[Fic Attack on Titan] Try Out #3 (Levi x Eren)


Title: Try Out
Chapter 3 : การทดลองของรีไว
Author: Yaoyuay
Fandom: Attack on Titan
Pairing: Levi x Eren Yeager
Rating: PG-13
Warning: Yaoi
 
 

. . . . Chapter 1 : การตั้งสมมติฐานของรีไว
. . . . Chapter 2 : การทำนายผลของเอเลน

 
 
 
“นายจะช่วยชั้นได้หรือเปล่า?”

 
 
 
ประโยคคำถามที่เล่นเอาคนฟังถึงกับหน้าถอดสี อยู่ๆ ก็รู้สึกเย็นวาบที่ท้ายทอยจนเจ็บจี้ดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ มือที่บังลำคอด้านหลังเริ่มเกร็งแน่นเมื่อนึกไปถึงมโนภาพที่เขาคิดขึ้นเองก่อนหน้านี้ วัสดุพิเศษที่ทำขึ้นมาเป็นใบมีดสำหรับเฉือนเนื้อหนาๆ ของไททัน พอถูกใช้กับมนุษย์ ความคมนั้นทำให้เนื้อของเขาถูกเฉือนละลายหายไปพร้อมกับใบมีดอย่างง่ายดาย ตอนที่ความเย็นของคมใบมีดแทรกผ่านเนื้อ เพียงครู่เดียวก็เปลี่ยนเป็นความปวดแสบขณะที่เนื้อกำลังถูกเฉือนอย่างช้าๆ
 
…แค่คิด ก็เหมือนมีเลือดซึมออกมาแล้ว
 
 
น้ำลายเหนียวถูกกลืนลงผ่านลำคออย่างยากเย็นอีกครั้ง ยังไม่อยากพยักหน้าตอบรับโดยที่ไม่รู้ชะตากรรมของตนเอง จึงตัดสินใจถามความต้องการของผู้บังคับบัญชาอีกครั้ง
 
 
 
“หัวหน้าจะให้ผม…”
 
 
ไม่กล้าที่จะพูดต่อเพราะกลัวจะเป็นการชี้น้ำให้อีกฝ่ายแทงมีดลงมาที่ท้ายทอยของเขาจริงๆ จึงได้เว้นช่วงท้ายประโยคเอาไว้ให้อีกฝ่ายเติมให้จบ ถึงแม้จะยังไม่รู้ว่่าสิ่งที่ผู้บังคับบัญชาของต้องการคืออะไร แต่ถ้าหากหัวหน้ารีไวต้องการจะฆ่าเขาด้วยการแทงท้ายทอยจริง เขาคงต้องยอมทำตามอย่างเลี่ยงไม่ได้
 
 
 
“แค่เปิดท้ายทอยของนายก็พอ”
 
 
ร่างเล็กในชุดแต่งกายแบบสบายๆ ที่หาดูได้ยากกำลังนั่งกอดอกอยู่บนเตียงรอเด็กหนุ่มใต้บังคับบัญชาที่ยังคงยืนนิ่งเป็นหินอยู่กลางห้องในท่าเอามือปิดท้ายทอย
 
 
“เดินเข้ามาหาชั้น เอเลน”
 
 
ออกคำสั่งเมื่อเห็นว่าร่างนั้นยังยืนนิ่งไม่ยอมขยับแม้แต่จะเอามือออกพ้นจากท้ายทอย จนต้องเรียกชื่อซ้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียดุดันเจ้าตัวถึงค่อยๆ เดินมา
 
 
ร่างที่สูงกว่ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าทำให้เขาต้องเงยขึ้นมอง ใบหน้านั้นดูซีดไปกว่าที่เคย แต่ก็ยังคงมองตรงมาที่เขาพร้อมรับคำสั่ง แม้ว่าอาจไม่เต็มใจที่ต้องปฏิบัติตาม
 
 
 
“ถอดเสื้อออกสิ.. แค่เสื้อตัวนอกก็พอ”
 
 
 
 
ริมฝีปากเล็กเม้มชิดกันขณะที่เอเลนค่อยๆ ถอดเสื้อแจ็คเก็ตของหน่วยทหารทีมสำรวจที่สังกัดออกอย่างกล้าๆ กลัวๆ ใบหน้าคมติดหล่อนั้นเปลี่ยนเป็นสีซีดกว่าเดิมเมื่อถอดเสื้อตัวที่เคยสวมทับอยู่ด้านนอกออกจนพ้นแขน นายทหารผู้บังคับบัญชารับเสื้อตัวที่เขาเป็นคนสั่งให้ถอดออกไว้ก่อนวางลงข้างตัว
 
 
 
“นั่งลงสิ”
 
 
คำสั่งถูกบอกให้ทำตามอีกครั้งเมื่อรีไวตบมือลงบนที่ว่างบนเตียงระหว่างขาทั้งสองข้างของเขา แต่ครั้งนี้คนรับคำสั่งกลับเลี่ยงที่จะทำตามทั้งหมดโดยการนั่งลงบนพื้นตรงกลางระหว่างขาทั้งสองข้างนั้นแท
 
 
 
“ขอผมนั่งบนพื้นดีกว่าครับ”
 
 
เพราะคิดเอาเองกว่าการนั่งพื้นจะปลอดภัยกว่าถ้าต้องนั่งชิดติดกับหัวหน้ารีไว จึงยอมนั่งลงบนพื้นอิฐเย็นๆ แทน อย่างน้อยก็คงไม่ถูกล็อคตัวเอาไว้ง่ายๆ คนออกคำสั่งเองไม่ได้เอยปากว่าอะไรระหว่างที่เอเลนค่อยๆ เขยิบเข้ามาใกล้จนหลังชิดกับขอบเตียง กลับหุบขาลงเล็กน้อยคล้ายกับจะล็อคตัวของคนที่กำลังจะถูกทดลองเสี่ยงตายไม่ให้หนีไปไหน
 
….เท่ากับว่าเขาคิดผิด
 
 
เหงื่อชื้นพากันซึมออกมาเมื่อความกลัวก่อตัวขึ้นส่งผลให้หัวใจเต้นเป็นจังหวะรัวหนักสะท้อนอยู่ในอกข้างซ้าย ภาพที่เผลอคิดจินตนาการก่อนหน้านี้คล้ายกับจะวนกลับมาฉายซ้ำอีกครั้งเป็นภาคต่อตอนที่เนื้อตรงต้นคอได้ถูกเฉือนออกไปด้วยระดับความลึกที่ค่อยๆ เริ่มจากแค่เปิดหนังออก
 
 
 
“เอเลน”
 
 
เสียงเรียกชื่อพาสติของเขาให้กลับมาก่อนที่ความกลัวจะสร้างภาพหลอนไปได้มากว่านี้
 
 
“เหงื่อออกเยอะเลยนี่”
 
 
รีไวเอ่ยขึ้นระหว่างที่ไล้นิ้วเรียวไปตามลำคอด้านหลัง เม็ดเหงื่อก็พากันผุดออกมาตามโคนผมตรงต้นคอมากขึ้น ไหลลงไปตามซอกคอจนขอบเสื้อชื้นเป็นรอยเปียก
 
 
 
“ผมร้อนน่ะครับ”
 
 
โกหกออกไปแบบไม่เนียนในเมื่อตอนนี้เป็นช่วงต้นฤดูหนาว และพื้นอิฐก็เย็นเฉียบเสียจนทำให้ร่างกายส่วนที่สัมผัสพื้นของเขาเริ่มชา กลไกของร่างกายเป็นไปโดยอัตโนมัติให้ตัวเขาเริ่มสั่น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเย็นที่แทรกผ่านเนื้อผ้าเข้ามาหรือเพราะความกลัวที่กำลังจะโดนเฉือนท้ายทอย
 
 
 
 
จับโกหกได้คำโตจากเด็กหนุ่มตรงหน้า ความกลัวที่แสดงออกอย่างชัดเจนนั้น ทำให้เขานึกอยากจะปล่อยให้เจ้าตัวกลับไปปฏิบัติหน้าที่ประจำวันของตัวเองต่อ แต่การค้นคว้ายังต้องดำเนินต่อไป และการทดลองก็เป็นสิ่งจำเป็น
 
 
ปลายนิ้วเริ่มกดลงบนเนื้อบางๆ ตรงท้ายทอย กดสำรวจคลำบริเวณที่เป็นเส้นเอ็นตามกายวิภาคของมนุษย์ พยายามค้นหาจุดที่อาจจะเป็นจุดอ่อนได้เหมือนของพวกไททัน แต่กลับไม่พบ ท้ายทอยของเอเลนก็คือท้ายทอยที่เหมือนกับของคนปกติ ไม่มีส่วนใดที่ดูน่าจะเป็นสิ่งผิดปกติเลยแม้แต่น้อย
 
 
“เจ็บรึเปล่า”
 
 
 
“นิดหน่อยครับ”
 
 
ตอบไปตามตรงเมื่อรู้สึกเจ็บจี้ดที่ผิวเนื้อตรงต้นคอจนพาลให้เผลอสะดุ้ง ไม่แน่ใจว่าหัวหน้ารีไวทำอะไร แต่พอเดาได้ว่าอาจจะเป็นเล็บคมๆ ที่กดจิกลงมาบนเนื้ออย่างตั้งใจตอนที่กำลังสำรวจไปทั่วท้ายทอยของเขา
 
 
 
“แล้วถ้าเจ็บกว่านี้หล่ะ”
 
 
ยังไม่ทันที่จะได้ร้องห้ามว่าอย่า ฟันคมๆ ก็กัดขย้ำเข้าที่หลังคอตรงท้ายทอยอย่างแรง ฝังเขี้ยวกดลงมาจนรู้สึกเหมือนกับว่าคมเขี้ยวนั้นกำลังจะกัดเนื้อเขาให้เป็นรู แต่เพียงครู่เดียวความปวดเจ็บนั้นก็หายไปเปลี่ยนเป็นสัมผัสที่ชวนให้เกิดความร้อนในกายเข้ามาแทนที่
 
 
 
 
ลิ้นร้อนเริ่มโลมเลียไปตามรอยกัดที่เขาเป็นคนสร้ขึ้น ริมฝีปากขบเม้มเพิ่มสัมผัสไปตามซอกคอไล่ไปจนถึงกระดูกไหปลาร้า กดฟันคมๆ ฝากเป็นรอยเอาไว้บนเนินกระดูกที่นูนขึ้นมา ก่อนที่ลิ้นร้อนจะลากผ่านต่ำลงไปปลุกเร้าอารมณ์ยิ่งขึ้นอีก
 
 
ผิวกายนุ่มซ่อนอยู่ใต้เนื้อผ้าให้สัมผัสต่างออกไป จากที่เคยสัมผัสโดนผ่านๆ เพียงส่วนที่โผล่พ้นชุดเครื่องแบบที่มิดชิด ความนุ่มนวลของผิวเนื้อตรงส่วนที่ถูกเสื้อตัวเก่งนั้นสวมทับไว้ทำให้อดไม่ได้ที่จะฝากรอยเอาไว้ในจุดที่หมิ่นเหม่ ขบเม้มริมฝีปากแรงๆ บนแผ่นอกขาวชิดคอเสื้อ ดูดเม้มจนเป็นรอยแเดงบนผิวกาย
 
 
“หะ..หัวหน้าครับ..พอ..พอก่อน”
 
 
ริมฝีปากบางที่เผยอออกน้อยๆ ตอนที่ปล่อยให้ลมหายใจหอบถี่ลอดออกมายิ่งทำให้รีไวยากที่จะหยุด กดจูบหนักๆ กลับขึ้นมาตามลำคอ เปลี่ยนมาสัมผัสความนุ่มนวลที่แก้มนิ่ม ฝังจมูกลงบนผิวเนื้อที่เปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่ออยู่ซ้ำๆ อย่างไม่รู้จักพอ
 
 
 
 
ความวูบไหวในช่องท้องส่งผ่านความรู้สึกแปลกประหลาดไปตามทุกส่วนของร่างกาย ขับให้อุณภูมิในกายสูงขึ้นจนคล้ายจะเป็นไข้ บางทีนี่อาจเป็นจุดอ่อนของมนุษย์ที่แปลงร่างเป็นไททันได้ตามที่หัวหน้าค้นพบ และตัวเขาเองก็เริ่มรู้สึกอ่อนแรงลงในขณะที่หัวใจกลับเต้นแรงดังรัวจนคล้ายจะระเบิด
 
 
ไม่ใช่การแทงลงมาที่ต้นคอ หรือเฉือนเนื้อตรงท้ายทอยออกไป แต่กลับเป็นตอนที่ริมฝีปากและปลายจมูกของหัวหน้าสัมผัสไปตามผิวกาย ท้ายทอย ลำคอ แผ่นอก หรือแม้แต่แก้มทั้งสองข้าง ที่ทำให้ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างเกิดขึ้นจนยากจะควบคุมตัวเองได้
 
 
เอเลนไม่ได้นั่งอยู่ติดพื้นเหมือนเดิมอีกต่อไป ทุกสัมผัสกระตุ้นให้ร่างกายตอบสนองไปตามอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้า ยันตัวขึ้นเบียดกายชิดแผ่นอกแกร่ง เงยหน้าขึ้นรับสัมผัสนุ่มบนริมฝีปากที่ทาบทับลงมา และกำลังพาให้เขาขยับริมฝีปากตามอย่างเชื่องช้า ในขณะที่ปลายลิ้นอุ่นของอีกฝ่ายเองก็เพียงแค่สัมผัสอยู่ซ้ำๆ ไปมาบนริมฝีปาก
 
 
 
 
ไม่มีการรุกล้ำใดๆ มากกว่านี้เมื่อรีไวเป็นฝ่ายถอนริมฝีปากออกมาก่อน แต่ถึงอย่างนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเคลื่อนจมูกไปคลอเคลียอยู่แถวๆ แก้มนิ่ม สูดกลิ่นหอมจางๆ ไล่ไปทั่วจนถึงหน้าผาก ในขณะที่สองแขนโอบกระชับแผ่นหลังให้เด็กหนุ่มเข้ามาแนบกายมากขึ้น
 
 
“ชั้นเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว..อีกซักพักค่อยปลุกชั้่นหล่ะ”
 
 
ทันทีที่พูดจบก็เอนหลังทิ้งตัวลงบนเตียงกว้างพร้อมกับพาร่างในอ้อมกอดให้ล้มลงมาด้วย แผ่นหลังสัมผัสกับเตียงนุ่มให้ความรู้สึกสบายตัวแตกต่างจากพนักผิงเก้าอี้แข็งๆ ที่เขานั่งพิงมาเกือบทั้งวัน ยกสองแขนยกขึ้นโอบคนที่เริ่มดิ้นขลุกขลักแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากประทวง กระชับมาให้แนบกายมากขึ้นกว่าเดิมจนคล้ายกับเวลาที่เด็กตัวเล็กๆ นอนกอดหมอนแล้วหลับไป
 
..บางที เขาคงจะต้องพักสักหน่อย
 
 
 

– E N D –

 
 

x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x

 
 
ขอโทษที่หายไปนานค่ะ > <
ทิ้งตอนที่แล้วสับขาหลอกเอาไว้พร้อมกับมโนของเด็กที่เล่นเอาเสียวท้ายทอยซะ (!!?)
ตอนนี้กลับมาพร้อมกับเฮย์โจวทั้งไซร้ทั้งหอมจนเพลินเลย
ทีแรกตั้งใจกะจะให้ทำมากกว่านี้แต่เราว่าเฮย์โจวอ่านรายงานมาทั้งวันเหนื่อยแล้วหล่ะ (ฮาา..)
 
 
เราคงจะติดใจเฮย์โจวเนียนใช้อำนาจเข้ากระทำเด็กซะแล้ว – -,, อย่างเรื่อง Bite ก็เหมือนกัน
มาคราวนี้ก็เอาการทดลองมาอ้าง แค่อยากจะไซร้เด็กก็บอกกก!! LoLzz
 
 
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นต์เลยนะคะ XD
แล้วพบกันใหม่เรื่องหน้าค่ะ ^ ^