขึ้น เตียงของหัวหน้ากว้างพอแค่สำหรับคนเดียวนอน และหมอนสำหรับหนุนก็มีเพียงแค่ใบเดียวเช่นกัน
 
 
“แล้วเมื่อคืนแกนอนตรงไหนหล่ะ?”
 
คำถามที่ย้อนถามแทนคำตอบ ให้เอเลนเดินตรงไปยังข้างเตียงก่อนจะนั่งลงบนพื้นเย็นๆ ใกล้กับขาเตียงในตำแหน่งเดียวกับเมื่อคืน ไฟในตะเกียงถูกดับลงพร้อมกับที่เขาเอนตัวลงนอนบนพื้นอิฐเย็นๆ นั้น แผ่นหลังราบแนบไปกับพื้นก่อนที่ศีรษะจะสัมผัสได้ถึงพื้นแข็งๆ ต่างจากสัมผัสเมื่อตอนค่ำที่เขารู้สึกตัวตื่นขึ้นบนเตียงนอนของหัวหน้ารีไวลิบลับ
 
 
ความมืดปกคลุมจนทั้งห้องกลายเป็นสีดำ ซักพักกว่าจะปรับสายตาให้ชินกับความมืดจนเห็นทุกอย่างเป็นเงารางๆ ผ่านดวงตาที่ยังลืมอยู่ เพดานห้องอยู่สูงเมื่อนอนมองอยู่บนพื้น ชั้นหนังสือที่มุมห้องนั้นเหมือนจะมีหนังสืออยู่เยอะ และคงจะวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย บนโต๊ะทำงานเหมือนมีม้วนกระดาษวางอยู่ คงจะเป็นรายงานที่หัวหน้าบอกจะเอาไปส่งตอนเช้า พอมองกลับมาที่ข้างตัว เลยสูงขึ้นไปเป็นเตียงนอนที่หัวหน้ารีไวกำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่
 
“หัวหน้า หลับหรือยังครับ?”
 
 
ไม่มีเสียงตอบจากคนที่หนุนศีรษะบนหมอนอย่างผ่อนคลายบนเตียงนุ่ม มีเพียงเสียงของเนื้อผ้าที่เสียดสีกับฟูกนุ่มตอนที่พลิกตัว จึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายยังไม่หลับ
 
 
“ผมขอถามอะไรหัวหน้าได้มั้ยครับ”
 
 
ยังคงไม่มีเสียงตอบจากคนที่นอนอยู่สูงถัดขึ้นไปจนคิดว่าอีกฝ่ายคงหลับไปแล้ว แต่ก็ยังคงพูดต่อแม้ว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่ได้ยินแล้วก็ตาม
 
“หัวหน้าคิดว่าผมจะฝึกสำเร็จมั้ยครับ”
 
ไม่มีเสียงตอบจนคิดว่าอีกฝ่ายคงจะหลับไปแล้วจริงๆ แต่เมื่อผ่านไปซักพักจนเขาคิดจะถอดใจและพลิกตัวหันกลับไปนอน เสียงทุ้มต่ำเย็นๆ นั้นก็เอ่ยตอบมา
 
 
“ขนาดตัวแกเองยังไม่มั่นใจตัวเอง ชั้นก็คงจะตอบแทนแกไม่ได้”
 
 
คำตอบของหัวหน้าทำให้ความลังเลขึ้นมาจุกแน่นในอกพร้อมกับความรู้สึกผิดในบาปที่ตัวเองได้ทำลงไป สองมือถูกยกขึ้นมองดูในเงารางๆ ของความมืด สองมือนี้ที่เคยต่อสู้เพื่อปกป้องสิ่งสำคัญของตัวเอง และสองมือนี้ก็เคยทำลายสิ่งสำคัญของใครบางคนที่เขาไม่อาจรู้เลย ในตอนที่เขาสูญเสียการควบคุมตัวเอง
 
“ผม….”
 
ความลังเลและไม่แน่ใจ รวมถึงความกลัวที่จะสูญเสียการควบคุมตัวเองไปอีกครั้ง สร้างความสับสนให้หน่วงอยู่ในใจจนไม่สามารถแม้แต่จะเรียบเรียงความรู้สึกออกมา ได้แต่ปล่อยให้คำพูดเงียบหายไปพร้อมกับความมืดรอบตัว
 
 
“ชั้นจะฝึกแกเท่าที่กำลังและความสามารถของชั้นจะทำได้ แกก็ต้องทำในสิ่งที่ตัวแกเท่านั้นที่ทำได้เหมือนกัน”
 
 
“ครับ..”
 
คำตอบรับสั้นๆ ที่ยังคงแฝงด้วยความลังเล และสับสนเหมือนกับเมื่อกลางวัน ความกลัวและความรู้สึกผิดยังคงติดแน่นอยู่ในอกทุกครั้งแม้จะอยู่ในร่างมนุษย์ หรือไททันก็ตาม
 
 
 
 
 
 
แสงสว่างยามเช้าลอดผ่านม่านหน้าต่างที่เปิดเอาไว้ ส่องกระทบใบหน้าที่หลับอยู่ให้รู้สึกตัวตื่นขึ้นเมื่อแสงแดดส่องผ่านให้ดวงตากระพริบถี่ก่อนจะเปิดขึ้น ยามเช้ามาเยือนทั้งที่รีไวยังนอนไม่พอแต่ก็ต้องฝืนยันตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะเช้านี้ก่อนจะพาเอเลนไปฝึกต่อ เขาต้องเข้าไปส่งรายงานให้กับทางราชสำนัก
 
 
ก้าวขาลงจากเตียงอย่างไม่ระวัง เพราะไม่เคยชินและแทบจะลืมไปแล้วว่ามีอีกคนที่เขาสั่งให้มานอนที่ห้องนี้อีกคืน จนเกือบจะเผลอก้าวลงไปเหยียบโดนขายาวๆ ของร่างที่นอนเหยียดอยู่บนพื้นในท่าทางที่ไม่ค่อยสบายนัก เพราะเห็นว่าเกือบจะเหยียบเลยรีบก้าวออกไปจนพ้นขาทำให้ตัวเขาเซจนจะล้ม เฉียดไปนิดเดียว ถ้าก้าวจากเตียงลงมายาวกว่านี้อีกหน่อยคงจะเหยียบโดนขาของคนที่ยังหลับอยู่เต็มๆ
 
 
ยืนมองร่างที่ยังนอนหลับไม่รู้เรื่องทั้งที่ตัวเขาเกือบจะล้มเพราะกลัวว่าจะไปเหยียบโดนขาจนทำให้ตื่น ดวงตายังปิดสนิท พร้อมกับเสียงหายใจยาวๆ สม่ำเสมอนั้นบอกว่าไอ้เด็กเหลือขอนี่ยังหลับลึก นึกดูแล้วก็เสียดายที่พลาดไป เลยคิดจะลองใหม่อีกครั้งโดยการยกขาขึ้นและเหยียบลงบนขาเอเลนอย่างตั้งใจ
 
 
“โอ้ยยยย!!!!”
 
 
แทบจะในทันทีที่กระทืบลงไป ปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็วใช้ได้ ร่างที่เมื่อกี้ยังหลับอยู่เด้งพรวดขึ้นมาจากพื้น ร้องโหยหวนกุมขาตัวเอง ก่อนจะเงยหน้ามองเขาด้วยใบหน้าที่ไม่หลงเหลือความงัวเงียเลยสักนิด
 
 
“โทษที ชั้นลืมไปว่าแกนอนอยู่ที่พื้นน่ะ”
 
 
 
 
 

– T B C –

 

x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x

 
ใส่มุกให้เฮย์โจวแกล้งเด็กตอนท้าย
ถ้ารีไวแลบลิ้นได้แบบไม่หลุดมาด ก็อยากจะให้แลบลิ้นอรุณสวัสดิ์เอเลนเหมือนกัน!
คงจะเจ็บมากสินะ เอเลนนน ; v;
 
พักหายใจหลังจากที่เครียดติดกันมาสองตอน
ตอนนี้เลยขอเป็นตอนสบายๆ เบาสมอง
แอบมีโมเม้นต์มุ้งมิ้ง ขนาดที่เขียนเองยังแอบฟิน > <
 
 
 
อนิเมะไททันตอน 25 ก็จบแล้ว แอบเหงานิดๆ อยู่เหมือนกันค่ะ
แต่ก็รอซีซัน 2 และมังงะต่อไป…
 
เรากรี้ดมากฉากที่เฮย์โจวเข้าไปฟันท้ายทอย แล้วเอาตัวเอเลนออกมาจากหลังคอ T v T
ฉากในฝันที่อยากเห็นจนเขียนลงในฟิคตอนที่แล้วก็ได้เห็นกับตาแล้ว
(แม้ว่าสถานการณ์จะต่างออกไปมาก..ฮาาา)
 
 
 
พบกันใหม่ตอนหน้านะคะ จะเริ่มฝึกอีกแล้ว ;)
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามค่ะ

Thank you for your comment ♥

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s