[Ao no Exorcist Fic] Sunset (Yukio x Rin)

Title: Sunset
Author: Menthe
Fandom: Ao no Exorcist
Pairing: Okumura Yukio x Okumura Rin
Rating: PG-13
Warning: Yaoi
 
 
 
 
แดดแรงของหน้าร้อนส่องผ่านเมฆขาวลงมา วันนี้ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าแจ่มใส จั๊กจั่นร้องประสานเสียงอยู่แถวต้นไม้รอบๆ หอพักชายของโรงเรียนสัตยกางเขน หอพักเก่าแห่งนี้ไม่มีนักเรียนคนอื่นพักอยู่นอกจากสองพี่น้องฝาแฝดโอคุมุระ ห้องพักห้องหนึ่งเปิดหน้าต่างออกกว้างจนสุด หวังจะรับลมอ่อนๆ ของหน้าร้อนที่โชยมาบ้างเป็นครั้งคราว วันที่ร้อนที่สุดของหน้าร้อน โอคุมุระ ริน กำลังฝืนทนสุดๆ กับอากาศที่ร้อนระอุ และหนังสือเล่มหนาตรงหน้า
 
 
“โอ้ยยยย!!! ไม่ไหว ไม่ไหว ไม่ไหว!! ไม่ไหวแล้ววว”
 
เสียงร้องโวยวายของพี่ชายที่นั่งอยู่โต๊ะหนังสือตัวถัดไปทำให้ยูคิโอะต้องเงยหน้าขึ้นจากหนังสือการ์ตูนรายสัปดาห์ และไปหันทางที่มาของเสียง
 
 
โอคุมุระ ริน ผู้เป็นพี่ชายกำลังใช้สองมือขยี้ผมตัวเองจนผมหน้าม้าที่ใช้กิ๊ปหนีบไว้หลุดลุ่ยลงมายุ่งเหยิง สาเหตุคงมาจากหนังสือเรียนสำหรับเอ็กซ์โซซิสท์ที่เปิดค้างไว้อยู่บนโต๊ะ ผ่านมาเกือบชั่วโมงแล้วก็ยังไม่มียินเสียงพลิกหน้ากระดาษให้ได้ยินเลย
 
 
“ทนต่อไปไม่ไหวแล้ววววว!!”
 
 
“ใจเย็นก่อนสิครับพี่..ลอง..”
 
ยังไม่ทันจะพูดจนจบด้วยซ้ำ พี่ชายจอมโวยวายของเขาก็ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ มายืนชูกำปั้นอยู่ข้างๆ
 
 
“แก.เจ้ายูคิโอะ นี่มันหนังสือบ้าอะไรห๊า อ่านเท่าไหร่ๆ ก็ไม่เข้าหัวเลย”
 
ว่าไม่ว่าเปล่าเอาหนังสือกางออกจ่อตรงหน้าเขาอีก
 
 
“หนังสือเรียนสำหรับเอ็กซ์โซซิสท์ที่พี่ต้องอ่านเนื้อหาข้างในให้เข้าใจเพื่อการสอบวิชาเภสัชวิทยาต่อต้านปิศาจในวันพรุ่งนี้ยังไงหล่ะครับ”
 
ยูคิโอะยกมือขึ้นมาดันแว่นตาก่อนจะดันหนังสือตรงหน้าให้ห่างออกไป เตรียมรับอาการโวยวายของพี่ต่อจากนี้อีก
 
 
แต่ก็เปล่า..
 
“โถ่.. นายก็รู้นี่อ่านยังไงชั้นก็ไม่มีทางเข้าใจหรอก”
 
น้ำเสียงของพี่อ่อนลงอย่างน่าแปลกใจ เหมือนพี่เพิ่งนึกแผนการอะไรบางอย่างได้ สังเกตได้จากหางปิศาจของพี่กำลังแกว่งไปมาอย่างช้าๆ เหมือนทุกครั้งที่พี่อารมณ์ดี
 
 
“พี่ลองตั้งใจอ่านแล้วรึยังหล่ะครับ”
 
 
“ไม่เห็นจะต้องตั้งใจอ่านเลยนี่~”
 
รินปิดหนังสือวางไว้บนโต๊ะของน้องชาย ก่อนจะเดินวนเวียนอยู่รอบๆ ยูคิโอะ “ถ้านายบอกคำตอบของข้อสอบวันพรุ่งนี้กับชั้น น่าๆ ยังไงนายก็เป็นคนออกข้อสอบใช่มั้ยหล่ะ นายก็ต้องรู้คำตอบอยู่แล้ว.. อย่าทำเป็นใจดำกับพี่ชายไปหน่อยเลยน่าา”
 
 
แว่นตาของยูคิโอะสะท้อนแสงเหมือนทุกครั้งที่เขาโกรธ จู่ๆ รินก็รู้สึกว่าอุณหภูมิในห้องร้อนวูบขึ้นมา
 
 
“ไม่มีทางเด็ดขาดครับ!!!”
 
ยูคิโอะทุบโต๊ะพร้อมลุกขึ้นยืน ถึงแม้ว่าจะเป็นน้องชายแต่ด้วยส่วนสูงของเขาที่สูงกว่าพี่อยู่หลายเซ็น เมื่อยืนอยู่ในระยะประชิดขนาดนี้ สายตาดุๆ หลังแว่นสถ้าะท้อนแสงก็พอจะข่มขวัญพี่ได้บ้าง “ถ้าพี่ไม่ยอมตั้งใจอ่านหนังสือ ถ้าสอบตกจริงๆ หล่ะก็ผมก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอกนะครับ”
 
 
“หง่าาาา…”
 
 
พี่ทำเสียงโอดครวญแล้วก็เดินคอตกกลับไปนั่งที่เก้าแต่โดยดี หางปิศาจของพี่ลดต่ำลงเรี่ยพื้นอย่างผิดหวัง ถ้าเป็นเรื่องเรียนหล่ะก็ไม่ว่ายังไงพี่ก็ดูท่าจะไม่ไหวจริงๆ หล่ะนะ คงต้องสร้างแรงจูงใจให้สักหน่อย
 
 
ยูคิโอะหยิบหนังสือที่รินวางลืมไว้บนโต๊ะมาให้
 
“ถ้าพี่ตั้งใจอ่านจนจบ เดี๋ยวผมจะพาพี่ไปที่ๆ พี่จะต้องชอบแน่”
 
 
หูปิศาจแหลมๆ ตรงปลายผมพี่กระดิกเล็กน้อย
 
“ที่ไหนเหรอ?” เงยหน้าขึ้นมาถามเสียงใสทำตาเป็นประกาย หางปิศาจที่เกือกี้ยังตกลูกลงพื้นกระดกขึ้นมาแกว่งไปมาอย่างเร็วเป็นเชิงบอกว่าตอนนี้พี่กำลังตื่นเต้นเอามากๆ “ที่ๆ มีปิศาจให้ปราบเยอะๆ รึเปล่า นายจะพาชั้นไปทำภาระกิจด้วยใช่มั้ย?”
 
 
“อ่านให้จบก่อนสิครับ แล้วผมจะบอก” ยูคิโอะเปิดหนังสือหน้าที่พี่ชายอ่านค้างอยู่ให้ แล้วก็เอามือเสยผมหน้าม้าของรินกลับขึ้นไปเอากิ๊ปหนีบผมให้เหมือนเดิม
 
 
“ตั้งใจหล่ะครับพี่” พูดจบก็แถมจูบเบาๆ ลงบนหน้าผากของพี่ชายตัวดีให้เจ้าตัวต้องรีบเอามือขึ้นมาถูหน้าผากแก้เขิน
 
 
“รู้แล้วหล่ะน่า..”
 
 
 
 
 
มีเสียงดังชี่– คล้ายกับเวลาย่างเนื้อบนเตา ดังมาจากโต๊ะข้างๆ แล้วพี่ก็ฟุบลงไปบนหนังสือเภสัชวิทยาต่อต้านปิศาจหน้าสุดท้าย นับว่าพี่อดทนได้ดีทีเดียวในเวลาประมาณเกือบสองชั่วโมงเต็ม ที่จดจ่ออยู่กับบทเรียนอย่างตั้งใจแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แผ่นเรื่องพาไปที่ดีๆ นี่เหมือนจะได้ผลกว่าที่คาด เอาหล่ะ! คราวนี้ก็ถึงช่วงเวลาของการให้รางวัล
 
 
ยูคิโอะปิดหนังสือการ์ตูนรายสัปดาห์ ลุกขึ้นเดินไปหาพี่ชาย พลางลูบศีรษะเบาๆ ไปมาเป็นการปลอบ หัวของพี่ร้อนแฮะ ควันที่ลอยขึ้นมานั่นไม่ใช่ควันปลอม แต่เกิดจากความร้อนจากข้างในหัวของพี่จริงๆ
 
 
“พยายามได้ดีมากครับ”
 
 
“ไหนหล่ะ..? ที่ดีๆ ที่นายบอก”
รินถามเสียงอู้อี้ทั้งที่ยังฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะ ปล่อยให้ยูคิโอะลูบหัวได้ตามใจ เพราะฝ่ามือของหมอนั่นที่ลูบผมอยู่เบาๆ นั้นเหมือนจะทำให้ความร้อนระอุในหัวสมองของเบาได้ระเหยออกไปเร็วขึ้น
 
 
“เตรียมตัวสิครับ เดี๋ยวผมพาไป”
 
เท่านั้นแหละ พี่ที่เมื่อครู่ยังเหมือนหมดแรงจากการทุ่มพลังอ่านหนังสือจนโอเวอร์ฮีทก็กระเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว วิ่งข้ามห้องไปหยิบชุดนักเรียนตัวเก่งมาเปลี่ยน จัดการผูกเนคไทอย่างรีบๆ แล้วก็คว้าดาบปราบมารขึ้นมาสะพายหลัง ยืนเตรียมพร้อมรออยู่ที่ประตูในเวลาไม่ถึงห้านาที
 
 
แต่ยูคิโอะเพียงแค่เดินจากโต๊ะของรินกลับไปยังโต๊ะหนังสือของตัวเอง เปิดลิ้นชักหยิบกุญแจสำหรับเอ็กซ์โซซิสท์ขึ้นมาดอกหนึ่ง และเดินไปที่ประตูโดยไม่หยิบเครื่องแบบเอ็กซ์โซซิสท์มาสวมทับแบบที่เคย จนรินร้องทักด้วยความแปลกใจ
 
 
“เฮ้! นายไม่เปลี่ยนชุดหรือไง จะพาชั้นไปทำภาระกิจด้วยไม่ใช่เหรอ”
 
 
“ผมบอกพี่ว่าอย่างนั้นเหรอครับ?”
 
ส่งยิ้มแบบคนใจเย็นให้พี่อย่างที่เคย แล้วก็คว้าข้อมือของพี่ให้ก้าวผ่านประตูห้องที่เพิ่งใช้กุญแจดอกพิเศษที่ได้รับจากเมฟิสโตไขประตูเพื่อเปิดไปยังสถานที่พิเศษ ที่ตั้งเงื่อนไขเอาไว้เพื่อหลอกล่อให้คนสมาธิสั้นอ่านหนังสือได้จนจบ สถานที่ที่รับปากไว้ว่าพี่ต้องชอบ
 
 
 
 
ไม่ใช่สถานที่รกร้างที่ดูจะเป็นที่ซ่อนของพวกปิศาจ และไม่ใช่สถานที่ที่ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยวิญญาณเร่ร่อน หรือจิตวิญญาณชั่วร้าย แต่เป็นทุ่งหญ้ากว้างสุดสายตาที่ไม่รู้ว่าไปสิ้นสุดที่ตรงไหน ไกลออกไปมองเห็นเพียงแสงสีส้มของท้องฟ้าตอนที่ดวงอาทิตย์ใกล้จะหายลับไปที่ปลายยอดหญ้านั้น สายลมพัดอ่อนๆ ให้ได้กลิ่นชื้นของดินที่อยู่ติดกับแหล่งน้ำ ถ้าหลับตาฟังจะได้ยินเสียงของต้นหญ้าสูงที่ปลิวไหว เป็นสถานที่ที่ชวนให้ผ่อนคลายอารมณ์ และเหมือนกับเรื่องที่เขาเป็นลูกของซาตานจะถูกลืมไปเมื่อเขามายืนอยู่ตรงนี้
 
 
“ชอบมั้ยครับ”
 
 
ไม่รู้ว่าสถานที่สวยงามแห่งนี้ตรึงเขาไว้อยู่นานแค่ไหน และไม่รู้ว่าสีหน้าของเขาเคลิบเคลิ้มถึงเพียงไหน จนเมื่อยูคิโอะเรียกถึงได้รู้สึกตัวตื่นจากภวังค์ของความผ่อนคลาย ถ้าจะแกล้งโวยวายบอกว่าไม่ชอบเพราะไม่มีปิศาจออกมาจะยังทันหรือเปล่า
 
“ไหนหล่ะปิศาจ ไม่เห็นมีปิศาจออกมาให้ชั้นฆ่าสักตัวเลย!!”
 
แกล้งทำโวยวายหยิบดาบปราบปิศาจออกมาฟาดอากาศเล่น แต่ก็คงกลบเกลื่อนไม่มิดว่าจริงๆ เขาเองก็ชอบสถานที่ที่ยูคิโอะพามาอยู่ไม่น้อย สถานที่ที่ไม่คิดว่าจะยังมีอยู่โดนไม่โดนพวกปิศาจรุกรานและยึดครอง
 
 
ยูคิโอะหัวเราะ หัวเราะแบบที่ทำให้เค้าเจ็บใจเพราะอาย เจ็บใจเพราะเหมือนแพ้คนที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องชาย เหมือนกับเขาที่เรียกตัวเองว่าพี่ชายจะต้องคอยให้น้องคนนี้เป็นห่วงคอยปกป้องเสมอ ทั้งที่จริงแล้วกลับเป็นเขาที่อยากปกป้องในฐานะพี่ชายมากกว่า
 
 
และที่เจ็บใจที่สุดคือเหมือนโดนน้องชายคนนี้อ่านใจได้หมด ‘สถานที่ที่พี่ต้องชอบ’ ไม่ใช่ที่ที่มีปิศาจให้ปราบ แต่เป็นที่ที่ทำให้เขาได้ผ่อนคลายจนรู้สึกว่าความเหน็ดเหนื่อยจากการอดทนอ่านหนังสือหายเป็นปริดทิ้ง แต่เพราะเจ็บใจเลยต้องหาทางเอาคืนเสียหน่อย
 
 
ยูคิโอะเดินไปแอ่งน้ำเล็กๆ แล้วกำลังก้มลงพับขากางเกงให้ขึ้นมาอยู่เหนือข้อเท้า เหมือนกำลังจะลงไปเดินย่ำน้ำ และจังหวะที่ยูคิโกะไม่ทันระวังนั่นเองคือโอกาสดี
 
“ระวัง!!”
 
 
 
โคร่มมม!!
 
 
 
น้ำในบึงกระเด็นขึ้นมาสาดโดนคนที่ยังยืนอยู่ และเป็นตอนที่พี่ผลักเขาล้มลงไป ยูคิโอะก้นกระแทกกับพื้นหินเล็กๆ ใต้แอ่งน้ำ เสื้อและกางเกงเปียกไปกว่าครึ่ง ทั้งที่ตอนแรกอุตส่าห์พับขากางเกงไม่ให้เปียกแล้วเชียว แต่เพิ่งพับได้ข้างเดียว ก็โดนพี่กระโจนเข้าใส่ ผลักเขาล้มลงในแอ่งน้ำย่างไม่ทันตั้งตัว
 
“เล่นอะไรน่ะครับพี่”
 
ขึ้นเสียงให้ดูเหมือนโมโหหน่อยๆ แต่ที่จริงแล้วเรื่องแค่นี้ไม่ทำให้เขาโกรธพี่หรอก แต่พี่ยังหัวเราะไม่หยุด หัวเราะเสียงดังเสียด้วยขณะที่ชี้มือมาที่เขา และมืออีกข้างกดท้องเอาไว้เวลาที่ใครก็ตามหัวเราะจนท้องแข็ง
 
 
แต่ก็นั่นแหละพี่ลืมดูตัวเองไป ทั้งที่ตัวพี่เองก็เปียกไม่น้อยไปกว่าเขาแท้ๆ และหางปิศาจที่กำลังแหว่งไปมาอย่างอารมณ์ดีก็ทำให้เขานึกอยากจะเล่นงานตรงจุดอ่อนของลูกซาตานคนนี้เป็นการเอาคืนบ้าง
 
 
คว้าหางปิศาจได้ทันก่อนที่มันจะแกว่งกลับมาอยู่ตำแหน่งเดิม ออกแรงกระชากให้ร่างเจ้าของหางเซล้มลงมา แต่ก็ไม่ลืมที่จะกางแขนออกแล้วคว้าตัวคนที่กำลังล้มลงให้เซลงมาอยู่ในตำแหน่งที่เป็นอ้อมแขนของเขาพอดี และจังหวะที่เสียการทรงตัวพี่เลยหยุดหัวเราะได้สักที
 
 
 
ผลั่ก!!
 
 
 
“เจ็บบบบบบบบบ!!! ทำบ้าอะไรของนายเนี่ยยูคิโอะ”
 
พี่ร้องสุดเสียงอยู่ตรงข้างหู แล้วก็ยังไม่ยอมหยุดโวยวาย ตะโกนว่าอยู่ซ้ำๆ อย่างไม่รู้จักเหนื่อย แต่ถึงแม้ว่าพี่จะดิ้นแล้วพยายามลุกขึ้นยืนอยู่ตลอดเวลาที่ยังไม่ยอมเลิกโวยวาย เขาก็ไม่ยอมปล่อยพี่ให้เป็นอิสระ
 
 
ถึงแม้ว่าจะนอนพักห้องเดียวกันทุกคืน หรือเป็นพี่น้องฝาแฝดที่น่าจะได้ใกล้ชิดกันมากกว่าใคร แต่เพราะหน้าที่ของเอ็กโซซิสท์ที่เขาต้องรับผิดชอบ รวมถึงการสอนพิเศษทุกเย็นหลังจากเลิกเรียนตามเวลาปกติ กว่าจะได้กลับถึงห้องพี่ก็จะเข้านอนไปพร้อมกับคุโระก่อนแล้ว ภาพที่เห็นเป็นประจำทุกวันก็คือภาพของพี่ที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียง ที่พอจะแอบทำได้ก็เพียงแค่ลูบศีรษะ หรือบางครั้งก็แอบจูบเบาๆ ที่หน้าผากไม่ให้พี่รู้ตัว ดังนั้นครั้งนี้ เขาจะไม่ยอมให้โอกาสที่ได้สัมผัสตัวพี่เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ
 
“พี่ล้มลงมาบนตัวผมแบบนี้ คนที่เจ็บน่าจะเป็นผมมากกว่า”
 
 
“แกเป็นคนดึงชั้นลงไปเองนะ ไอ้เจ้าไฝสี่ตา!!”
 
พี่ยังไม่หายโมโห แม้ว่าแรงดิ้นจะเริ่มลดลงแล้วแต่ยังคงโวยวายไม่เลิก สองแขนสามารถใช้โอบรอบตัวและดึงพี่เข้ามาใกล้มากขึ้นให้หยุดดิ้นได้ และสิ่งที่จะหยุดพี่ให้เลิกโวยวายได้ก็คงมีเพียงแค่อย่างเดียว
 
 
ยูคิโอะทาบริมฝีปากลงเพียงแผ่วเบา แต่นั่นก็เพียงพอให้คนที่โวยวายรู้สึกตัว และเงียบ แต่เพียงครู่เดียวที่พี่กำลังจะเริ่มโวยวายต่อ ก็โดนหยุดไว้ด้วยริมฝีปากอีกครั้ง นานทีเดียวกว่าที่สัมผัสแผ่วเบาที่ริมฝีปากซ้ำๆ จะทำให้พี่เริ่มนิ่ง และหยุดโวยวาย ใบหน้าของปิศาจตัวน้อยเปลี่ยนเป็นสีแดงเมื่อรู้สึกตัวว่าถ้ายิ่งโวยวาย ก็จะยิ่งโดนจูบมากขึ้น แต่ถึงแม้ว่าพี่จะหยุดแล้ว เขาก็ยังไม่อยากที่จะหยุดสัมผัสริมฝีปากนุ่มตรงหน้า
 
 
อาจเป็นเขาเองที่กำลังกลายเป็นปิศาจอย่างช้าๆ ปิศาจที่อดทนและต่อสู้กับต้องการข่มมันเอาไว้อยู่นาน และเมื่อได้สัมผัสในสิ่งที่ต้องการ ก็ยากที่จะหยุดตัวเองไม่ให้รู้สึกต้องการมากขึ้น มากไปกว่ากอด มากไปกว่าจูบ มากไปกว่า…
 
 
 

- E N D -

 
 
 

x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x

 
 
เป็นฟิคที่เขียนค้างเอาไว้ตั้งแต่ช่วงที่พีค Ao-Ex มากๆ
แต่ก็เป็นช่วงที่ล้าหลังกว่าชาวบ้านเขาไปหลายสเต็ปอยู่ (ฮาาา…)
 
ฤดูกาลปล่อยของดองเขียนจบแล้วเลยเอามาลงที่นี่ด้วยค่ะ :)
 
ถ้าได้กลับไปพีคอีกก็อยากเขียนอีกนะ -/////- ชอบน้องไฝมากๆ เลยหล่ะค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s