[Fic Attack on Titan] Uncontrollable #1 (Eren x Levi)


Title: Uncontrollable
Chapter 1 : ความรู้สึกผิดบาปในใจ
Author: Yaoyuay
Fandom: Attack on Titan
Pairing: Eren Yeager x Levi
Rating: PG
Warning: Yaoi
 
 
 
 

. . . . Uncontrollable : Intro

 
 
 
สะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับโดนแรงตึงบางอย่าง กระชากกลับไปให้หลังติดพื้นอีกครั้ง น้ำหนักของเหล็กที่ถ่วงอยู่ตรงข้อมือเรียกสติที่ยังคงงัวเงียให้เริ่มมองสำรวจตัวเอง ข้อมือและข้อเท้าถูกล่ามเอาไว้ด้วยโซ่อีกครั้งเหมือนตอนก่อนที่เขาจะเข้ามาอยู่ในหน่วยสำรวจ ต่างกันตรงที่ครั้งนี้เขาไม่ได้ถูกจับขังอยู่ในคุกใต้ดิน และโซ่นั้นก็กำลังล่ามเขาอยู่กับขาเตียงให้นอนราบอยู่บนพื้นอิฐของห้องที่ไม่คุ้นตา
 
 
 
“เห้ย!!..แกน่ะ ถ้ารู้สึกตัวแล้วก็ลุกขึ้นมา”
 
 
น้ำเสียงเย็นเฉียบแบบไม่สบอารมณ์ดังมาจากทางปลายเท้า ร่างที่คุ้นตาในชุดเครื่องแบบทหารที่ยังสวมไม่เรียบร้อยดีเดินข้ามขาเขาไปหยิบผ้าผูกคอที่วางอยู่บนโต๊ะตรงอีกมุมหนึ่งของห้อง ขณะที่สองมือก็กำลังติดกระดุมเสื้อเชื้ตไปด้วย
 
 
 
“คะ…ครับ”
 
 
เอเลนยันตัวขึ้นนั่งพร้อมโซ่ข้อมือทั้งที่ยังคงลำดับเหตุการณ์ไม่ได้ รู้สึกอ่อนเพลียแบบเดียวกันกับเวลาที่ฟื้นสติหลังจากกลายร่างเป็นไททัน ปวดหัวตุบคล้ายกับหัวจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ความทรงจำบางช่วงขาดหายไป สิ่งที่พอจำได้ก็เลือนลาง เหมือนกับตอนที่เขาเคยคลุ้มคลั่งจนทำร้ายมิคาสะ
 
 
..ก่อนหน้านี้..เกิดอะไรขึ้น..!!
 
 
 
“สมองเสื่อมไปรึยัง?”
 
 
รีไวเดินกลับมาตรงปลายเตียงอีกครั้งระหว่างที่กำลังติดกระดุมเสื้อเม็ดสุดท้าย หรี่ตาลงมองคนที่นอนอยู่บนพื้น ก่อนจะก้มลงหยิบสายรัดอุปกรณ์ที่วางอยู่บนตรงปลายเตียง
 
 
 
“ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ”
 
 
 
อีกฝ่ายทำเสียงในคอคล้ายกับทวนคำถาม แล้วก็ต้องนิ่วหน้าเมื่อรู้ว่าต้องอธิบายยืดยาวให้คนถามหายสงสัย มือก็คาดสายรัดเข้ากับตัวพร้อมดึงให้กระชับเสื้อเชิ้ตขาวตรงอกก่อนจะสอดชายเสื้อใส่เข้าในกางเกงอย่างพิธีพิถัน ใช้เวลาเพียงไม่นานสายคาดหนังก็ถูกเกี่ยวกับเข็มขัดตรงเอวเรียบร้อย ผ้าผูกคอผูกเรียบร้อยชิดกับปกเสื้อเหมือนที่เคยเห็นจนชินตา
 
 
“แกอาละวาดตอนที่ออกไปสำรวจพร้อมหน่วยย่อย”
 
 
เริ่มต้นอธิบายไปพร้อมกับคาดสายรัดอุปกรณ์บริเวณต้นขาจนกระทั่งแน่นพอดี จึงหยิบรองเท้าบูทยาวจนถึงเข่ามาสวม แล้วเริ่มอธิบายต่อ
“มีคำสั่งให้ล่ามโซ่แกไว้ที่ห้องนอนใต้ดินของแก แต่ชั้นไม่อยากไปอยู่ในห้องอับๆ ทั้งคืน เลยเอาแกมาล่ามไว้ที่นี่”
เอเลนเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราว อย่างน้อยก็ได้รู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนเขาหมดสติไป แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นหล่ะ หลังจากที่เขาวิ่งหนีไททัน แล้วกัดมือตัวเอง
 
 
“ตามรายงานบอกว่าเราเสียทหารไปจำนวนหนึ่งตอนที่พยายามควบคุม ก่อนเอาตัวของแกออกมาจากร่างไททัน”
ดวงตาสีเขียวมรกตเบิกโพลง น้ำลายเหนียวมากระจุกรวมอยู่ตรงคอ
 
 
…มีคนตาย!!
 
 
ความทรงจำในอดีตย้อนกลับมาเหมือนภาพฉายซ้ำ ดึงให้ตัวเขากลับไปอยู่ในเหตุการณ์ที่ป่าต้นไม้ยักษ์ในวันนั้น ภาพของเหล่าทหารกล้าที่จบชีวิตลงนับไม่ถ้วน โดนสังหารโดยสิ่งมีชีวิตประเภทเดียวกับเขา มนุษย์ที่แปลงเป็นไททัน ฆ่าชีวิตของผู้บริสุทธิ์อย่างโหดเหี้ยม ราวกับทหารที่ยอมสละชีวิตเหล่านั้นเป็นเพียงแมลงที่บินร่อนไปมา ถ้ารำคาญก็ปัดทิ้งไปหรือไม่ก็ตบให้ตายอย่างไม่เห็นความสำคัญของการมีลมหายใจ
 
 
…ตอนนี้ตัวเขาก็ไม่ต่างอะไรจากไททันหญิงตัวนั้น…
 
 
 
“ทางราชสำนักบอกว่าไม่มีโอกาสสำหรับการอาละวาดของแกอีกแล้ว ถ้าแกอาละวาดอีกครั้ง คำสั่งคือให้กำจัดทิ้งได้เลย”
 
 
จบประโยคพร้อมกับหยิบเสื้อคลุมสีน้ำตาลที่มีตราปีกของหน่วยสำรวจอยู่ที่กลางหลังไปสวม ปีกแห่งเสรีภาพที่แสดงถึงความหวัง ความหวังที่มนุษย์จะมีอิสระกำชัยชนะเหนือพวกไททัน
 
 
“เราจะกลับมาคุยเรื่องนี้กันอีกครั้งหลังจากที่ชั้นกินข้าวเช้าเสร็จแล้ว”
 
 
 
ประตูไม้บานใหญ่ถูกปิดลงเหมือนกับประสาทรับรู้ของเอเลนที่ถูกความคิดนึกกลับไปมาซ้ำๆ พาให้จมอยู่กับความรู้สึกผิดที่หนักอึ้งอยู่ในอก
ผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่ความเงียบภายในห้องพักของหัวหน้าพาเหตุการณ์ในอดีตให้ย้อนกลับมาฉายชัดในความทรงจำ พร้อมกับคำถามมากมายที่ต้องการรู้คำตอบ เป็นใครบ้างที่ต้องสละชีวิตเพื่อพาตัวของฆาตรกรที่เคยเป็นความหวังของมนุษยชาติกลับมา เป็นคนที่เขารู้จักหรือเปล่า เพื่อนทหารร่วมรุ่นของเขายังปลอดภัยไหม อาร์มิน มิคาสะ ตอนนี้สองคนนั้นอยู่ที่ไหน
 
 
ยิ่งคิดก็อยากระชากโซ่ที่ล่ามมืออกให้ขาดแล้วหนีออกไปจากที่นี่ ไปหาเพื่อนๆ ของเขา ถึงแม้จะยั่งไม่รู้ว่าตอนนี้พวกนั้นอยู่ที่ไหนก็ตาม เอเลนยังคงออกแรงดึงโซ่ซ้ำๆ จนข้อมือแดงช้ำเป็นรอย ทำยังไงโซ่นี้ก็ไม่ขาด ไม่ต่างจากตราบาปที่เขาได้กลายเป็นมาตกรฆ่าคนไปแล้ว
 
 
 
 
หลังจากเวลาผ่านไปนาน ประตูไม้ก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง เป็นหัวหน้าหมู่ฮันซี่ที่เดินนำเข้ามาก่อนพร้อมถือถาดขนมปังในมือ ก่อนที่หัวหน้ารีไวกับหัวหน้าหน่วยเออร์วินจะเดินตามเข้ามาพร้อมกันทีหลัง
 
 
 
“เป็นยังไงบ้าง ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นหรือยัง?”
 
 
ฮันซี่วางถาดนมปังลงข้างๆ ยื่นหน้าเข้ามาจนใกล้คล้ายกับสำรวจหาร่องรอยที่เหลือการกลายร่างเป็นทันไทของเอเลน
 
 
 
“มะ..ไม่ค่อยดีครับ”
 
 
เอเลนตอบไปตามตรง เมื่ออยู่ต่อหน้านายทหารทั้งสามคนนี้ เขาคงไม่สามารถปิดบังอะไรได้
 
 
“ผม..ฆ่าคน…”
 
 
 
“ถ้ารู้สึกผิดนักก็มอบตัวกับราชสำนักเลยสิ ให้พวกหน่วยสารวัตรทหารฆ่าแกซะ ชดเชยความผิดที่แกฆ่าทหารตายไง”
 
 
 
“รีไว..!!”
 
 
เออร์วินปราม หันไปมองคนที่ยืนกอดอกพิงพนักเก้าอี้อยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
 
 
 
“เรากำลังจะคุยกันเพื่อหาทางช่วยเหลือเอเลน”
 
 
เท่านั้น คนที่ไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ตั้งแต่เมื่อคืนที่ได้รับมอบหมายให้เป็นคนเฝ้าไอ้เด็กเหลือขอ ถึงยอมสงบลง พอให้ออกไปทำภารกิจกับหน่วยย่อยตามลำพัง ก็สร้างเรื่องปวดหัวให้ทันที เมื่อไหร่มันถึงจะโตพอที่จะคิดอะไรด้วยตัวเองได้มากกว่าที่เอะอะก็กัดมือตัวเอง
 
 
“ช่วยลืมความรู้สึกผิดนั้นไปก่อนนะเอเลน สิ่งที่เราควรจะทำตอนนี้คือหาทางช่วยชีวิตนาย นายต้องพิสูจน์ให้คนพวกนั้นเห็นว่านายควบคุมตัวเองได้”
 
 
เออร์วินหันกลับไปทางเอเลน ตอนนี้สีหน้าของเด็กหนุ่มยังคงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดจนคล้ายจะร้องไห้ คำพูดของรีไวเมื่อครู่อาจส่งผลกระทบต่อจิตใจโดยตรง
 
 
“บอกชั้นหน่อยเอเลน ก่อนที่เธอจะแปลงเป็นไททันเกิดอะไรขึ้นบ้าง นายรู้สึกยังไงกับร่างกายแล้วก็จิตใจของนายตอนนั้น”
 
 
ฮันซี่ถามขึ้นจากด้านข้าง กำลังนั่งกอดเข่าอยู่บนพื้นใกล้กับเอเลน
 
 
 
“หน่วยย่อยที่ผมออกไปด้วยโดนโจมตีจากไททันทุกทิศทาง แทบจะโดนล้อมไว้ หัวหน้าหน่วยย่อยสั่งให้ผมหนีไปเพราะโอกาสรอดมีน้อยมาก”
 
 
เอเลนเริ่มต้นเล่ามพร้อมกับที่ฮันซี่เริ่มจดข้อมูลต่างๆ ลงบนสมุดบันทึกที่พกมา
 
 
“…แต่ตอนที่หนี ผมหนีไปเจอทันไทอีก ม้าตกใจจนสลัดผมตก ไม่มีโอกาสได้ใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่สามมิติเลยตอนที่วิ่งหนี ผมเลยตัดสินใจกัดมือตัวเองแปลงเป็นไททัน”
 
 
 
“แล้วหลังจากนั้นหล่ะ”
 
 
ฮันซี่ถามต่อ เมื่อเห็นว่าเอเลนเงียบลง
 
 
 
“ผมจำไม่ได้แล้วครับ…”
 
 
 
ทหารหญิงทำเสียงต่ำในลำคอระหว่างที่คิดทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมด
 
 
“มันต่างจากตอนที่เธอทำร้ายมิคาสะอยู่หน่อยนึงนะ ตอนนั้นช่วงแรกเธอรู้สึกตัวใช่มั้ย”
 
 
 
“ครับ”
 
 
 
“บางที..นอกจากความแข็งแรงของสภาพร่างกายก่อนแปลงเป็นไททันแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นอีกที่ทำให้นายมีโอกาสคลุ้มคลั่งได้…. อ้ะ!! จริงสิ ตอนที่กำลังวิ่งหนี นายคิดอะไรอยู่หรือเปล่า? เป้าหมายหล่ะ แรงจูงใจในการแปลงเป็นไททันหล่ะ”
 
 
 
บรรยากาศในห้องเงียบไปนานขณะที่ปล่อยให้เอเลนนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ตอนที่วิ่งหนีตายเพื่อเอาชีวิตรอด ในทีแรกเขาไม่ต้องการจะแปลงเป็นไททัน แต่เพราะว่าต้องสู้ ถ้าไม่สู้ก็ตาย ถึงได้ตัดสินใจกัดมือตัวเอง แต่ตอนนั้นยังมีความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามข่มมันเอาไว้
 
 
“…ผมกลัวครับ”
 
 
 
คำตอบที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินจากปากของเด็กหนุ่มที่ตัดสินใจเข้าทีมสำรวจเพื่อออกไปเผชิญหน้ากับไททันนอกกำแพง ทำให้อีกสามคนที่เหลือในห้องแปลกใจไม่น้อย
 
 
“..กลัวว่าผมจะอาละวาด…”
 
 
 
“เข้าใจละ!”
 
 
ฮันซี่ปิดสมุดบันทึกวางลงบนตักเหมือนเดิม ก่อนจะเริ่มอธิบายสิ่งที่เธอเข้าใจให้กับคนที่เหลือฟัง
 
 
“..แต่ก็เป็นแค่สมมติฐานของชั้นเท่านั้นนะ คือนอกเหนือจากสภาพร่างกายแล้ว ปัจจัยอีกอย่างที่ส่งผลต่อการควบคุมตัวเองในการแปลงร่างเป็นไททันของเอเลนคือ สภาพจิตใจ”
 
 
 
ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ กันนั้น เออร์วินหลับตาลงอยู่นานอย่างครุ่นคิด พยายามคิดหาวิธีที่จะยืนยันสมมติฐานของฮันซี่เกี่ยวกับการแปลงร่างเป็นไททันของเอเลน เนื่องจากไม่มีโอกาสอีกแล้วให้นายทหารในสังกัดของเขา หากเอเลนคลุ้มคลั่งอีกครั้ง ความหวังของมนุษยชาติที่แม้แต่ตัวเขาเองยังเชื่อมั่น และฝากความหวังเอาไว้ว่าเอเลนจะต้องสามารถใช้พลังไททันในตัวนำชัยชนะมากลับมาได้
 
 
 
“เราต้องฝึกให้นายควบคุมตัวเองให้ได้”
 
 
เอเลนหันไปมองหัวหน้าทหารที่มองมาทางเขาด้วยสีหน้าจริงจังไม่แพ้กับอีกสองคนในห้องนี้ ปล่อยให้ความเงียบดำเนินไปครู่หนึ่ง เออร์วินจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินผ่านหน้ารีไวมานั่งย่อลงตรงหน้าเอเลน
 
 
 
“ชั้นอยากให้นายคิดว่าคนพวกนั้นยอมสละชีวิตเพื่อพาตัวนายออกจากร่างไททัน พวกนั้นยอมตายเพื่อฝากความหวังเอาไว้กับนาย คนเหล่านั้นยังเชื่อว่านายจะนำอิสระภาพกลับคืนมาสู่มนุษย์ได้”
 
 
เออร์วินลงตบไหล่ทั้งสองข้างของเอเลน เป็นทั้งการให้กำลังใจ และปลุกจิตใจที่เคยฮึกเหิมของเด็กหนุ่มให้กลับมา และคงจำภาพของใบหน้า และแววตาที่มุ่งมั่นที่เคยพูดว่าจะเข้าร่วมหน่วยสำรวจ และจะกำจัดไททันไม่ให้เหลือแม้แต่ตัวเดียว
 
 
“การฝึกนี้ชั้นมอบหมายให้รีไวเป็นคนควบคุม นายจะใช้การฝึกแบบไหนก็ได้”
 
 
ท้ายประโยคหันไปบอกกับหัวหน้าทหารที่ยังคงยืนพิงเก้าอี้กอดอกอยู่ในท่าเดิม ถึงแม้จะเงียบไม่โต้ตอบอะไร แต่ท่าทีนิ่งๆ ของรีไวแบบนั้นแสดงว่าหมอนั่นตกลง
 
 
“นายจะให้ความร่วมมือกับชั้นใช่มั้ยเอเลน”
 
 
 
มือขวาของเออร์วินยื่นมาข้างหน้าก่อนที่เอเลนจะยื่นมือออกไป เป็นการสัมผัสมือกันอีกครั้งระหว่างหัวหน้าหน่วยสำรวจกับนายทหารในหน่วย ต่างกันที่ครั้งแรกนั้นเป็นการต้นรับสู่หน่วยสำรวจ แต่ครั้งนี้อาจเป็นการอำลา หากเขาไม่สามารถควบคุมตัวเองตอนแปลงร่างได้
 
 
“ชั้นต้องไปก่อนแล้ว ยังมีรายงานอีกมากมายที่ชั้นต้องส่งไปให้ทางราชสำนัก… ฝากด้วยหล่ะ”
 
 
เออร์วินลุกขึ้น หันหลังเดินกลับไปทางประตูห้อง ในประโยคสุดท้าย เขาหันไปบอกกับหัวหน้าทหารที่เขามอบหมายให้เป็นคนรับผิดชอบ
 
 
 
“ชั้นไปก่อนนะเอเลน ไว้ค่อยเจอกันใหม่.. ถ้ามีปัญหาอะไรเกี่ยวกับร่างกายตอนแปลงเป็นไททันก็มาหาชั้นได้นะ”
 
 
ฮันซี่ลุกขึ้นพร้อมปัดกางเกงสองสามครั้ง จึงเดินตามเออร์วินไป หันมาโบกมือพลางขยิบตาให้เอเลนก่อนจะปิดประตู ปล่อยให้ในห้องเหลือเพียงรีไวกับเอเลนอีกครั้ง
 
 
 
 
“กินขนมปังซะ”
 
 
คำสั่งของหัวหน้ารีไว ทำให้เอเลนหันไปมองถาดอาหารข้างตัวที่ถูกลืมไปแล้ว เป็นขนมปังสองก้อน กับนมอีกหนึ่งแก้ว อาหารมื้อเช้าหลังจากที่ไม่มีอะไรตกถึงท้องมาเป็นเวลาเกือบหนึ่งวันเต็มๆ หลังจากออกไปนอกกำแพงพร้อมหน่วยย่อย
จำใจต้องหยิบขนมปังขึ้นส่งเข้าปากเคี้ยวอย่างกล้ำกลืน ความรู้สึกผิดยังคงหน่วงอยู่ในอกเป็นผลให้กระเพาะไม่อยากอาหาร แต่เพราะคนสั่งยังคงยืนจ้องบังคับให้เขากินอาหารลงท้องถึงต้องหยิบขนมปังอีกชิ้นส่งเข้าปากอย่างเลี่ยงไม่ได้
 
 
 
พอเห็นแก้วเปล่าที่เคยมีนมอยู่เต็มวางลงบนถาดเหมือนเดิม นายทหารร่งเล็กจึงเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานอีกครั้ง เปิดลิ้นชักหยิบกุญแจดอกหนึ่งขึ้นมาก่อนจะเดินกลับมาทางที่เอเลนนั่งอยู่
 
 
“ยื่นมือมา”
 
 
 
เอเลนรีบยื่นมือทั้งสองข้างที่ถูกคล้องไว้ด้วยโซ่ไปข้างหน้า กุญแจข้อมือถูกไขปลดออกส่งผลให้รอยแดงช้ำรอบข้อมือจากการกระชากโซ่ปรากฎให้เห็นชัดเจน คนเป็นหัวหน้าหรี่ตาลงมองอย่างไม่สบอารมณ์นัก
 
 
“ถ้าแกยังคงรู้สึกผิดซ้ำซากอยู่แบบนี้ ความตายของพวกทหารที่ยอมแลกชีวิตเอาตัวแกออกมา ก็ไร้ค่า ถ้าไม่อยากให้การสละชีวิตของคนพวกนั้นสูญเปล่า แกก็ต้องสู้เพื่อตอบแทนความหวังของคนพวกนั้น.. เข้าใจมั้ย?”
 
 
 
“..คะ..ครับ”
 
 
 
“เปลี่ยนเสื้อผ้าซะ เราจะออกไปฝึกที่ข้างนอกกำแพงตอนบ่ายนี้”
 
 
 

– T B C –
 
 
x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x

 
 
ตอนแรกมาอย่างซีเรียสเลย..
เขียนให้เอเลนฆ่าคนไปแล้วหล่ะค่ะ T T
สงสารเด็กมาก แต่ยังไงแล้วผู้ใหญ่ในทีมสำรวจก็หนุนหลังอยู่นะ
ไม่ต้องกลัวไปหล่ะ!! (ฮาาาา..)
 
บอกตรงๆ ว่าเราอิจฉาเอเลนค่ะ – -,, ได้นอนดูเฮย์โจวแต่งตัว – , . – //ซับๆ
ตอนเขียนก็นึกภาพว่ามุมเอเลนมันแจ่มจริงๆ เลยนะ
มองเสยขึ้นไปตอนเฮย์โจวกำลังติดกระดุมเสื้อบ้างหล่ะ คาดสายรัดกับเข้ากับตัวบ้างหล่ะ
เฮย์โจวไม่หวงตัวเลยนะคะ >_< (ฮาาา) อิจฉาเด็กมันจริงๆ เลย!!
 
พบกันใหม่ตอนหน้านะคะ บู้กระจายแน่นอน ;))
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นต์ค่ะ

One comment

Thank you for your comment ♥

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s